สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) นับตั้งแต่ปลายปี 2562 มีการแพร่ระบาดไปอย่างรวดเร็วและวงกว้าง เชื้อไวรัสมีการกลายพันธุ์แข่งกับการพัฒนายาและวัคซีนที่มนุษย์พยายามคิดค้นขึ้น แม้จะมีการพัฒนาวัคซีนและยาเพื่อใช้ในการป้องกันรักษาโรคนี้แล้ว แต่สถานการณ์ปัญหาการแพร่ระบาดยังคงไม่ลดลง ทำให้หน่วยงานภาครัฐต้องเร่งการสร้างภูมิคุ้มกันให้เกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุดเพื่อจะจัดการปัญหานี้  โดยการฉีดวัคซีนที่ได้พัฒนาขึ้นมาควบคู่กับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และเนื่องด้วยวัคซีนที่นำมาใช้นี้เป็นวัคซีนใหม่ ในการป้องการเฝ้าระวังเหตุการณ์ภายหลังได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค (Adverse Event Following Immunization : AEFI) หมายถึง การเฝ้าระวังความผิดปกติทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นภายหลังได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค   และไม่จำเป็นที่จะต้องมีสาเหตุจากวัคซีน  ความผิดปกติที่เกิดขึ้นอาจเป็นความรู้สึกไม่สบาย หรือมีผลการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการพบความผิดปกติ    หรือมีอาการแสดงของโรค  วัคซีนทุกชนิดทำให้เกิด AEFI ได้   ไม่ว่าวัคซีนนั้นจะผ่านการผลิต  การเก็บรักษาอุณหภูมิมาเป็นอย่างดี  ซึ่งเป็นการติดตามเฝ้าระวังในขอบเขตที่กว้างกว่าการติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากยา  (Adverse Drug Reaction : ADR)  เพราะการเฝ้าระวังนี้เป็นการเฝ้าระวังความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายหลังจากได้รับวัคซีน ซึ่งจะตรวจจับทุกเหตุการณ์ผิดปกติที่เกิดขึ้นภายหลังได้รับวัคซีน ภายในกำหนดระยะเวลาการติดตามเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ของวัคซีนนั้นๆ  ซึ่งบุคลากรสาธารณสุขผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบจะต้องประสานข้อมูลและดำเนินงานร่วมกันอย่างรวดเร็วและไร้รอยต่อ เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยสูงสุดจากการได้รับวัคซีนป้องกัน 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่จดหมายข่าวยาวิพากษ์ ปีที่ 12 ฉบับที่ 48 เมษายน-มิถุนายน 2564 
20220105150202.pdf