กรอบแนวทางประเมินวิทยฐานะใหม่ไว้ 4 ข้อ ได้แก่ 1. ลดความซ้ำซ้อนของการประเมิน เช่น จะมีการประเมินวิทยฐานะของครูไปพร้อมกับเงินเดือน ซึ่งจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามข้อตกลงในการพัฒนางาน (Performance Agreement) หรือ PA 2.การประเมินเพื่อขอมีและเลื่อนวิทยฐานะจะมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการประเมินผ่านรูปแบบออนไลน์ทั้งหมด ไม่มีการยื่นเอกสารการประเมินอีกต่อไป โดยขั้นตอนการยื่นประเมินผ่านออนไลน์นั้น สถานศึกษาจะทำหน้าที่เป็นหน่วยวิเคราะห์โดยผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งจะมีวงรอบ การประเมินตามเงินเดือนระหว่าง เม.ย.และต.ค. 3. การประเมินจะต้องเห็นผลการปฏิบัติงานของครูในห้องเรียน มุ่งผลสัมฤทธิ์ของเด็ก และ 4. ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียนไม่ใช่แค่ผลสัมฤทธิ์แต่จะรวมไปถึงการคิดวิเคราะห์ให้ทันโลกในศตวรรษที่ 21 และทักษะที่เกี่ยวข้องกับการทำงานในอนาคต

ข่าวความเคลื่อนไหวทางการศึกษา
ก.ค.ศ.เคาะเกณฑ์วิทยฐานะใหม่
ผ่านระบบออนไลน์เน้นการสอน
ในห้องเรียน : 28 ต.ค. 2563 นี้
ทบทวน ว.13 เชิงประจักษ์

-------------------------

วันที่ 27 ต.ค. 2563

   รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์
เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและ
บุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผย
ถึงความคืบหน้าการปรับปรุง
ร่างหลักเกณฑ์การขอมีและเลื่อน
วิทยฐานะข้าราชการครูและ
บุคลากรทางการศึกษาใหม่ ว่า

     ตามที่ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ
มอบหมายให้สำนักงาน ก.ค.ศ.ดำเนินการปรับปรุง
ร่างหลักเกณฑ์การขอมีและเลื่อนวิทยฐานะ
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใหม่ นั้น

     เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตนได้ประชุมร่วมกับ
คณะอนุกรรมการศึกษาวิจัยปัญหาและ
เสนอแนวทางการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะใหม่
และ คณะอนุกรรมการ จัดทำวิทยฐานะใหม่
โดยใช้กรอบแนวคิดของ รมว.ศึกษาธิการ
คือ ไม่เน้นการเขียนผลงานวิชาการ เอกสาร
แต่ให้ ดูจากการปฏิบัติจริง ทั้งนี้
คณะอนุกรรมการศึกษาวิจัย ได้เชิญ
ผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินบุคคลจากต่างประเทศ
มาให้ข้อคิดเห็น ซึ่งมีข้อสรุปตรงกันว่า
การประเมินวิทยฐานะในอนาคต
จะไม่เน้นการพิจารณาเอกสาร แต่
จะเน้นผลการปฏิบัติงาน โดยเบื้องต้น
ได้วางกรอบแนวทางประเมินวิทยฐานะ
ใหม่ไว้ 4 ข้อ ได้แก่

   1. ลดความซ้ำซ้อนของการประเมิน

      เช่น จะมีการประเมินวิทยฐานะของครู
ไปพร้อมกับเงินเดือน ซึ่งจะเป็นไป
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมิน
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ตามข้อตกลงในการพัฒนางาน
(Performance Agreement) หรือ PA

   2.การประเมินเพื่อขอมีและเลื่อนวิทยฐานะ
        จะมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ใน
การประเมินผ่านรูปแบบออนไลน์ทั้งหมด
ไม่มีการยื่นเอกสารการประเมินอีกต่อไป
        โดยขั้นตอนการยื่นประเมิน
ผ่านออนไลน์นั้น สถานศึกษาจะทำหน้าที่
เป็นหน่วยวิเคราะห์โดยผู้บริหารสถานศึกษา
ซึ่งจะมีวงรอบ
การประเมินตามเงินเดือน
ระหว่าง เม.ย.และ ต.ค.

   3. การประเมินจะต้องเห็นผล
การปฎิบัติงานของครูในห้องเรียน
มุ่งผลสัมฤทธิ์ของเด็ก และ

       4. ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน

        ไม่ใช่แค่ผลสัมฤทธิ์แต่จะรวมไป
ถึงการคิดวิเคราะห์ให้ทันโลกใน
ศตวรรษที่ 21 และทักษะที่เกี่ยวข้อง
กับการทำงานในอนาคต 

       เลขาธิการก.ค.ศ.กล่าวต่อไปว่า
สำหรับการคงวิทยฐานะของครู
เมื่อครบกำหนดคงวิทยฐานะแล้ว
หากครูต้องการทำผลงานเพื่อขยับเลื่อน

วิทยฐานะจากชำนาญการเป็น
ชำนาญการพิเศษ จะมีการพิจารณาจาก

3 องค์ประกอบ คือ

  1. 1. คลิปการสอนของครูในห้องเรียน
  2. 2. แผนประกอบการเรียนรู้ประกอบคลิปที่สอน และ
  3. 3. ผลที่เกิดขึ้นกับเด็ก

      อย่างไรก็ตามกรอบแนวคิด
การประเมินวิทยฐานะใหม่นี้
จะนำไป
รับฟังความคิดเห็น
จากผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา
ผู้อำนวยการโรงเรียน ศึกษานิเทศก์
และครู จากนั้น
นำมาสรุปประมวลผล เพื่อประกาศเป็น
หลักเกณฑ์การขอมีและเลื่อน
วิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากร
ทางการศึกษาใหม่ต่อไป
ซึ่งคาดว่าน่าจะทันใช้ในปีการศึกษาหน้า

      “สำหรับความคืบหน้ากรณีที่
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ร้องเรียน ก.ค.ศ. กรณี ถูกพิจารณา
ให้เป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติ
เข้ารับการประเมินวิทยฐานะ
เกณฑ์ ว13 เรื่องการให้
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ผู้มีผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์
มีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะ
ชำนาญการพิเศษ และวิทยาฐานะเชี่ยวชาญ
ซึ่งเปิดให้ยื่นตั้งแต่ปี 2559 และได้
รับแจ้งผลการพิจารณาว่า
เป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติในปี 2561
ทำให้ครูและผู้บริหารสถานศึกษา
เสียสิทธินั้น ให้มีสิทธิยื่นทบทวนได้ทุกคน
ซึ่งผมจะนำเข้าที่ประชุมก.ค.ศ.
ในวันที่ 28 ต.ค. 2563 นี้”

    รศ.ดร.ประวิต กล่าว


อบคุณที่มาเนื้อหาข่าวจาก FOCUSNEWS
วันที่ 27 ตุลาคม 2563 ติดตามข่าวสาร
เพิ่มเติมได้จาก www.focusnews.in.th

https://www.kroobannok.com/88505

http://www.focusnews.in.th/8859


อ้างอิง ทบทวน ว13

https://otepc.go.th/th/otepc03...