วิธีคิดบำเหน็จบำนาญปกติและบำเหน็จบำนาญ กบข.
ดร.ถวิล อรัญเวศ
มีผู้สงสัยประเด็นการที่ข้าราชการเกษียณอายุราชการนั้น ต้องรับราชการมากี่ปีขึ้นไป จึงจะมีสิทธิได้รับเงินบำนาญ
บางคนก็บอกว่า 25 ปีขึ้นไป บางคนก็บอกว่า อายุราชการ 10 ปีขึ้นไปก็มี
สิทธิได้รับบำนาญ บางคนก็แย้งว่า ไม่ได้ต้องอายุราชการ 25 ปีขึ้นไปเท่านั้น จึงจะมีสิทธิได้รับบำนาญได้
ประเด็นนี้ มีผู้หารือผ่านเว็บไซด์ของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ไปทาง E – Mail : [email protected] เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2549 กรณีที่เคยดำรงตำแหน่งอาจารย์ 1 ระดับ 5 สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษเขต 4 และลาออกจากราชการเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2547 มีเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญ 9 ปี 1 เดือน 8 วัน มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จบำนาญหรือไม่ และเป็นเงินจำนวนเงินเท่าไร
การรับบำนาญข้าราชการ
ต้องมีหลักเกณฑ์อย่างไร ?
กรมบัญชีกลางได้ตอบชี้แจงดังนี้ครับ
ตามพระราชบัญญัติ
บำเหน็จบำนาญข้าราชการ
พ.ศ. 2494
มาตรา 9 ข้าราชการมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญปกติด้วยเหตุ
อย่างใดอย่างหนึ่ง ต่อไปนี้ (4 กรณี)
(1) เหตุทดแทน
(2) เหตุทุพพลภาพ
(3) เหตุสูงอายุ
(4) เหตุรับราชการนาน
มาตรา 11 บำเหน็จบำนาญเหตุทดแทนนั้น ให้แก่ข้าราชการซึ่งออกจากประจำการเพราะเลิกหรือยุบตำแหน่ง หรือซึ่งมีคำสั่งให้ออกโดยไม่มีความผิด หรือซึ่งออกตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือทหารซึ่งออกจากกองหนุนเบี้ยหวัด
มาตรา 12 บำเหน็จบำนาญเหตุทุพพลภาพนั้น ให้แก่ข้าราชการผู้ป่วยเจ็บทุพพลภาพซึ่งแพทย์ที่ทางราชการรับรอง ได้ตรวจแสดงความเห็นว่า
ไม่สามารถที่จะรับราชการในตำแหน่งหน้าที่ซึ่งปฏิบัติอยู่นั้นต่อไป
มาตรา 13 บำเหน็จบำนาญเหตุสูงอายุนั้น ให้แก่ข้าราชการ
ผู้มีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์แล้ว
ถ้าข้าราชการครบห้าสิบปีบริบูรณ์แล้ว ประสงค์จะลาออกจากราชการก็ให้ผู้มีอำนาจสั่งอนุญาตให้ลาออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุสูงอายุได้
มาตรา 14 บำเหน็จบำนาญเหตุรับราชการนานนั้น ให้แก่ข้าราชการซึ่งมีเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญครบสามสิบปีบริบูรณ์แล้ว
ถ้าข้าราชการผู้ใดมีเวลาราชการสำหรับ
คำนวณาบำเหน็จบำนาญครบยี่สิบห้าปีบริบูรณ์แล้ว ประสงค์จะลาออกจากราชการก็ให้มีเวลาราชการก็ให้ผู้มีอำนาจสั่งอนุญาตให้ลาออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุรับราชการนานได้
มาตรา 15 ข้าราชการผู้ซึ่งมีเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญ
ไม่ถึงสิบปีบริบูรณ์ มีสิทธได้รับบำเหน็จข้าราชการ
ผู้ซึ่งมีเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญ ตั้งแต่สิบปีบริบูรณ์ขึ้นไป มีสิทธิได้รับบำนาญ
มาตรา 17 ข้าราชการผู้ใดมีเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญ
ครบสิบปีบริบูรณ์ แล้ว ออกจากราชการเพราะลาออก และไม่มีสิทธิที่จะได้รับบำเหน็จบำนาญปกติตามมาตรา 9 ก็ให้ได้รับบำเหน็จตามเกณฑ์ในมาตรา 32
มาตรา 29 เวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญ ให้นับแต่จำนวนปี
เศษของปีถ้าครึ่งให้นับเป็นหนึ่งปี
ข้อกฎหมาย
กรณีที่มีเวลาราชการตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป มีสิทธิได้รับบำเหน็จ หรือมีเวลาราชการ ตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป มีสิทธิได้รับบำนาญ นั้น ต้องเป็นการออกจากราชการด้วยเหตุ ต่อไปนี้ คือ
