[review] รีวิว + สปอยล์ I care a lot. (2021Netflix) ห่วงแต่หวังฮุบ

[review] รีวิว + สปอยล์ I care a lot  (2021Netflix) ห่วงแต่หวังฮุบ ภาพยนตร์ที่มีแผนจะฉายในโรงภาพยนต์แต่ก็ไม่ได้สายดังนั้นจึงถูกนำมาฉายทาง netflix ในปี 2021 นี้ เป็นหนังแนวระทึกขวัญ โจรกรรม หักเหลี่ยมเฉือนคม ที่ใช้ตัวละครหญิงในการเล่าเรื่อง เรื่องราวจะเป็นอย่างไรสนุกสนานมากแค่ไหน ติดตามรับชมรับฟังได้เลยครับ

#Spoiler
#เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของเรื่อง

ดูคลิปได้ที่นี่

#เรื่องย่อ
หนังเล่าเรื่องราวของมาร์ล่า เกรย์สัน หญิงสาวสุดเนี๊ยบที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการจัดการคนชรา ให้ไปอยู่ในบ้านพักคนชรา เธอจะไล่ดูว่ามีครอบครัวไหนบ้างที่ทอดทิ้งคนชรา ทอดทิ้งพ่อแม่ ไม่ดูแลอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะคนชราที่อยู่ในภาวะความจำเสื่อม และคนประกันชีวิตที่สูงมากๆ เธอจะจัดการไปฟ้องศาล เมื่อศาลเห็นพ้อง เธอก็จะหาบ้านพักคนชราให้เขาเหล่านั้นได้ไปอยู่ และให้ศาลมีคำสั่งให้เธอดูแลแบะจัดทรัพย์สินทั้งหมดของคนชรา เพื่อนำไปใช้ในการจ่ายค่าพักรายเดือน ค่ารักษาพยาบาล รวมถึงเป็นค่าใช้จ่ายของเธอด้วย เธอมีคอนแทคกับบ้านพักคนชราจำนวนมาก และเมื่อคนชราในการดูแลของเธอเสียชีวิต แต่ก็ต้องจัดหาคนใหม่ไปอยู่ในห้องหรือบ้านพักนั้น แล้วทำการรีดเงินจากคนชราต่อไปเรื่อย ๆ  แน่ล่ะเธอไม่ได้ตั้งใจหรือสงสาร เป็นห่วงคนชราเหล่านั้นจริง ๆ หรอก เธอทำไปมันคือธุรกิจของ การกระทำของเธอสร้างความเจ็บปวดให้กับลูกหลานของพวกเขาหลายคน เบื้องหน้าเธอคือนางฟ้าคนชรา เบื้องหลังเธอคือนางตัวแสบที่ใครหลายคนสาปแช่ง

ซึ่งทำให้เห็นในกรณีของชายคนหนึ่งบุกเข้าไปในสถานดูแลคนชราเพื่อไปนำตัวแม่ของเขาออกมาแต่กลับถูกเจ้าหน้าที่เข้าขัดขวาง เขาโกรธแค้นมาร์ล่ามาก สาปแช่งเธอและคอยดูเธอประสบความล้มเหลว

มีวันหนึ่งทางศูนย์ดูแลคนชราโทรมาว่าชายชราที่เธออยู่แลอยู่นั้นเสียชีวิตลงห้องพักว่าง มาล่าจึงไปติดต่อกัยศูนย์พยาบาลดูแลคนชรา ได้ข้อมูลว่า เจนนิเฟอร์ ปีเตอร์สัน คือคนที่เหมาะสม มี ฐานะทางการเงินยอดเยี่ยม ไม่เคยแต่งงานไม่มีครอบครัว ทำประกันสูง มีบ้านหลังใหญ่ และอยู่ในภาวะความทรงจำเสื่อมเข้าทางมาร์ล่าแปะ เป็นหญิงชราที่เหมือนกับแม่ห่านกับไข่ทองคำ เธอจึงเริ่มค้นหาข้อมูล และวางแผนนำเจนนิเฟอร์ ปีเตอร์สัน เข้าสู่กระบวนการ "ห่วงแต่หวังหุบ" ของเธอ

เธอเริ่มฟ้องศาล แจ้งว่า เจนนิเฟอร์ ปีเตอร์สัน   อยู่บ้านมีความเสี่ยงสูงมี่จะเกิดอันตราย ศาลเก๊นใจก็เลยมีคำสั่งให้มาร์ล่า รับหญิงชราไว้ในการดูแลของเธออีก 1 คน

