
โดยทุกวันนี้ในการใช้ชีวิตประจำวัน เต็มไปด้วยสิ่งที่ดึงดูดความสนใจมากมาย จนอาจทำให้คุณนั้นเสียสมาธิและวอกแวกได้ง่าย อย่างป้ายโฆษณาข้างทาง เสียงวิทยุในรถยนต์ การแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือ หรือวีดีโอรายการโปรดบนอินเตอร์เน็ต หากกิจกรรมที่ทำอยู่นั้นต้องใช้สมาธิสูง เช่น ขับรถ ฟังบรรยายในชั้นเรียน หรือคุยงานกับลูกค้าเป็นต้น การเสียสมาธิเพียงครู่เดียวก็อาจทำให้เกิดความเสียหายขึ้นได้ ดังนั้น สมาธิจึงเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่สำคัญในการดำเนินชีวิต ซึ่งเทคนิคบางอย่างอาจช่วยเพิ่มสมาธิ เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดียิ่งขึ้นได้
เทคนิคช่วยเพิ่มสมาธิ มีอะไรบ้าง ?
จดจ่อกับสิ่งที่ทำ
เริ่มจากการมีสมาธิกับสิ่งที่ต้องทำตรงหน้า เพราะหากไม่จดจ่อกับสิ่งที่ทำอยู่ อาจทำให้หลงลืมรายละเอียดหรือประเด็นสำคัญของเรื่องนั้นไป และพยายามอย่าทำกิจกรรมหลายอย่างพร้อมกัน เพราะจะทำให้ผลงานออกมาไม่ดีเท่าที่ควร
หลีกเลี่ยงสิ่งรบกวน
ในระหว่างที่ทำกิจกรรมต่าง ๆ หากไม่จำเป็น อย่าเปิดทีวี ฟังเพลง หรือหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู เพราะอาจทำให้เสียสมาธิ ทั้งนี้ มีการศึกษาของมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาพบว่า ผู้ที่ได้รับข้อความหรือการแจ้งเตือนต่าง ๆ จากโทรศัพท์มือถือในระหว่างทำงาน มีความเสี่ยงที่จะทำงานผิดพลาดมากกว่าผู้ที่ไม่ได้รับข้อความแจ้งเตือนดังกล่าว
พักเบรคระหว่างทำงาน
เพราะสมองของคนเราจะกระตือรือร้นในช่วงแรกของการทำงาน แต่หลังจากผ่านไปสักระยะหนึ่งจะเริ่มเฉยชาและให้ความสนใจกับสิ่งนั้นน้อยลง จึงควรหยุดพักระหว่างที่ทำงาน เพื่อให้สมองได้พักและกลับมามีความสนใจกับงานอีกครั้ง
ฝึกทำสมาธิ
การทำสมาธิมีประโยชน์หลายด้าน ทั้งทำให้มีสติกับงานที่ทำมากขึ้น เสริมสร้างบุคลิกภาพ ควบคุมอารมณ์ อีกทั้งยังมีการศึกษาพบว่า ผู้ที่ฝึกสมาธิจะทำให้สมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์มีขนาดใหญ่ขึ้นอีกด้วย
ฝึกสมอง
ด้วยการทำกิจกรรมที่ช่วยบริหารสมองอย่างอ่านหนังสือ เรียนรู้ภาษาอื่นเพิ่มเติม หรือเล่นเกม ซึ่งการทำกิจกรรมต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยให้เกิดการเชื่อมต่อของเซลล์สมองมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยป้องกันโรคที่เกี่ยวกับความจำอย่างโรคอัลไซเมอร์ได้ด้วย
รักษาสุขภาพ
การรักษาสุขภาพทำได้ง่าย ๆ โดยเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำให้พอดี และออกกำลังกายเป็นประจำ ซึ่งนอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงห่างไกลจากโรคร้ายแล้ว ยังส่งผลดีต่อสมองโดยเพิ่มปริมาณสารแห่งความสุขเอ็นดอร์ฟิน ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า โรคหลอดเลือดสมอง โรคอัลไซเมอร์ และโรคเบาหวานด้วย
พักผ่อนให้เพียงพอ
อย่างที่ทราบกันดีว่าการนอนหลับอย่างเพียงพอตามที่ร่างกายต้องการนั้นมีส่วนช่วยพัฒนาทั้งทางร่างกายและสมอง โดยหากพักผ่อนน้อยเกินไป อาจมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของสมอง ทั้งด้านอารมณ์ ความคิด ความจำ การมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งต่าง ๆ และยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคบางชนิดอีกด้วย