ชมวิถีชีวิตกะเหรี่ยงคอยาว บ้านห้วยเสือเฒ่า




กะเหรี่ยงคอยาวเป็นชนกลุ่มน้อยมีถิ่นอาศัยอยู่ในประเทศพม่า เมื่อสมัยก่อนเกิดการสู้รบครั้งใหญ่ระหว่างกองกำลังกะเหรี่ยงกับรัฐบาลทหารพม่า มีผลทำให้ประชากรกะเหรี่ยงคอยาวได้รับผลกระทบ จึงพากันอพยพหนีภัยสงครามเข้ามาอาศัยตามแนวตะเข็บชายแดน และบางส่วนได้เข้ามาอาศัยในเขตพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน




แม้ว่าในปัจจุบันหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวจะแปรสภาพไปตามสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้มีลักษณะเป็นเชิงธุรกิจมากขึ้น ไม่สามารถสัมผัสธรรมชาติของชุมชนและวิถีชีวิตดั้งเดิมเหมือนแต่ก่อน อย่างไรก็ตามหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวก็ยังเป็นไฮไลท์ของการท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน ที่ยังได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ




ชนเผ่ากะยัน หรือ ปาดอง หรือ กะเหรี่ยงคอยาว เป็นชนเผ่าที่มีความแปลกน่าสนใจที่การให้หญิงในชนเผ่าใส่ห่วงทองเหลืองไว้ที่คอ เพราะมีความเชื่อว่าจะป้องกันอันตรายจากสัตว์ร้ายในป่า รวมถึงเป็นการแบ่งแยกเผ่ากะเหรี่ยง และป้องกันผู้หญิงในเผ่าไปแต่งงานกับคนเผ่าอื่น โดยห่วงที่คอจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามอายุของผู้สวมใส่ และเมื่อหญิงนั้นอายุเกิน 25 ปี จะไม่นิยมเปลี่ยนห่วงอีก ทำให้ผู้หญิงกะเหรี่ยงดูมีคอยาวขึ้น จนเป็นที่มาของชื่อ "กะเหรี่ยงคอยาว"




สาเหตุที่ทำให้คอของกะเหรี่ยงคอยาวมีขนาดคอที่ยาวนั้นเป็นเพราะกระดูกซี่โครงที่เกาะอยู่กับกระดูกสันหลังเปลี่ยนรูป จากที่เป็นแนวนอนเหมือนคนปกติทั่วไป ต้องมารับน้ำหนักจากห่วงทองเหลืองที่กดทับไว้ จึงทำให้กระดูกในบริเวณดังกล่าวเปลี่ยนรูป ไม่เกี่ยวกับการยืดตัวของกระดูกบริเวณคอ ส่งผลให้ดูเหมือนว่ามีคอยาวนั่นเอง
เด็กสาวกะเหรี่ยงคอยาวหรือปาดองจะเข้าพิธีใส่ห่วงทองเหลืองเมื่ออายุได้ 5-9 ปี โดยมีหมอผีประจำเผ่าเป็นผู้ใส่ให้ แต่เดิมนั้นผู้ที่จะใส่ห่วงทองเหลืองจะต้องเป็นหญิงที่เกิดวันพุธที่ตรงกับวันเพ็ญเท่านั้น และจะต้องเป็นหญิงปาดองที่แท้จริง ไม่มีเชื้อสายเผ่าอื่นผสม ถ้าไม่ยอมใส่ห่วงจะถูกขับออกจากเผ่าทันที แต่ต่อมานิยมใส่กันหมด ไม่ว่าจะเกิดวันใด ห่วงนี้เดิมใช้ทองคำแท้ๆ แต่ในปัจจุบันใช้ทองเหลืองที่นำมาจากเมืองเบงลอ ประเทศพม่า