จากนั้นมาร์ล่าก็ไปบ้านของ เจนนิเฟอร์ ปีเตอร์สัน  นำหมายศาลไปมอบให้ แจ้งว่าจะเข้ามาช่วยเหลือ นำไปอยู่บ้านพักคนชรา เพื่อให้ได้รับการดูแล โดยอ้างว่าในภาวะฉุกเฉินศาสามารถสั่งได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องให้อีกฝ่ายไปขึ้นศาลก็ได้ เจนนิเฟอร์ ปีเตอร์สัน  ยอมขึ้นรถไปอยู่ในศูนย์ดูแลคนชราทันที

ที่นั่นทุกคนก็ให้การต้อนรับดูแลเธออย่างดี ให้อยู่ในห้องพักอย่างดี แต่หารู้ไม่ว่านี่คือกระบวนการรีดเงินคนชรา ที่ทำกันอย่างเป็นระบบ มาร์ล่ายึดโทรศัพท์เธอ เข้าถึงระหัส จากนั้นก็เข้าไปจัดการบ้านและทรัพย์สินของเจนิเฟอร์ทีนทีเริ่มจากการขายทรัพย์สิน รีโนเวท ประกาศขายบ้าน เข้าถึงสมบัติในตู้นิรภัย แล้วนำเงินมาแบ่งกับผู้สมรู้ร่วมคิดทั้งหมด

หนึ่งในทรัพย์สินของ เจนิเฟอร์ ที่ถูกเก็บในเซฟนิรภัยของธนาคารมีเพชรจำนวนมากซึ่งเพชรนั้นไม่สามารถระบุที่มาได้และไม่มีการทำประกันเพชร แม้จะน่าสงสัย มาร์ล่ากับเพื่อนหวังฮุบเพชรจำนวนนั้น

วันหนึ่ง แท๊กซีคนหนึ่งมารับคุณนายปีเตอร์สันที่บ้าน เพื่อนของมาร์ล่าที่แต่งบ้านอยู่มาเปิดรับ แท็กซี่ถามหาเจ้าของบ้าน เธอก็แจ้งว่าย้ายไปแล้ว แท็กซี่มีอาการผิดปกติและขับรถไป

แท็กซี่ขับรถไปพบกับผู้มีอิทธิพลคนหนึ่ง แล้วมาเปิดเผยในครั้งนี้ว่า เจนนิเฟอร์มีความสำคัญกับผู้ทรงอิทธิพลคนนี้มาก เธอคือแม่ของเขานั่นเอง แท๊กซี่แจ้งว่าเจนนิเฟอร์ถูกย้่ยไปจากบ้านแล้ว ผู้ทรงอิทธิพลคนนั้นไม่พอใจเป็นอย่างมากชักปืนขึ้นมาขู่ให้ไปตามหาแม่ของเขาและพามาหาทันที

ไม่กี่วันต่อมาเจ้าแท็กซี่ก็คิดว่า ไปอยู่ในบ้านพักคนชรา อันเป็นผลมาจากคำสั่งศาลจากการจัดการของมาร์ล่านั่นเอง ผู้มีอิทธิพลจึงสั่งให้นำแม่ของเขาออกมา ทำแบบเงียบ ๆ และถูกกฎหมาย โดยให้คนชื่อดีนจัดการ

ดีนเข้าไปต่อรองกับมาร์ล่าที่ออฟฟิตให้ปล่อยตัวทันที มาร์ล่าขอ 5 ล้านดอลล่าร์เพื่อแลก แต่เธอจะรีดมากกว่าในฐานะผู้พิทักษ์ แม้จะถูกขู่ เธอก็ไม่กลัว

แต่เธอก็เริ่มกลัว เธอไปคุยกับเจนิเฟอร์ แล้วถูกจู่กลับมาอีกว่า เจนิเฟอร์จะกลายเป็นความผิดพลาดของมาร์ล่า จากนั้นมาร์ล่าก็ไปสั่งให้เจ้าของบ้านพักควบคุมทุกอย่างของเจนิเฟอร์

ต่อมาดีนกับมาร์ล่าก็ต่อสู้กันในชั้นศาล เพื่อนำเจนิเฟอร์ออกมา เพื่อเพิกถอนการพิทักษ์ แต่เนื่อจากดีนไม่สามารถเปิดเผยผู้เกี่ยวข้องกับเจนนิเฟอร์ได้ ศาลจึงยกฟ้อง

