คนดี 4 โมงเย็น
ดร.ถวิล อรัญเวศ
คนดี 4 โมงเย็น หมายถึงอะไร ?
มีคนเล่ากันมาว่าชายคนหนึ่งเขาอยากรู้
ข้อเท็จจริง เลยไปถามหลวงพ่อที่วัด
หลวงพ่อก็ย้อนถามมาว่า
แล้วโยมเคยได้ยินมาก่อนไหม ?
คนดี 4 โมงเย็น
ตอบท่านไปว่า "คิดไม่ออก
ครับหลวงพ่อ"
หลวงพ่อท่านถามต่อว่า
"เคยไปงานศพไหม?. ตอนสี่โมงเย็นก่อนจะเผา เขาจะอ่านความดีของคนตาย ว่าตอนมีชีวิตอยู่มีอะไรดีบ้าง พรรณนากันยกใหญ่”
เขาก็ร้องอ๋อ....เออ....มันอย่างนี้เอง....
หลวงพ่อก็พูดเปรยๆ ว่า “เป็นคนดีแค่ตอน 4 โมงเย็นอย่าเป็นเลย. เป็นคนดีให้ได้ทุกวันดี จะดีกว่า"
หลวงพ่อก็พูดต่อว่า ตอนอยู่ไม่เห็น
ความดีกัน จะเห็นก็ตอนตายไปแล้ว ถึงไม่มีก็หากันมาเล่าจนได้.....
ให้เป็นคนดีตอนสี่โมงเย็นแล้วตอนกินได้ไม่ได้เอาของอร่อยมาให้กิน แต่พอป่วยเอาของกินมาเยี่ยมเยอะแยะ มันกินไม่ได้หรอกเด้อโยม…
ตอนยังมีชีวิตอยู่ ไม่บอกให้ไปที่ชอบที่ชอบ แต่พอตอนตาย บอกคนตายว่า
“ให้ไปสู่ที่ชอบที่ชอบเถอะ อย่าได้ห่วงอะไรเลย พร้อมเอาเงินเหรียญ 5 เหรียญ 10
ใส่มือให้”
จะไปได้อย่างไรน้อ.......ตอนตายนี้
เงินก็ได้เพียงแค่นี้ !!!
พอจะจับใจความได้ว่า ท่านก็สอนเรา
อยากให้เป็นคนดีสม่ำเสมอ ทำดีทั้งทางกาย
ทางวาจา และทางใจ
หลายคนก็บ่นว่า ทำดี ไม่เคยมีคนเห็น
ความดีเลย เป็นคนปิดทองหลีงพระทำนองนั้น
แล้วทำดีอย่างไร ใจจึงจะสุข ?
การทำความดี นั้นเป็นสิ่งที่ทำได้โดยยาก
ตรงกับการทำความชั่ว ย่อมทำได้โดยง่าย
ตามหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา
แม้จะมีมากถึง 84,000 พระธรรมขันธ์ก็จริง
แต่ถ้าสรุปโดยย่อก็มีเพียง 3 ประการ
คือ ละชั่ว ทำดี และทำใจให้บริสุทธิ์ผ่องใส เท่านั้น
นี้แหละคือการทำความดี ส่วนรายละเอียด
ว่าจะทำดีอย่างไรนั้น เป็นเรื่องแต่ละคนจะไป
พิจารณาทำเอง คงไม่มีใครจะไปบังคับให้ทำได้
แต่ความดี ไม่มีขายนะ มีเพียงอุปกรณ์ที่
จะใช้ทำความดีเท่านั้นเอง
ดังนั้น การทำความดีนั้น ถ้าจะให้ดี ต้อง
ตั้งใจทำเอง มีเจตนาดี แล้วลงมือทำ
เสียใจ จะพาไปนรก
ดีใจ จะพาไปสวรรค์
สุขใจ จะพาไปนิพพาน
นี้คือแง่คิดในการทำความ
อนึ่ง ในการทำความดี นั้น
ถ้าเราทำดีเพื่อความดีจริง ๆ
ก็จะพบแต่ความสุขใจ
แต่ถ้าเราคิดจะทำความดี เพราะมีเงื่อนไข
หรือเหตุปัจจัยอะไรที่บางอย่างแอบแฝงอยู่จาก
การกระทำนั้น บางครั้งก็อาจจะทำให้เราต้องเกิดความทุกข์ใจได้ หรืออาจจะทำให้การทำความดีนั้นต้องเป็นอันสะดุดไปได้
ทำไม ? เพราะเรามีเงื่อนไข
มีคนพูดว่า
จงทำดีโดยไม่หวังอะไร
ทำดีโดยไม่หวังอะไรนั้นแหละ
ท่านอาจจะได้อะไร...