ผู้หญิงปาดองคิดว่าห่วงทองเหลืองที่ใส่คอนี้สวยงาม ยิ่งใส่มากยิ่งสวย และแสดงฐานะและตำแหน่งของตน
มีนิยายปรัมปรากล่าวถึงเหตุผลของการใส่ห่วงที่คอ 2 เรื่อง เรื่องแรกกล่าวว่าในอดีตกาลภูตผีและวิญญาณเกิดความไม่พอใจพวกปาดอง จึงส่งเสือมากัดโดยเฉพาะผู้หญิง บรรพบุรุษปาดองเกรงว่าผู้หญิงจะตายไปหมดจนสูญพันธุ์ จึงแก้ปัญหาโดยให้ผู้หญิงใส่เกราะทองเหลืองไว้เพื่อป้องกันเสือกัด ส่วนอีกเรื่องหนึ่งกล่าวว่าเดิมพวกปาดองมีแม่เป็นมังกรและหงส์ จึงต้องใส่ห่วงที่คอเพื่อจะได้มีคอที่ระหงสง่างามสมเป็นทายาทของมังกรและหงส์
หลักฐานทางประวัติศาสตร์เล่ากันต่อมาว่า ในอดีตปาดองเป็นนักรบผู้กล้าหาญ มีความสัตย์ซื่อถือคำมั่นสัญญายิ่งชีวิต มีอำนาจมาก เคยปกครองพม่ามาก่อน แต่สุดท้ายต้องพ่ายแพ้พม่าซึ่งผนึกกำลังกับบังการี ต้นสกุลชาวบังคลาเทศ จนต้องอพยพหลบหนีจากถิ่นฐานเดิม ความพ่ายแพ้นี้เป็นเหตุให้ธิดาของของผู้นำเผ่านำต้นปาดองซึ่งเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ มีสีเหลืองทองมาพันคอ แล้วประกาศว่า เมื่อใดเผ่าของตนกลับไปมีอำนาจอีกจึงจะเอาต้นปาดองที่พันคอออก จากต้นปาดองได้กลายมาเป็นห่วงทองเหลืองในที่สุด
ความเจริญก้าวหน้าของโลกปัจจุบันทำให้ผู้หญิงปาดองถอดห่วงที่คอออก เพราะการไม่มีห่วงที่คอทำให้คล่องตัวในการทำมาหากินมากกว่า โดยเฉพาะปาดองที่นับถือศาสนาคริสต์จะไม่ใส่ห่วงที่คอ หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวในจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีหลายแห่ง ได้แก่




บ้านน้ำเพียงดิน เป็นหมู่บ้านที่นักท่องเที่ยวสามารถชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวกะเหรี่ยงได้ บ้านน้ำเพียงดินเป็นชุมชนดั้งเดิมของกะเหรี่ยงคอยาวที่อพยพจากฝั่งพม่าเข้ามาอยู่ในไทย ก่อนที่จะแยกไปอยู่บ้านในสอย ที่นี่จึงเป็นชุมชนค่อนข้างใหญ่ที่เก่าแก่ และยังคงวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยงดั้งเดิม หมู่บ้านตั้งอยู่ริมแม่น้ำปาย การจะเข้าไปที่นี่อาจจะไม่สะดวกนักเพราะต้องนั่งเรือเข้าไป แต่ธรรมชาติสองฝั่งแม่น้ำสวยงามด้วยทุ่งนาและป่าเขา




บ้านในสอย เป็นหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวที่อพยพมาจากบ้านน้ำเพียงดิน เป็นชุมชนกะเหรี่ยงขนาดใหญ่พอๆกับบ้านน้ำเพียงดิน มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่คล้ายกัน ตั้งบ้านเรือนอยู่ในหุบเขา มีลำห้วยไหลผ่าน บ้านในสอยอยู่ห่างจากตัวเมืองถึง 30 กิโลเมตร และถนนยังขรุขระไม่สะดวกในการเดินทาง จึงไม่เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาน้อย





บ้านห้วยเสือเฒ่า เป็นหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวที่อยู่ใกล้ตัวเมืองมากที่สุด รถยนต์สามารถเข้าถึงได้ จึงมีนักท่องเที่ยวแวะเข้ามาเที่ยวชมเป็นจำนวนมาก กะเหรี่ยงคอยาวที่นี่มีประมาณ 20 ครอบครัว อพยพลี้ภัยสงครามเข้ามาอยู่ที่บ้านห้วยเสือเฒ่าเป็นเวลานานแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมวิถีชีวิตและเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองที่มีขายหลากหลาย




เมื่อหลายปีก่อนที่มาเที่ยวแม่ฮ่องสอน ครั้งนั้นมีโปรแกรมล่องเรือในแม่น้ำปาย จึงเคยไปเที่ยวที่บ้านน้ำเพียงดินมาแล้ว ในครั้งนี้ได้มาเที่ยวชมกะเหรี่ยงคอยาวที่บ้านห้วยเสือเฒ่า ซึ่งไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก การเดินทางด้วยรถยนต์มาที่บ้านห้วยเสือเฒ่าสะดวกสบายกว่าการนั่งเรือหางยาวไปเที่ยวบ้านน้ำเพียงดินมาก อย่างไรก็ตามการได้ชมวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยงคอยาวก็ยังคงประทับใจเหมือนเดิม










(ภาพทั้งหมดในบันทึกนี้ เป็นภาพถ่ายที่หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว บ้านห้วยเสือเฒ่า)
ขอขอบคุณ
- การบริการที่ดีเยี่ยมจากบริษัททัวร์ฟ้าใสและทีมงาน
- น้ำใจไมตรีจากเพื่อนร่วมเดินทางท่องเที่ยวทุกท่าน