จากนั้นแฟรงค์กี้เพื่อนของมาร์ล่า หลังจากที่ไปสืบในเชิงลึกก็มาบอกกับมาร์ล่าว่า  แท้จริงแล้ว เจนิเฟอร์ ปีเตอร์สัน ได้ตายไปแล้ว นี่คือการขโมยอัตลักษ์จากเด็กคนหนึ่งที่ตายไปแล้ว และกระบวนการนี้ดำเนินมา 40 ปี งานเข้ามาล่าร์เต็ม ๆ

ผู้มีอิทธิพลเริ่มจัดการนำตัวเจนิเฟอร์ออกมา ด้วยวิธีที่รุนแรงมากขึ้น บุกเข้าไปในบ้านพัก แล้วก็เกิดความวุ่นวายยิงกันเกิดขึ้น ระหว่างจะออกจากประตู มาร์ล่าก็เข้ามาจัดการที่หน้าทางออก จึงไม่สามารถหนีออกไปได้ในครั้งนี้

นั่นสร้างความเจ็บปวดให้ผู้มีอิทธิพลมาก เขาก่อความรุนแรงมากขึ้น สั่งฆาตรกรรม ดร.เอมอส หมอที่เซ็นต์เอกสารว่า เจนิเฟอร์ป่วยดูแลตัวเองไม่ได้ นั่งสร้างความตกใจให้มาร์ล่าเป็นอย่างมาก แม้แฟรงค์จะบอกให้หนี มาร์ล่าก็ไม่ยอมหนี มาร์ล่าโทรแจ้งเจ้านายให้ปิดสำนักงานชั่วคราว

แต่มาร์ลาไม่ยอมแพ้  มาต่อรองกับเจนิเฟอร์ ถ้าอยากชนะเธอต้องสู่ในชั้นศาล มาร์ล่าจะสูบเงินต่อไป ขู่ว่าจะตายอยู่ในนี้ด้วยความทรมาณ เจนิเฟอร์บีบคอเธอ นั่นคือแผนที่มาร์ทำ เพื่อนำเทปวีดีไปมอบให้ศาล และศาลก็สั่งให้เจนิเฟอร์ไปอยู่ในสถานจิตแพทย์ นี่คือการเปิดฉากต่อสู่กับของมาร์ล่ากับผู้ทรงอิทธิพล

มาร์ล่าวางแผนขายเพชร วางแผนหอบเงินก้อนโตหนี ให้แฟรงค์กี้ดำเนินการหนี มาร์ล่าถูกจับ แฟรงค์กี้ถูกทำร้าย

มาร์ล่าได้เจอกับผู้ทรงอิทธิพล เขาทวงคืนหญิงชรา เขาคู่จะฆ่าแม่มาร์ล่า แต่มาร์ล่าไม่แคร์แม่ของเธอเลย คราวนี้มาร์ล่าต่อรอง 10 ล้านดอลล่าร์ แต่เขาไม่สนสั่งกำจัดเธอให้เหมือนอุบัติเหตุขับรถตกน้ำ แต่เธอหนีรอดมาได้ แน่นอนละครับว่านางเอกจะตายตอนนี้ได้ไง เธอหนีรอดได้อยู่แล้ว

เธอกลับมาบ้านก็พบว่าแฟรงค์ถูกทำร้ายบาดเจ็บ เฑอขับรถพาแฟรงค์ไปซ่อนตัวที่บ้านของเหยื่อคนชราของเธอคนหนึ่ง

มาร์ล่า เธอเป็นคนฉลาด ยังแอบเก็บเพชรไว้จำนวนหนึ่ง เธอเชื่อว่าจำนำมันหนีไปได้ ส่วนแฟรงค์จำทะเบียนรถคนที่เข้ามาทำร้ายเธอได้ มาร์ล่าวางแผนเอาคืน โดนการบุกบ้านเจ้าของทะเบียนรถ ก็รู้ว่าคือคนขับรถ ทั้งสองขับตามไป มาร์ล่าบุกตึกของผู้มีอิทธิพล จับตัวลูกชายเจนนิเฟอร์จนได้

มาร์ล่ากับแฟรงค์ร่วมกันจัดการลูกชายเจนิเฟอร์ ฉีดยา จัดฉากเหมือนคนใช้ยาเกินขนาด  ปล่อยให้นอนในถนน ในที่เปลี่ยว แล้วกำจัดหลักฐาน

