วิธีเรียน STEM
หนังสือ A Mind for Numbers : How to Excel at Math and Science (Even if You Flunked Algebra) เขียนโดยศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมศาสตร์ Barbara Oakley แนะนำวิธีเรียนที่สุดยอด และเป็นหนังสือขายดีอันดับ ๑ ของ นสพ. นิวยอร์ก ไทม์ส มีคำบรรยายของท่านเองเรื่องสาระในหนังสือเล่มนี้ที่บริษัท Google เมื่อ ๕ ปีที่แล้ว และมีคนเข้าไปชมกว่า ๑ ล้านคน ที่ (๑)
สาระสำคัญคือ ให้เอาใจใส่วิธีเรียน และหมั่นทวนความจำ (recall) สาระที่เรียน เรียนแล้วพัก แล้วเรียน ค่อยๆ พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จจะตามมา
สมัยเป็นเด็ก ผู้เขียนสอบตกวิชาพีชคณิต แต่ก็ฝึกฝนตนเองจนเรียนวิศวกรรมศาสตร์ได้ คำแนะนำแรกคือให้รู้จักใช้สมองในสองสภาพ คือ focused mode กับ diffused mode ให้เสริมพลังซึ่งกันและกัน ใน focused mode เราพุ่งเป้าความสนใจไปที่ข้อมูลและรายละเอียด ส่วนใน diffused mode เรามองภาพเชื่อมโยงหรือภาพใหญ่ ละจากรายละเอียด ไปมองด้านอื่นๆ บ้าง โดยเฉพาะการมองเชิงนามธรรม
จะเรียนให้เก่งต้อง ฝึกใช้สมองใน ๓ สภาพ คือ focused mode, diffused mode, และ sleep mode ซึ่งหมายความว่า ตอนนอนหลับสมองก็ทำงานด้วย เราต้องรู้วิธีใช้สมองให้เรียนรู้ยามเรานอนหลับ หรือใช้ความคิดแบบไม่คิด
เครื่องช่วยการเรียนและความจำคือ chunking (การจัดกลุ่ม) recall (การทวนความจำ) ฝึกจัดกลุ่มสิ่งของและเรื่องราว
มารตัวหนึ่งของการเรียนคือนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง (procrastination) ที่ผมตีความว่า คือความขี้เกียจ เขาบอกว่าเป็นอาการของความกลัวความยากลำบากในการทำชิ้นงานนั้นให้สำเร็จ จึงขอเลี่ยงไปก่อน วิธีแก้คืออย่ามุ่งที่ผลงานขั้นสุดท้าย ให้มุ่งทำงานเป็นช่วงๆ เทคนิคที่ใช้เรียกว่า Promodoro Technique คือให้ทำงานชิ้นนั้นคราวละ ๒๕ นาทีแล้วพัก ทำได้แค่ไหนเอาแค่นั้น ในที่สุดก็จะทำได้สำเร็จ โดยที่งานนั้นไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
อีกวิธีแก้การผัดวันประกันพรุ่งคือหาสถานที่เรียนที่ชอบ บางคนชอบร้านกาแฟ บางคนชอบห้องสมุดเงียบๆ ผมชอบสถานที่ที่เป็นธรรมชาติ อีกวิธีหนึ่งคือฝึกเจริญสติ และอีกวิธีหนึ่งคือฝึกตนเองให้เป็นคนมองโลกด้านบวก
เครื่องช่วยที่ได้ผลดีมากคือ ทำรายการกิจกรรม (To Do List) ใน ๑ สัปดาห์ สำหรับใช้ช่วยกำกับตนเอง โดยต้องไม่ลืมว่า สิ่งที่ต้องทำด้วยคือการออกกำลังกาย (เพื่อให้สมองโปร่ง) การพักผ่อน และการนอนหลับ
เทคนิคช่วยจำ เช่น จำสูตรวิทยาศาสตร์ ด้วยการผูกเรื่องช่วยจำ เขายกตัวอย่างการผูกเรื่องแบบฝรั่ง ช่วยจำกฎข้อที่สองของนิวตัน f = ma (แรงเท่ากับมวลคูณด้วยอัตราเร่ง) โดยผูกเรื่องว่า f = flying, m = mule (ล่อ), a = apple หากต้องการให้ล่อบินเร็วต้องให้แอปเปิ้ลกินมากๆ
