เมื่อถึงโรงเรียนท่าน ผอ.ก็พยายามตั้งสติ มีสัมปชัญญะ นั่งคิดว่าจะทำอย่างไรดีนะ จะทำอะไรก่อน จะทำอะไรหลัง นึกถึงหลักการบริหารที่ได้เล่าเรียนและอบรมมา จะใช้เทคนิค ทฤษฎีอะไรในการแก้ปัญหาครั้งนี้ เพื่อจะไม่ให้มีผลกระทบต่อโรงเรียน ครู บุคลากรก็ไม่เสียขวัญกำลังใจในการทำงาน และผู้ปกครองก็เข้าใจและไม่ทะเลาะกัน ผอ. ใช้เวลานั่งคิดครู่หนึ่งจึงตัดสินใจเดินทางเข้าไปพบ ผู้ปกครองเพื่อเยี่ยมนักเรียน แสดงความเสียใจและยอมรับผิดทุกอย่าง พร้อมยินดีที่จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการรักษาพยาบาล จนกว่านักเรียนจะหายเป็นปกติดี ตอนแรกผู้ปกครอง จะไม่ยอมท่าเดียว จะไปแจ้งความอย่างเดียว แต่เห็นว่า ท่าน ผอ.คนนี้เป็นคนดี ตั้งใจทำงานดีเสมอต้นเสมอปลายมาโดยตลอด เสียสละเพื่อโรงเรียนและชาวบ้านก็ให้ความเคารพนับถือศรัทธาจึงไม่ติดใจเอาความ และเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก เนื่องจากเด็กนักเรียนคู่กรณีดังกล่าวเคยมีนิสัยก้าวร้าวชอบกลั่นแกล้งและทะเลาะกับเพื่อนนักเรียนคนอื่นอยู่บ่อย ๆ ท่าน ผอ.จึงเรียกผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายมาทำความเข้าใจกัน โดยให้ทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรไม่ให้ติดใจเอาความซึ่งกันและกัน แต่ขอให้ฝ่ายที่กระทำผิดได้ดูแลผู้บาดเจ็บบ้าง ทั้งสองฝ่ายก็เข้าใจกันและกันและยอมรับด้วยดี

ถ้ามีสติคิดรอบคอบและรับผิดชอบ จะทำให้เรื่องร้ายกลับกลายเป็นดีได้

 

ถ้ามีสติคิดรอบคอบและรับผิดชอบ

จะทำให้เรื่องร้ายกลับกลายเป็นดีได้

ดร. ถวิล  อรัญเวศ

        ในช่วงที่ผู้เรียนได้ไปศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพบริหารการศึกษา

ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการบริหารกันและกัน แต่ละคนก็มีเรื่องที่

ตนเองประทับใจได้นำมาบอกเล่าสู่กันฟัง

        มีท่าน ผอ.ท่านหนึ่งท่านเล่าเรื่องที่ตนเองประทับใจ มีว่า
        เช้าวันหนึ่งในช่วงปลายฝนต้นหนาว  เมื่อ 10 กว่าปีมาแล้ว

ลมเย็นพัดกอไผ่ริมรั้วโรงเรียนไหวเอนไปมา อากาศค่อนข้างเย็นสบาย

เพราะเป็นช่วงหน้าหนาว

         “ท่านรองครับ วันนี้ผมได้รับแจ้งจากหน่วยเหนือให้ไปประชุมสัมมนา
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่โคราชนะ” ผอ.ท่านที่บอกเล่า พูด

         จากนั้น ท่าน ผอ.ก็หิ้วกระเป๋าเอกสารเดินไปขึ้นรถส่วนตัวที่

จอดอยู่ใต้ต้นหูกวาง มุ่งสู่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเข้าประชุมสัมมนา

คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด

       บรรยากาศการประชุมก็เป็นไปด้วยความคึกคัก

เนื่องจากมีผู้เข้าประชุมเป็นจำนวนมาก

        พอเริ่มประชุมผ่านไปประมาณ  2 ชั่วโมง   เสียงโทรศัพท์มือถือที่เหน็บอยู่ข้างเอวของท่าน ผอ.ก็ดังขึ้น 

       ท่าน ผอ.กดรับโทรศัพท์ด้วยความแปลกใจ เพราะปกติเวลา

ประชุมจะไม่เคยได้ยินเสียงโทรศัพท์ของตัวเองดังขึ้นอย่างนี้

       “ผอ.ครับ  เด็กนักเรียนชั้น ป.4  แทงกันครับ” ครูพูด

       ผอ.ถามกลับไปยังเจ้าของเสียงด้วยคำพูดสั่นเครือและตกใจ

       อะไรนะ! ลองพูดชัดๆ อีกทีซิ ...