เธอวางแผนให้ตัวเองเป็นผู้พิทักษ์ผู้มีอิทธิพล แต่ถ้าจ่าย 10 ล้าน  แม่เขาจะถูกปล่อย ทุกอย่างจะจบลง แล้วเขาก็เสนอทางที่ดีกว่า ให้เป็นหุ้นส่วนกัน สร้างปีศาจที่กอบโกยบริษัทเกี่ยวกับการพิทักษ์คนชราทั่วโลก แบ่งทุกอย่าง 50/50 เธอถามว่าจะเชื่อใจเขาได้ยังไง เขาตอบว่า ถ้าเราทำให้อีกฝ่ายร่ำรวยได้เดี๋ยวก็เชื่อใจกันเอง แล้วทั้งสองก็ทำธุรกิจร่วมกัน

มาร์ล่า เกรย์สัน กลายเป็นซีอีโอผู้ก่อตั้งบริษัทพิทักษ์คนชราที่ประสบความสำเร็จที่สุด ร่ำรวยที่สุด สร้างประโยชน์จากการพิทักษ์คนชรา และต่อยอดสิ่งที่เธอทำมาได้อย่างมหาศาล

ก่อนจะจบลงอย่างสวยงาม ชายคนแรกที่ถูกมาร์ล่าหาผลประโชยน์จากแม่เขาก็เดินเข้ามายิงเธอ จบชีวิตของสิงโตนักล่าไว้ที่ข้างถนนนั่นเอง

#ความรู้สึกหลังดู
ต่อไปก็จะขอรีวิว I care a lot ห่วงแต่หวังฮุบนะครับ ภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นแนวระทึกขวัญตลกร้าย ที่ตั้งคำถามไปถึงสังคมณปัจจุบัน ผู้คนล้วนแต่ไม่มีเวลาว่างทำงานแล้วก็ปล่อยทิ้งผู้สูงอายุให้อยู่อย่างโดดเดี่ยว นั่นเป็นช่องทางให้ผู้หญิงคนหนึ่ง นำประเด็นนี้มากอบโกยสร้างชื่อเสียงและเงินทองให้เธอมากมาย เราไม่รู้หรอกว่าคนชราเขาจะมีความสุขอยู่ในบ้านพักคนชรา หรือมีความสุขอยู่ในบ้านตัวเองแบบโดดเดี่ยว อยากให้มากกว่ากัน เพราะหนังไม่ได้ให้คำตอบด้านนี้กับเรา แต่หนังให้คำถามเราว่า เราเองนั่นแหละให้ความสนใจกับคนชราที่อยู่ใกล้ตัวของเรามากน้อยแค่ไหน

ตลอดระยะเวลาการดู ไม่ชอบพฤติกรรมของตัวละครมาร์ล่าเลย เพราะมันไร้มนุษยธรรม มันเป็นการสูบเลือดสูบเนื้อเอากับคนชรา แล้วเธอก็ไม่รู้สึกว่าการกระทำของเธอผิดอะไรเลยด้วยซ้ำ และทุกสถานการณ์ที่เธอเจอก็ทำให้เห็นว่า เธอนั้นผ่านสถานการณ์ต่าง ๆ ไปได้ไม่ยาก แม่ผู้ถูกกระทำจะมีอิทธิพลมากขนาดไหนก็ไม่สามารถจัดการให้ได้เพราะเล่ห์เหลี่ยมของเธอแพรวพราวมากรวมถึงเธอรู้จักคนมากซึ่งคอยช่วยเหลือเธอในด้านต่าง ๆ ก็เลยรู้สึกว่าหนังถ้ามาแนวนี้ มันก็เหมือนกับไม่ให้อะไรคนดูเลย เราจะให้คนที่มีพฤติกรรมเช่นนี้จบแบบสวยงามเชียวหรือ แต่ท้ายที่สุดหนังก็ไม่ทำร้ายจิตใจคนดูจนเกินไป แล้วก็ทำให้เห็นว่า คนทำดีย่อมได้ดีคนทำชั่วก็ย่อมได้ชั่ว เวรกรรมยังทำงานและทำหน้าที่ของมันอยู่เสมอ เพียงแต่รอเวลาให้เหมาะสมเท่านั้น แต่โดยส่วนตัวของผมแล้ว หากไม่ใส่ฉากนี้ลงไปในหนังก็ได้ ให้จบแบบนางเอกประสบความสำเร็จเลยก็ดีเหมือนกัน เพราะอย่างที่เราเห็นในโลกปัจจุบันนี้ มันก็แทบจะเป็นแบบนี้ทั้งนั้น ส่วนที่เหลือให้คนดูไปคิดเอาเองจะดีกว่า