อีกเทคนิคช่วยจำคือใช้คำอุปมา ที่ช่วยจำคำยากๆ โดยนึกถึงคำที่คุ้นเคยที่คล้ายคลึงกัน ในปี พ.ศ. ๒๕๐๒ ตอนเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาปี ๒ อาจารย์ชลิดา สอนวิชาเคมีอินทรีย์ ท่านแนะวิธีจำศัพท์สารเคมีว่า “เมื่ออิ่มก็เอน” คือพอกินอิ่มก็ง่วงนอน อยากเอนตัวนอน เพื่อให้เราจำไว้ว่าสารเคมีอินทรีย์ที่มีชื่อสระ “เอน” เช่นมีเธน เป็นสารเคมีอิ่มตัว แต่หากเห็นชื่อ เบนซีน ก็รู้ทันที่ว่าไม่อิ่มตัว เกิดปฏิกิริยาง่าย เวลาผ่านมา ๖๒ ปี ผมยังจำได้
อีกวิธีช่วยจำคือ ใช้คำย่อ จากพยัญชนะตัวแรกของแต่ละคำ ตัวอย่างเช่น STEM ในชื่อบันทึก ที่ย่อจาก Science, Technology, Engineering, Mathematics สมัยเรียนแพทย์ มีข้อต้องจำอาการโรค หรือผลข้างเคียงของยา ที่มีรายการยืดยาวจำไม่ได้หมด มีคนคิดคำย่อตลกๆ หรือโป๊นิดๆ ช่วยให้จำง่าย
จะเรียนให้เข้าใจในระดับใช้งานได้คล่องแคล่วต่องขยันฝึกทำโจทย์ สมัยเรียนผมฝึกทำโจทย์หลายๆ แบบ หาวิธีที่ง่ายที่สุด บางครั้งออกข้อสอบเอง และลองเขียนตอบเอง สมัยนั้นข้อสอบเป็นอัตนัยทั้งหมด เขาบอกว่า การฝึกทำโจทย์ หรือฝึกเอาความรู้ไปใช้งาน จะช่วยให้ความรู้นั้นเข้าไปอยู่ในสมองส่วนความจำระยะยาว (long-term memory) ซึ่งเป็นการเรียนรู้ที่แท้จริง
เรียนไปทดสอบไป ช่วยการเรียนรู้ ที่เรียกว่า testing effect โดยมีการวิจัยทดสอบผลการเรียนโดยวิธีสอน ๒ แบบ แบบแรกเมื่อครูสอนโดยใช้ PowerPoint สามสี่แผ่น ก็มีข้อสอบให้ตอบเสียทีหนึ่ง ทำเช่นนี้ไปจนจบคาบเรียน นักเรียนอีกกลุ่มหนึ่ง ครูสอนตามปกติ คือใช้ PowerPoint ชุดเดียวกัน สอนตะลุยไปจนจบคาบ หลังจบมีการทดสอบเปรียบเทียบผลการเรียนของนักเรียนสองกลุ่ม พบว่ากลุ่มแรกให้ผลการทดสอบสูงกว่าอย่างชัดเจน
ผมตีความว่าการทดสอบ ช่วยให้เกิดการเรียนรู้ระดับลึก และระดับเชื่อมโยง คือให้เอาความรู้นั้นไปใช้ในต่างสถานการณ์ได้ แต่ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับวิธีออกข้อสอบด้วย สมัยผมเรียนหนังสือตอนเรียนชั้นเตรียมอุดมศึกษา และมหาวิทยาลัย ผมใช้วิธีเดาว่าอาจารย์จะออกข้อสอบแบบไหน แล้วซ้อมตอบข้อสอบสมมตินั้น ช่วยความเข้าใจของตนเองได้มาก
หนังสือบอกว่า การฝึกตอบข้อสอบ นอกจากช่วยความเข้าใจแล้ว ยังช่วยฝึกการจัดการความเครียดของตนเองด้วย เมื่อจะตอบข้อสอบ (ซ้อม) แล้วเกิดอาการเหงื่อแตก ใจเต้นเร็ว ก็จะรู้ตัวและได้ฝึกหาวิธีแก้ เขาบอกว่าวิธีแก้ง่ายที่สุดคือสูดหายใจยาวๆ สองสามครั้ง
ผมขอเพิ่มเติมว่า วิธีที่แนะนำข้างต้น ใช้กับวิชาอื่นๆ ที่ไม่ใช่ STEM ได้ด้วย
วิจารณ์ พานิช
๒ ม.ค. ๖๔
640103, วิธีเรียน, หนังสือ, หนังสือ-วิจารณ์, วิธีฝึกสมอง