อย่างไรก็ตาม มีโบราณาจารย์ได้สอนไว้ว่า
ในการทำความดีนั้น ไม่ควรทำความดีเพราะเหตุดังต่อไปนี้ คือทำดีเพราะหิวโหย ทำดีเพื่ออยากได้ชื่อเสียงใหญ่โต ทำดีเพราะอยากได้ความรักจากสาวสวย (หรือหนุ่มหล่อ) ทำดีเพื่อหวังลาภ ยศ ตำแหน่งในทางทุจริต ทำดีตามกระแส
การทำความดีบางครั้ง ต้องระมัดระวัง อย่าเด่นหรือทำเกินหน้าเกินตา ทำอย่างมี
สัมมาคารวะ ไม่คิดแข่งใคร ไม่ยกตนข่มท่าน
การทำความดีนั้น มีอรรถาธิบาย ดังนี้
1. ทำดีเพราะหิวโหย
คือทำดีเพราะอยากให้คนเขาว่าเราดี
ความหิวโหยนี้ ท่านเปรียบดังกับเปรต หรืออสุรกายที่กำลังหิวโหยอยากได้ส่วนบุญส่วนกุศลที่คนหรือญาติที่ยังอยู่ กำลังจะทำบุญอุทิศไปให้ เมื่อถึงวันพระต้องมารอคอยรอรับส่วนบุญส่วนกุศล แต่ถ้าไม่ได้ก็จะทุกข์ทรมานหรือไม่ก็เที่ยวหลอกหลอนคนให้หวาดกลัวก็มี เพราะหิวโหย
อยากได้ส่วนบุญ
2. ทำดีเพื่ออยากได้ชื่อเสียงโด่งดังเกินไป
ถ้าไม่ได้รางวัล ไม่ประกาศชื่อเสียงให้ก็ไม่อยากทำความดี ท่านเปรียบเหมือนเด็กน้อย ต้องคอยให้รางวัล ให้ดาว หรือให้สิ่งของล้อใจเพื่ออยากให้เขาทำดีต่อ ๆ ไป ถ้าไม่ได้ก็ไม่อยากทำความดีนั้นแล้ว
3. ทำดีเพราะอยากได้ความเพียงรัก
จากสาวสวย (หรือหนุ่มหล่อ)
ท่านเปรียบกับชายหนุ่มที่เห็นสาวสวยอยากได้ความรักจากเธอ ในชีวิตที่ผ่านมาแทบจะไม่ได้
ทำอะไรที่เป็นคุณงามความดีเลย แต่พอเห็น
คนสวย แพ้ความสวย ความหล่อ ก็แสร้งทำ
ความดีต่อหน้าก็มี แต่ถ้าเผลอหรือลับหลังก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง ไม่ได้เกิดจากน้ำใสใจจริง หรือไม่เสมอต้นเสมอปลาย ต่อหน้าเป็นอีกอย่าง ดังคำที่ว่า “ต่อหน้ามะพลับ ลับหลัง ตะโก” พอลับหลัง ก็เป็นอีกอย่าง
อย่างนี้ต้องระวังให้มากนะครับ คนเราจะเป็นคู่รักกันจริง ๆ ต้องทำความดีเสมอต้นเสมอปลาย ทั้งต่อหน้าและลับหลังจึงจะยั่งยืน มั่นคงดังเสาหิน หรือดังวิสัยทัศน์ที่ว่า “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”
4. ทำดีเพื่อหวังลาภ ยศ
ตำแหน่งในทางทุจริต
ท่านเปรียบกับคนที่อยากได้ยศ ตำแหน่งสูงขึ้น แต่ใช้วิธีการที่ไม่บริสุทธิ์ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็ต้องเอาด้วยมนต์ ไม่ได้ด้วยมนต์ ก็ต้องเอา
ด้วยกล ไม่ได้ด้วยกล ก็ต้องเอาด้วยคาถา หรือเสน่ห์ เช่น ต้องให้สินจ้าง รางวัล สินบนหรือวัตถุอย่างอื่น ๆ ไม่ได้เกิดจากผลงานของตนเองแต่ประการใด ข้
อนี้ ต้องช่วยกันต่อต้าน ถ้าอยากให้คนดีจริง ๆ มีที่ยืน อย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล เพราะคนไม่ดีมาครองบ้านครองเมือง ท่านว่าจะเป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวงต่อชาติบ้านเมือง
5. ทำดีตามกระแสแฟชั่น
