คำนำ
คู่มือเปลี่ยนขาดโรงเรียนทั้งระบบ (Whole School Transformation)
วิจารณ์ พานิช
..................
เอกสาร “การเปลี่ยนแปลงโรงเรียนทั้งระบบ รูปแบบชุดปฏิบัติการของการสะท้อนรู้อย่างลึกซึ้ง” นี้ เป็นแนวทาง (guideline) เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องกับการปฏิรูประบบการศึกษาไทย นำไปปรับใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เกี่ยวข้องกับพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ข้อเสนอนี้มีหลักฐานจากการวิจัยในพื้นที่จังหวัดระยองในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยมีโรงเรียนจำนวน ๒๕ โรงเรียนเข้าร่วม หรืออาจกล่าวว่า เป็นความรู้ทึ่ตกผลึกมาจากการปฏิบัติ
เท่ากับ รศ. ประภาภัทร นิยม และคณะผู้ดำเนินการ เสนอเครื่องมือของการปฏิบัติและ “สะท้อนรู้อย่างลึกซึ้ง” (critical reflection) อย่างบูรณาการเป็นเนื้อเดียวกัน หรือกล่าวใหม่ว่า การดำเนินการเปลี่ยนแปลงโรงเรียนทั้งระบบนั้น ต้องดำเนินการไป เรียนรู้และปรับปรุงไป อย่างเป็นวงจร โดยที่การเปลี่ยนแปลงโรงเรียนทั้งระบบนั้น ไม่ใช่แค่เปลี่ยนระบบนิเวศ หรือระบบการทำงานภายในโรงเรียนเท่านั้น ต้องเปลี่ยนระบบนิเวศภายนอกโรงเรียนที่มีผลต่อพฤติกรรมต่างๆ ภายในโรงเรียนด้วย ระบบนิเวศภายนอกโรงเรียนนั้น ส่วนที่สำคัญที่สุดคือหน่วยงานต้นสังกัดในหลากหลายระดับของโรงเรียน ที่จะต้องลดการควบคุมสั่งการ เปลี่ยนไปทำหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุน
คู่มือนี้ อาจกล่าวได้ว่า เป็นคู่มือเรียนรู้จากการทำงานนั่นเอง เป็นคู่มือการเรียนรู้แบบ Double-Loop Learning (วงจรเรียนรู้สองชั้น) คือได้ข้อมูลและความรู้ป้อนกลับ (feedback) สู่การปรับปรุงปฏิบัติการในโรงเรียน ในวงจรเรียนรู้ชั้นใน และได้ข้อมูลและความรู้ป้อนกลับ สู่การปรับปรุงปฏิบัติการของหน่วยเหนือโรงเรียน ในวงจรเรียนรู้ชั้นนอก
โดยที่เป้าหมายหลักของการเรียนรู้จากการทำงานนี้ คือการยกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน ให้เกิดการเรียนรู้ระดับผิว ระดับลึก และระดับเชื่อมโยง รวมทั้งเกิดการเรียนรู้ครบถ้วนทุกองค์ประกอบ ที่เรียกว่า holistic learning เป้าหมายรองลงมาคือการเรียนรู้ของครู และผู้เกี่ยวข้อง ที่จะต้องร่วมกันเรียนรู้เพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนที่กระทำต่อเด็ก ซึ่งเมื่อดำเนินการก่อผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียนที่ยกระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง การยอมรับนับถือและยกย่องจากสังคมก็จะตามมา ก่อผลดีต่อศักดิ์ศรีของครูและระบบการศึกษาไทย
คู่มือเปลี่ยนแปลงโรงเรียนทั้งระบบนี้ ผู้ใช้ไม่ใช่จำกัดแค่ผู้ปฏิบัติการในโรงเรียนเท่านั้น หน่วยงานอื่นๆ ในระบบการศึกษายังต้องเอาใจใส่นำไปใช้เพื่อหมุนวงจรการเรียนรู้ของตนด้วย โดยที่วงจรปฏิบัติการและเรียนรู้ทั้งสองจะต้องเชื่อมโยงสัมพันธ์และเสริมพลังซึ่งกันและกัน
ในความเป็นจริงแล้ว โรงเรียนไม่ได้อยู่ในระบบนิเวศทางการศึกษาเท่านั้น ยังอยู่ในระบบนิเวศทางสังคม การเมือง เศรษฐกิจ และอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบนิเวศโดยรอบโรงเรียน ดังนั้น โรงเรียนต้องรู้จักใช้คู่มือนี้เป็นเครื่องมือดึงพลังจากระบบนิเวศใกล้ตัวและไกลตัว ให้เข้ามาร่วมพัฒนาโรงเรียนและเรียนรู้ตามคู่มือนี้ด้วย
มองมุมหนึ่ง นี่คือคู่มือสำหรับใช้ส่งเสริมให้โรงเรียนเปลี่ยนเป้าหมายการทำงานของตน จากการสนองสัญญาณจากทางไกล (คือหน่วยต้นสังกัดในกรุงเทพ) มาสนองสัญญาณใกล้ตัว คือการเรียนรู้บูรณาการของนักเรียน เปลี่ยนจากเน้นการปฏิบัติตามคำสั่ง มาเป็นปฏิบัติตามเป้าหมายและวิธีการที่ตนออกแบบเอง โดยที่เป้าหมายนั้น สอดคล้องกับนโยบายระดับชาติ
คู่มือนี้ไม่มีสูตรสำเร็จ มีแต่แนวทางและตัวอย่างวิธีการ ผู้ใช้พึงใช้อย่างมีสติและปัญญา
วิจารณ์ พานิช
นายกสภาสถาบันอาศรมศิลป์
๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๓