1. ทางราชการสั่งให้ออกเหตุทดแทน หรือทุพพลภาพ (มาตรา 11)
2. ลาออกเองด้วยเหตุทุพพลภาพ ต้องมีใบรับรองแพทย์ให้พิจารณาด้วย
(มาตรา 12)
3. ลาออกเอง ด้วยเหตุสูงอายุ เมื่อมีอายุครบ 50 ปีบริบูรณ์ ขึ้นไป หรือทางราชการสั่งให้ออกกรณีเกษียณอายุ อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ (มาตรา 13)
4. ลาออกเอง ด้วยเหตุรับราชการนาน อายุตัวเท่าใดก็ได้ แต่ต้องมีเวลาราชการ 25 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป (มาตรา 14)
กรณีที่ไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญเนื่องจากไม่เข้าเหตุใดเหตุหนึ่ง ตามาตราดังกล่าวข้างต้น หากมีเวลาราชการ ตั้งแต่ 9 ปี 6 เดือนขึ้นไป (ปัดเป็น 10 ปี ให้ได้รับบำเหน็จตามมาตรา 17)
วิธีการคำนวณบำเหน็จ
การคำนวณบำเหน็จนั้นจะเหมือนกัน ไม่ว่าคุณจะเป็น สมาชิก กบข. หรือไม่ก็ใช้วิธีเดียวกัน วิธีการคำนวณคือ
บำเหน็จ = เงินเดือนเดือนสุดท้าย X จำนวนปีที่รับราชการ
*** ถ้าจำนวนมีเศษ ถ้าเกิน 6 เดือนให้ปัดเป็น 1 ปี
ตัวอย่าง ถ้าเงินเดือนเดือนสุดท้ายเป็น 69,040 บาท และ
ท่านมีอายุราชการ 34 ปี จะได้บำเหน็จเท่ากับ 69,040 X 34
= 2,347,360 บาท
วิธีการคิดคำนวณบำนาญ
สำหรับท่านที่ไม่ได้เป็นสมาชิก กบข.
บำนาญ = (เงินเดือนเดือนสุดท้าย X จำนวนปีที่รับราชการ)/ 50
ถ้าอายุรารชการ 25 ปีขึ้นไป
ตัวอย่างถ้าเงินเดือนเดือนสุดท้ายเป็น 69,040 บาท และ
ท่านมีอายุราชการ 34 ปี จะได้บำนาญเท่ากับ 69,040 X 34/50
= 46,947 บาท
วิธีการคำนวณบำนาญ
สำหรับท่านที่เป็นสมาชิก กบข.
ท่านที่เป็นสมาชิก กบข. จะมีวิธีคำนวณที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือ ใช้เงินเดือน
เฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายแทน
วิธีการคำนวณคือ
บำนาญ = (เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย X จำนวนปีที่รับราชการ) / 50
*** ถ้าจำนวนมีเศษ ถ้าเกิน 6 เดือนให้ปัดเป็น 1 ปี
หากท่านมีอายุราชการ 34 ปี หรืออายุราชการมากกว่า แต่
กบข. ให้เท่ากัน คือถ้ามีอายุุราชการเกินกว่า 35 ปี ก็ให้ได้ 35 ปี
ถ้าอายุราชการน้อยกว่า ก็ให้ได้ตามจริงนั้น
บำนาญ = (เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย X จำนวนปีที่รับราชการ) / 50
และบำนาญที่ได้จะต้องไม่เกิน 70% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย
(เงินเดือนรวม 60 เดือนเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง
เงินเดือน 60 เดือนสุดท้ายน หารด้วย 5 และหารด้วย 12 )
คูณด้วยอายุราชการ แต่ไม่เกิน 35 ปี แล้วหารด้วย 50 แต่ต้อง
ไม่เกิน 70 % ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย
ตัวอย่าง
กรณีท่านเกษียณอายุราชการวันที่ 30 กันยายน 2563
เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558
1 ตุลาคม 2558 ถึง 30 กันยายน 2563 เปํ็นดังนี้
1 ต.ค.58-31 มี.ค.59 เงินเดือน 52,940x6 = 317,540
1 เม.ย.59-30 ก.ย.59 เงินเดือน 53,080x6 = 318,840
1 ต.ค.59-31 มี.ค.60 เงินเดือน 54,820x6 = 328,920
1 เม.ย.60-30 ก.ย.60 เงินเดือน 55,720x6 = 334,820
1 ต.ค.60-31 มี.ค.61 เงินเดือน 58,390x6 = 350,340
1 เม.ย.61-30 ก.ย.61 เงินเดือน 60,150 x6 = 360,900
1 ต.ค. 61-31 มี.ค.62 เงินเดือน 62,100x6 = 372,100
1 เม.ย. 62-30 ก.ย.62 เงินเดือน 63,950x6 = 383,700
1 ต.ค. 62-31 มี.ค.63 เงินเดือน 65,580x6 = 393,480
1 เม.ย. 63-30 ส.ค.63 เงินเดือน 67,830 x5 =339.150
30 ก.ย.63 เงินเดือน 69,040 =69,040
เงินเดือน 60 เดือนสุดท้าย
3,568,830 หาาร 5
=713,766 หาร แล้วด้วย 12
เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย =59480.5 =59,490
ถ้าเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายเป็น 59,490 บาท และ
ท่านมีอายุราชการ 34 ปี จะได้บำเหน็จเท่ากับ 59490 X 34 = 2,022,660 บาท
(70% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย 41,643) กบข. คิดอายุราชการไม่เกิน 35 ปี แต่ถ้าอายุราชการน้อยกว่า 35 ปี ก็ให้เอาตามความเป็นจริง
ตัวอย่าง 1 ถ้าเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายเป็น 59,490 บาท
และท่านมีอายุราชการ 34 ปี จะได้บำนาญเท่ากับ 59,490 X 34/50
= 59,490x34 หารด้วย 50 = 40,453.20 บาท
70% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย คือ 41,643
ตัวอย่าง 2 ถ้าเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายเป็น 59,490 บาท
และท่านมีอายุราชการ 40 ปี จะได้บำนาญเท่ากับ 59,490 X 35 หารด้วย 50
(อายุราชการคิดให้ไม่เกิน 35 ปี
41,643 บาท
ถ้าบำนาญปกติ เท่ากับ เงินเดือนสุดท้าย xอายุราชการ หารด้วย 50 กรณีอายุราชการเกิน 25 ปี และหารด้วย 55 กรณีอายุราชการน้อยกว่า 25 ปี
ตัวอย่าง 3
บำนาญ ปกติ
ถ้าเงินเดือนสุดท้ายเป็น 69,040 บาท และท่านมีอายุราชการ 36 ปี จะได้บำนาญเท่ากับ 69,040X 36 หารด้วย 50=49,708.8 =49,710
บำเหน็จปกติ 69,040x36=2,485,440
ข้อเท็จจริง
ผู้หารือรับราชการ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 และได้ลาออกจากราชการเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2547 มีเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญ 9 ปี 1 เดือน 8 วัน สามารถนับเวลาราชการได้ 9 ปี (เศษของปีไม่ถึง 6 เดือนให้ปัดทิ้ง)
** มีเวลาราชการ 9 ปี (ตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป) แต่เหตุที่ออกจากราชการไม่เข้าหลักเกณฑ์ ตามมาตรา 11/12/13 และ 14 จึงไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญตามมาตราดังกล่าวได้
** เวลาราชการ 9 ปี 1 เดือน 8 วัน ไม่สามารถปัดเป็น 10 ปีได้ จึงไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จตามมาตรา 17 ด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยกรุณาสอบถามเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์
0-2-2713105
บทสรุป
มาตรา 15 วรรคสอง ผู้ซึ่งมีเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญ ตั้งแต่สิบปีบริบูรณ์ขึ้นไป มีสิทธิได้รับบำนาญ (เวลาหาร จะหารด้วย 55 ถ้าอายุราชการต่ำกว่า 25 ปี)
------------------
การคำนวณบำเหน็จบำนาญ กบข.
วิธีคำนวณ
เปิดเว็บไซต์ โปรแกรม คำนวณ
http://www2.fpo.go.th/FPO/S-I/Source/GPCalculate/GPCalculate.php?Language=Eng
https://bit.ly/3mvT4tV
1. กรอกชื่อ-สกุล เช่น นายถุง
2. กรอกวันเดือนปิเกิด เช่น
เกิด 9 เมษายน 2503 กรอกเป็น 09/04/2503
3. กรอกวันบรรจุรับราชการ เช่น
บรรจุ 1 ตุลาคม 2529
กรอกเป็น 01/10/2529
4. เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย
59,490
บำนาญที่คำนวณได้ : 40,453.20 บาท
40,453.20 บาท
รายละเอียดการคำนวณ
ตัวอย่างที่ 1 บำนาญ
ชื่อ : นายถุง
สถานภาพ : เป็นสมาชิก กบข.
เกิดเมื่อวันที่ : 09/04/2503 อายุ : 59 ปี 5 เดือน 26 วัน
บรรจุรับราชการเมื่อวันที่ : 01/10/2529
เกษียณอายุราชการในวันที่ : 01/10/2563
นับเวลาราชการถึงวันที่ : 30/09/2563
เวลาราชการปกติ : 34 ปี ( 34 ปี 0 เดือน 0 วัน )
ถ้าเงินเดือน 60 เดือนสุดท้าย : 59,490 บาท
ประเภทการรับประโยชน์ : บำนาญ
บำนาญที่คำนวณได้ : 40,453.20 บาท
หมายเหตุ :
การคำนวณเป็นเพียงประมาณการ
แหล่งข้อมูล
https://goo.gl/Njpp7D
https://goo.gl/4ZqKxP
http://www.person.ku.ac.th/act-of-legislation.html
https://goo.gl/bszqRg
https://goo.gl/AdGkfM





