ชีวิตที่พอเพียง 4091. เล่าไว้ในวัยสนธยา : (๓๘) ออกกำลังแอโรบิก ๔๐ ปี


 

ผมเริ่มวิ่งออกกำลังแบบ แอโรบิก เมื่ออายุ ๔๐ ปี   ทำสม่ำเสมอแทบทุกวันไม่เว้นวันเดินทางไปต่างจังหวัดและต่างประเทศอยู่ ๓๕ ปี ก็เปลี่ยนเป็นเดินออกกำลังแบบแอโรบิก เพราะเข่าขวาเสื่อม    บัดนี้ใกล้ครบ ๔๐ ปีของการออกกำลังกายแบบ แอโรบิก   ได้รับผลดีต่อสุขภาพกายและจิตใจอย่างมาก  จึงนำมาแลกเปลี่ยน   ว่าใครสามารถทำได้จะช่วยให้มีชีวิตที่ดีอย่างไม่น่าเชื่อ

 ท่านที่ต้องการทำความเข้าใจ aerobic exercise อ่านได้ที่ (๑)    จะเห็นว่าการออกกำลังแบบ แอโรบิก ทำได้หลากหลายแบบมาก   เราสามารถเอกให้ถูกรสนิยมของเราได้   ผมเป็นคนที่ไม่มีความเป็นนักกีฬา   และชอบออกกำลังกลางแจ้งในท่ามกลางธรรมชาติและบรรยากาศเงียบสงบ    จึงเลือกการวิ่งเหยาะ   วิ่งไปเสพบรรยากาศเงียบสงบของธรรมชาติ หรือชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในตลาดยามเช้าตรู่   

ผมวิ่งหรือเดินตอนเช้าที่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น    เพราะชอบความเย็น และความสงบ    วิ่งไปสังเกตสภาพแวดล้อมไป    ทำจิตให้อยู่กับปัจจุบันขณะ ที่เรียกว่าเจริญสติหรือสติภาวนา    ช่วงของการออกกำลังแบบ แอโรบิก ของผม จึงน่าจะเป็นการฝึกความเข้มแข็งของจิตใจด้านในด้วย   

วิ่งหรือเดินอยู่ ๓๐ – ๕๐ นาที เหงื่อโทรมหรือซึม   หัวใจเต้นเร็ว   และเมื่อกลับมานั่งพักที่บ้าน รู้สึกตัวตึงๆ   และจะอารมณ์ดีอยู่ตลอดวัน (๒๔ ชั่วโมง) รวมทั้งสติดีด้วย   ตกกลางคืนพอเข้านอนก็หลับปุ๋ยอย่างรวดเร็ว    และหลับลึก   

หัวใจสำคัญคือ ต้องทำสม่ำเสมอแทบทุกวัน   ต้องการความมีวินัยในตนเอง   ผมโชคดีที่มีสิ่งนี้อยู่ในตัว ที่ผมอธิบายไม่ได้ว่าได้มาจากไหน    บอกได้เพียงว่า หากผมเห็นว่าการกระทำใดที่มีประโยชน์ ผมก็ทำโดยไม่มีปัญหาด้านความอ้อยอิ่งหรือขี้เกียจ   

ไม่ว่าเรื่องใด ต้องทำอย่างมีความยืดหยุ่น และคำนึงถึงบริบทความเป็นจริง    การออกกำลังยามเช้าของผมเมื่อ ๔๐ ปีก่อนกับตอนนี้ต่างกันมาก    ตอนอายุ ๔๐ – ๗๕ เป็นการวิ่งเหยาะ  วิ่งเสร็จกลับมานั่งพัก เหงื่อโทรม   ตอนนี้เป็นการเดินเร็ว เมื่อกลับมานั่งพัก เหงื่อซึม   

ที่เหมือนกันคือ ผมพยายามทำให้เป็นการออกกำลังทั้งกายและใจ   คือระหว่างวิ่งหรือเดิน ก็ฝึกอยู่กับปัจจุบันขณะ ซึมซับความงามของสภาพแวดล้อม   ตอนแสงทองส่องฟ้า ผมได้ซึมซับความงามของท้องฟ้ายามอรุณรุ่ง และได้ถ่ายรูปมาแชร์บ่อยๆ   บางครั้งแสงทองส่องใบไม้ให้ความงาม ณ เสี้ยววินาทีนั้นและมุมมองนั้น งามอย่างไม่น่าเชื่อ    โดยส่วนใหญ่เราไม่รับรู้ความงามนั้น    ผมโชคดีที่ได้สัมผัสเสี้ยววินาทีนั้น    และตรึงตราให้สุนทรียะได้ยาวนาน    เป็นความสุขที่ไม่ต้องซื้อหา   

ผมโชคดี ที่ตัดสินใจซื้อบ้านอยู่ในหมู่บ้านสิวลี ติวานนท์  ที่เป็นดินแดนแห่งความสงบ   เพื่อนบ้านดี และมีรสนิยมปลูกไม้ดอกและไม้ประดับ รวมทั้งไม้ร่มเงา   เป็นธรรมชาติที่ดึงดูดนกและสัตว์ป่าที่ใกล้ชิดคน เช่น กระรอก    ช่วยสร้างบรรยากาศที่รื่นรมย์ ตรงกับรสนิยมของผมที่เกิดมาเป็นเด็กบ้านนอก  คุ้นเคยกับธรรมชาติ   

การออกไปเดินออกกำลังกายในช่วง ๕ – ๖ น. ในหมู่บ้านในปัจจุบันของผม จึงเป็นดั่งเดินอยู่บนสวรรค์                           

วิจารณ์ พานิช 

๔ ธ.ค. ๖๔

 

 

 

หมายเลขบันทึก: 693719เขียนเมื่อ 2 ธันวาคม 2021 18:49 น. ()แก้ไขเมื่อ 2 ธันวาคม 2021 18:49 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
฿1,882.00 -41.6%
฿12,800.00 -30.47%
฿23.00 -46.74%
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี