คำสอย เป็นวรรณกรรมมุขปาฐะ (ปากพูดตลก) แฝงไปด้วยคำอารมณ์ขัน ก่อให้เกิดความสนุกสนานของชาวอีสาน มีมากับหมอลำ โดยเฉพาะหมอลำซิ่ง ภาคกลางจะเป็น เพลงฉ่อยก็ว่า........

คำสอย คืออะไร ?

-------------------------------

ดร.ถวิล  อรัญเวศ


    คำสอย  เป็นวรรณกรรมมุขปาฐะ

(ปากพูดตลก) แฝงไปด้วยคำอารมณ์ขัน

ก่อให้เกิดความสนุกสนานของชาวอีสาน

มีมากับหมอลำ โดยเฉพาะหมอลำซิ่ง

ภาคกลางจะเป็น

เพลงฉ่อยก็ว่า........

        แม้คำสอยจะเน้นหนักคำทางเพศ  แต่

คนอีสานก็จะไม่ถือสากัน คิดว่า เป็นการให้ความสนุกสนาน

(ปล่อยผี) ผู้หญิงเขาก็ไม่ว่า ไม่รังเกียจกับกับคำสอย

แม้จะเป็นคำหยาบคายก็ตาม

แต่กับเห็นเป็นเรื่องคำขันและสนุกสนานมากกว่า

ดังคำที่ว่า “ทุกข์อยู่ที่ถือ สุขอยู่ที่ ปล่อยวาง” 

       คำสอย  ไม่ปรากฏว่ามีหลักฐานเกิดขึ้นที่ไหน

เมื่อไร แต่ก็เล่ากันมาต่อปากเป็นทอด ๆ

หรืออาจจะมีการเสริมสร้อยเวลาฟังหมอลำ

โดยเฉพาะลำซิ่ง  แต่บางคนก็กล่าวว่าเกิดขึ้น

“บนตำนานแม่น้ำฮวงโห และแม่น้ำแยงซีเกียง”ก็มี

คือเกิดกับชนเผ่าอ้ายลาว เวลามีอารมณ์ขัน

จะพูดตลกเวลาฟังหมอลำ

      คนที่จะพูดคำสอยให้คนอื่นมีอารมณ์เฮฮา

ได้นั้น ต้องมีไหวพริบ หรือมุขตลกพอสมควร

สอยหน้าตายด้าน ไม่ใช่ขำเองจะดูดีนะครับ

    คำสอยส่วนใหญ่ มักจะใช้คำพื้นบ้านอีสาน

แต่ก็มีคำภาษาไทยกลางก็มี

     คำสอย แบ่งได้ 5 รูปแบบ คือ

1.  สอยแบบสนุกสนานเฮฮา 

      วัตถุประสงค์ก็เพื่อเฮฮา

      คลายเครียด สนุกสนาน 

      มักเป็นคำทางเพศ เช่น

      (บางทีเป็นคำหยาบคาย

     จึงมักจะไม่ปล่อยให้พูดเต็มที่

     เวลาเขียนก็เลี่ยง ไม่ให้เขียน

    ภาษาไทย กลัวคนจะแซ่งว่าเป็นคนลามก

    จกกะเปรต   ตัวอย่าง

1.1   “สอย สอย  ลิงกินกล้วย

        มันกินหมดหวี บัด  HEE KIN KUAY

        MUN DOOD GIN  TAE NAM” 

      อันนี้ก็คือสอยเด้อ....ครับพี่น้อง 

1.2 สอย สอย  สาวเอกภาษาไทยบ่รู้จัก 

     กลอนแปด บัดฮา “Koy khow Taed

ก็ฮ้องว่า “โอ้ นี้หรือสัมผัสนอก สัมผัสใน” 

อันนี้ก็คือสอยเด้อครับพี่น้อง….เด้อ

1.3 แบบล้อเลียน  มีวัตถุประสงค์จะล้อเลียนใคร

      สักคน แต่ไม่ระบุตัว  เช่น

“สอย สอย  ครูบ้านเผิ่น บ่คือครูบ้านโต 

 ครูบ้านเผิ่น สอนแต่วิชาการโก้ ๆ บัดฮา

ครูบ้านโต ล้อแต่ลูกศิษย์”

อันนี้ก็คือสอย

เด้อครับพี่น้อง...

(ไม่ใช่ข้อเท็จจริงแต่อย่างไร)

1.4 แบบเตือนสติ  คำสอยประเภทนี่มี

วัตถุประสงค์เพื่อจะพูดเตือนใครสักคนหนึ่ง

ให้ระวังตัว ตัวเองอาจเดินทางผิด เช่น

 “สอยสอย พี่น้องฟังสอย พระบ้านเผิ่น 

บ่คือพระบ้านโต  พระบ้านโตปิด 

ผักกะตูคุยสาว บัดฮาเกิดเรื่องเกิดราว 

เขาซิเอาสากมองบังสุกุล”

 อันนี้ก็คือสอย

เด้อพี่น้อง..........

1.5  แบบประสานเสียง 

     คำสอยประเภทนี้มี

    วัตถุประสงค์จะให้คนสนใจมากกว่าเดิม

    หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า การสอยเป็นทีม

เช่น 

  

  “สอย สอย พี่น้องฟังสอย

    ครูบ้านเผิ่น    บ่คือครูบ้านโต.. 

    ครูบ้านโต

   ในตารางสอน  มีแค่สองวิชา คือ

   เลข คัด  แล้วก็เลิก 

   เวลานอกนั้น ครูเผิ่นเอาไปใส”

5. แบบแก้กลอนกัน 

     คำสอยประเภทนี้มี

วัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสนุกสนาน

คลื้นเคลงเช่นกัน แต่จะเล่นวาทะโต้ตอบกัน

คือมีฝ่ายเสนอ และฝ่ายสนอง หรือเสริมกัน

ฝ่ายชาย และฝ่ายหญิง เช่น

   ฝ่ายชายสอย  

   “สอย สอยพี่น้องฟังสอย 

  ถามข่าวน้อง ถามข่าวขอแข 

  ถามคอแค ข่อยอยู่ดีบ่คอแค้ 

  ถามว่า HEE เจ้าแหล่ หรือว่า

  แดงจายหว่าย”

ฝ่ายหญิงสอยตอบบ้าง  เช่น  

“สอย สอยพี่น้องฟังสอย

  ถามข่าวอ้าย ถามข่าว ขอขอ 

  ถาม คอคอ ข่อยอยู่ดี บ่คอค้อ 

  ถามว่าโคยเจ้าเสียกพ้อว้อ 

  หรือว่าบานเปิงเซิง”

     อันนี้ก็คือสอยเด้อพี่น้องเอ้ย.... 

    ข้อคิด  คำสอยนี้ จะเอาผิดใครไม่ได้ 

เพราะคำสอย จะเป็นคำกลาง ๆ ไม่ให้ 

 ร้ายใคร............คนสอย สอยได้ทุกเพศ

หรืออาจทุกวัย (เว้นนักบวช ห้ามสอย)

-----------------------------------------------

ข้อมูลอ้างอิง

  คำสอยนี้  มีมา หลายอย่าง

อย่าได้คิด หยาบช้า   ในหั่นบ่ดี

เป็นคำเว้า  โบฮาน   เพิ่นกล่าว

เสริมกล่าวต้าน   ผญาให้ ม่วนยิน

    (อ้างอิงจาก ผศ.สุระ  อุณวงศ์)

---------------------------------------

https://www.facebook.com/groups/757143097643481/

แหล่งข้อมูลอ้างอิงมันติมีเดีย

 http://youtu.be/Q1Q2AnNjfqc