       “นักเรียนชั้นป.4 หยอกล้อกันขณะเรียนการแกะสลักผลไม้ มีดเลยไปโดนด้านหลังเป็นแผล 
ไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ   ผมนำนักเรียนส่งโรงพยาบาลแล้ว หมอก็เย็บบาดแผลเรียบร้อยให้กลับบ้านได้

        แต่ว่าผู้ปกครองนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บ ไม่ยอม จะไปแจ้งความ

ท่าเดียว ผมจึงขอร้องให้รอท่าน ผอ.ก่อน”   ครูตอบ ผอ.

        ผอ.ก็รีบเดินลงบันไดโรงแรมขับรถกลับโรงเรียนทันทีด้วยจิตใจที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลและห่วงใยเด็กนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บ

พร้อมกับภาวนาไปตลอดทางว่า ขออย่าให้เด็กเป็นอะไรไปเลยและขอให้ผู้ปกครองได้เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยเถอะ  ผอ.คิดในใจ  

         เมื่อถึงโรงเรียนท่าน ผอ.ก็พยายามตั้งสติ มีสัมปชัญญะ  นั่งคิดว่าจะทำอย่างไรดีนะ จะทำอะไรก่อน จะทำอะไรหลัง

 

        นึกถึงหลักการบริหารที่ได้เล่าเรียนและอบรมมา  จะใช้เทคนิค ทฤษฎีอะไรในการแก้ปัญหาครั้งนี้ เพื่อจะไม่ให้มีผลกระทบต่อโรงเรียน ครู บุคลากรก็ไม่เสียขวัญกำลังใจในการทำงาน และผู้ปกครองก็เข้าใจและไม่ทะเลาะกัน

        ผอ. ใช้เวลานั่งคิดครู่หนึ่งจึงตัดสินใจเดินทางเข้าไปพบ

ผู้ปกครองเพื่อเยี่ยมนักเรียน แสดงความเสียใจและยอมรับผิดทุกอย่าง

พร้อมยินดีที่จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการรักษาพยาบาล

จนกว่านักเรียนจะหายเป็นปกติดี   

        ตอนแรกผู้ปกครอง จะไม่ยอมท่าเดียว จะไปแจ้งความอย่างเดียว  

        แต่เห็นว่า ท่าน ผอ.คนนี้เป็นคนดี ตั้งใจทำงานดีเสมอต้นเสมอปลายมาโดยตลอด 
เสียสละเพื่อโรงเรียนและชาวบ้านก็ให้ความเคารพนับถือศรัทธาจึงไม่ติดใจเอาความ และเพื่อเป็นการป้องกัน
ไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก เนื่องจากเด็กนักเรียนคู่กรณีดังกล่าวเคยมีนิสัยก้าวร้าวชอบกลั่นแกล้งและทะเลาะกับเพื่อนนักเรียนคนอื่นอยู่บ่อย ๆ  

         ท่าน ผอ.จึงเรียกผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายมาทำความเข้าใจกัน

โดยให้ทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรไม่ให้ติดใจเอาความซึ่งกันและกัน

แต่ขอให้ฝ่ายที่กระทำผิดได้ดูแลผู้บาดเจ็บบ้าง ทั้งสองฝ่ายก็เข้าใจกันและกันและยอมรับด้วยดี

        เหตุการณ์นี้ ก็เป็นอุทาหรณ์ให้กับท่านผอ.คนนี้ได้เป็นอย่างดีตลอดชั่วชีวิตในการทำงาน   

        ถ้าในวันนั้นบุคลากรขาดความรับผิดชอบ และท่านผู้อำนวยการก็ตัดสินใจผิดพลาดขาดความรักความศรัทธาจากชาวบ้าน 
สื่อสารกันไม่เข้าใจตรงกัน  ข้อมูลไม่ชัดเจน ไม่มีสติหรือคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยเหตุการณ์นี้คงไม่จบลงได้ง่าย ๆ ได้
และมีดแกะสลักคงจะเป็นมีดปักอกท่านผอ. ไปจนตลอดชีวิต

 

แหล่งข้อมูล

https://goo.gl/TRtpkC

https://goo.gl/iPXTGm