ท่านเปรียบกับคนทำดีเพียงตามกระแส
ข่าว ที่ประโคมข่าวให้ หรือตามแฟชั่น หรือทำดีเอาหน้า อยากให้คนเห็นว่าเรารวย ไปกู้เงินหรือสร้างหนี้สินเพื่อทำบุญเอาหน้า ทำเอิกเกริกใหญ่โตเกินตัว ไม่คุ้มค่า แถมทุกข์ตามมา ไม่ควรทำ แต่ควรทำแบพอเพียง ตามฐานานุรูปจะสุขใจ ไม่ควรคิดทำบุญเอาหน้า หรือคิดว่าตนเองมีเกียรติศักดิ์ศรีสูงส่ง ต้องไม่เป็นรองใคร พึงทำความดีโดยไม่ต้องคิดว่าเราจะได้อะไร ทำความดีโดยไม่หวังว่าจะได้อะไรนั้นแหละ ท่านจะได้อะไร
หลายอย่างที่เป็นคุณงามความดีในชีวิตเรา ต้องสร้างสมเอง เพราะบุญๆ นี้ไม่มีการปันแจก แหกไม่ได้ ดังไม้ผ่ากลาง อยากได้ต้องทำเอง
มีข้อคิดการทำความดี หลวงวิจิตรวาทการ ได้ประพันธ์ไว้ว่า
"อันที่จริง คนเขา อยากให้เราดี
แต่ถ้าเด่น ขึ้นทุกที เขาหมั่นไส้
จงทำดี แต่อย่าเด่น จะเป็นภัย
ไม่มีใคร อยากเห็นเรา เด่นเกิน"
ท่านเพียงให้ข้อคิดว่า การทำความดีบางครั้ง
ต้องระมัดระวัง อย่าเด่นหรือทำเกินหน้าเกินตา
ทำอย่างมีสัมมาคารวะ ไม่คิดแข่งใคร
ไม่ยกตนข่มท่าน ขอฝากแนวทางการทำความดี
เป็นคำกลอนไว้ ดังนี้
อย่าริหัด ผัดวัน ประกันพรุ่ง
ว่าเริ่มรุ่ง เราจะสู้ มิรู้ถอย
ผลวันหน้า อย่าเฝ้าหวัง เพียงแต่คอย
อย่าปล่อย วันเวลา ล่วงไปฟรี
จงรีบหมั่น ขยันไว้ แต่เดี๋ยวนี้
เพื่อโชคดี มีชัย ในวันหน้า
วันนี้เราเหน็ดเหนื่อย เมื่อย กายา
วันข้างหน้า เราคงพบโชค ประสบชัย
ครับ การทำความดีบางครั้ง
ต้องอ่อนน้อมถ่อมตน อย่าเด่นมาก
ถ่อมตน คนรัก อวดนัก คนชัง
อย่าอยากเด่นดังจนเกินตัว
พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง
โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี
นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา
อันวัวควาย ตายแล้ว เหลือเขาหนัง
อันช้างตายยัง เหลืองา เป็นศักดิ์ศรี
คนเรานี้ตายแล้ว เหลือไว้ แต่ชั่วดี
คุณความมดี ประดับไว้ ในโลกา
เมื่อเจ้ามา เจ้ามีอะไร มากับเจ้า
เจ้าจะมัว โลภมาก ไปถึงไหน
เวลาตาย ไม่เห็น เอาอะไรไป
ติดตามได้ แต่บาปบุญ ของคุณเอง
พรรณไม้ดอก แม้โตได้วันละนิด
ยังความงาม พาจิตใจให้สดใส
ก่อนเหี่ยวแห้ง หมู่ภมรได้ชื่นใจ
ดูดเกสรบินร่อนไป เลี้ยงรวงรัง
อันมนุษย์ เกิดมาอยู่ คู่กับโลก
มีสุขทุกข์โศก โรคภัย ตายแล้วเผา
ก่อนจะดับ ลับโลกไป เพราะมัจจุราชมารับเอา
ท่าน เราและเขา ควรปลูกฝังความดีไว้ ให้โลกชม
ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ทุกท่าน
ขอให้มีสุขกาย สุขใจ ไร้โควิด 19 และโอมิครอน
ไปจนทุกภพทุกชาติ เทอญ
แหล่งข้อมูล
https://www.gotoknow.org/blog/thawin03
https://www.gotoknow.org/posts/684216
http://www.gotoknow.org/posts/684216