หนังมีการหักเหลี่ยมเฉือนคมค่อนข้างดี มีหลายจุดทำให้เราลุ้นได้ แบบไม่มากไม่น้อยเกินไป ทุกอย่างสามารถลื่นไหลไปได้ไม่น่าเบื่อ แต่ถ้าถามว่าสนุกไหมก็คงไม่สามารถพูดได้ขนาดนั้น

โรซามันด์ ไพค์ เธอเล่นดี เฉียบคม แสดงสีหน้าและแววตาของการเป็นสิงโตผู้ล่าได้ดี มีเสน่ห์สุด ๆ ฉลาดซะด้วย แม้ในบางสถานการณ์ที่จะกลายเป็นแกะ แต่ไม่ใช่ลูกแกะที่นอนหงอรอความตาย บทบาทนี้ทำให้อดคิดถึง Gone girl ไม่ได้จริงๆ ร้ายไม่ต่างกัน แต่ความลึกทางอารมณ์ยังไม่เท่า Gone girl การกระทำหรือสถานการณ์บางอย่างของตัวละครมาร์ล่า ดูแล้วก็ไม่ค่อยสมเหตุสมผล เธอทำทุกอย่างออกมาได้ง่ายดายมากเกินไป แล้วมันจะเป็นไปได้ยังไงที่เธอจะไปสามารถจับตัวเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลได้เพียงใช้แค่ผู้หญิงสองคนกับเครื่องช๊อตไฟฟ้า 1 อัน และที่น่าติดใจมากกว่าก็คือ บทสรุปของเรื่องนั้นมันจะง่ายอะไรขนาดนี้ เข้าใจว่านางต้องการจะนำเสนอว่า แม้จะเป็นศัตรูต่อกัน แต่หากหาจุดร่วมมือกันได้ ก็หาผลประโยชน์ร่วมกันได้  หนังจะมีทางจบแบบอื่นที่ดีกว่านี้อีกไหม

หนังทำให้เห็นว่า ลัทธิทุนนิยมนั้นไม่เคยสนใจมนุษยธรรมใดใดทั้งสิ้น หากใครมีทุนหนากว่า มองเห็นโอกาสมากกว่า ก็จะสามารถประสบความสำเร็จได้ง่ายๆ ใครมีทุนหนากว่าก็จะกลายเป็นสิงโต บริษัททุนน้อยราวกับลูกแกะถูกสิงโตขย้ำ และมันก็สามารถเปรียบเทียบได้กับผู้คนทั่วไป ถ้าใครไม่ปรับตัว สักวันก็จะถูกสิงโตขย้ำได้ด้วยเช่นกัน

ที่น่าเจ็บแสบก็คือหนังทำให้เห็นว่าคนชรา คนที่เข้าสู่วัยเกษียณ แล้วคนที่ประสบปัญหากับภาวะสมองเสื่อม ส่งของที่น่าเห็นใจมาก หากมีคนมาหลอกลวง โดยใช้เล่ห์เหลี่ยมและช่องว่างของกฎหมาย ก็ไม่รู้ว่าเขาเขาจะต่อสู้กับคนเหล่านี้อย่างไร แล้วถ้าเรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวของเราล่ะ

แต่ที่น่าเจ็บแสบยิ่งกว่าก็คือหนังทำให้เราเห็นว่าหากใครรู้ช่องทางของกฎหมายก็สามารถใช้ช่องทางนั้นหาผลประโยชน์ของตัวเองได้ง่าย ๆ ลองคิดดูสิว่าหากมิจฉาชีพยิ่งรู้กฎหมายมากเท่าไหร่ จะถามว่าสร้างประโยชน์ให้กับตัวเองได้มากขนาดไหน เรียกได้ว่าเป็นการทำชั่วแบบมีกฎหมายคอยหนุนนั่นแหละ

6/10
@วาทิน ศานติ์ สันติ

#SuperReviewChannel
#ICareALot  #ห่วงแต่หวังฮุบ
#หักเหลี่ยมเฉือนคม #ระทึกขวัญ #ตลกร้าย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Super Review Channel



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

เมื่อวานเห็นตัวอย่าง แต่ไม่ดู เพราะเดาเรื่องออกจากชื่อเรื่อง

อนาคต คิดว่าจะอยู่โฮมแคร์ ดูแล้ว รู้สึกจะน่ากลัวและระแวงซะแล้ว

เขียนเมื่อ 

ตัวละครผู้หญิงที่บอกว่าเป็นเพื่อน จริงๆเป็นแฟนของ Marla นะ