การมีสติคิดให้รอบคอบและรับผิดชอบ
จะทำให้เรื่องร้ายกลับกลายเป็นดี
ดร. ถวิล อรัญเวศ
เวลาเกิดเหตุการณ์วิกฤติในชีวิต ปัญหาจะผ่านพ้นไปด้วยดีนั้น
เราจำต้อง มีสติ มีความสุขุมรอบคอบ ไม่ผลีผลาม ไม่ใช้
อารมณ์หรือการปะทะแบบใช้อารมณ์รุนแรง หรือพูดจา
ขวานผ่าซาก เพราะแทนที่เหตุการณ์จะดีก็อาจจะบานปลายได้
ถ้าไม่มีสติคิดให้รอบคอบและมีความรับผิดชอบ
ประสบการณ์ทางการบริหารที่ผู้เขียนเองเคยได้รับ
การบอกเล่าเรื่องประทับใจจากการที่ผู้บริหารด้วยกันท่านหนึ่งสมัยไปเรียน
ประกาศนียบัตริวิชาชีพบริหารการศึกษาได้แก้ปัญหาให้กับคุณครูที่ผู้ปกครองจะเอาเรื่อง
แต่ในที่สุดด้วยการใช้วิธีการที่นิ่มนวลมีสติรอบคอบ และมีความรับผิดชอบ
ก็สามารถแก้ปัญหาให้ผ่านพ้นไปด้วยดี
สำหรับเรื่องที่เป็นกรณีศึกษานั้น มีอยู่ว่า
เช้าวันหนึ่งในช่วงปลายฝนต้นหนาว เมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา
สายลมเย็นพัดกอไผ่ริมรั้วโรงเรียนให้ไหวเอนไปมา อากาศค่อนข้างเย็นสบาย เพราะเป็นช่วงหน้าหนาว
“ท่านรองครับ วันนี้ผมได้รับแจ้งจาก
หน่วยเหนือให้ไปประชุมสัมมนาคณะกรรมการ
สถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่โคราชนะ”
ผอ.ท่านที่บอกเล่าพูด
จากนั้น ท่าน ผอ.ก็หิ้วกระเป๋าเอกสารเดินไปขึ้นรถส่วนตัวที่จอดอยู่ใต้ต้นหูกวาง
มุ่งสู่จังหวัดนครราชสีมาเพื่อเข้าประชุมสัมมนา
คณะกรรมการสถานศึกษาที่โรงแรมแห่งหนึ่งในตัวจังหวัดนครราชสีมา
บรรยากาศการประชุมก็เป็นไปด้วย
ความคึกคัก เนื่องจากมีผู้เข้าประชุมเป็นจำนวนมาก
พอเริ่มประชุมผ่านไปประมาณ 2 ชั่วโมง เสียงโทรศัพท์มือถือที่เหน็บอยู่ข้างเอวของท่าน ผอ.ก็ดังขึ้น
ท่าน ผอ.กดรับโทรศัพท์ด้วย
ความแปลกใจเพราะปกติเวลาประชุมจะไม่เคยได้ยินเสียงโทรศัพท์ของตัวเองดังขึ้นอย่างนี้
“ผอ.ครับ เด็กนักเรียนชั้น ป.4 แทงกันครับ” ครูพูด
ผอ.ถามกลับไปยังเจ้าของเสียงด้วยคำพูดสั่นเครือและตกใจ
อะไรนะ! ?? ลองพูดชัดๆอีกทีซิ ...
“นักเรียนชั้นป.4 หยอกล้อกันขณะ
กำลังเรียนแกะสลักผลไม้ มีดเลยไปโดนด้านหลังเป็นแผล ไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ
ผมนำนักเรียนส่งโรงพยาบาลแล้ว หมอก็เย็บบาดแผลเรียบร้อยแล้วและบอกให้กลับบ้านได้
แต่ว่าผู้ปกครองนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บ ไม่ยอมครับ... จะไปแจ้งความท่าเดียวครับ
ผมจึงขอร้องให้รอท่าน ผอ.ก่อน” ครูตอบ ผอ.
ผอ. ก็รีบเดินลงบันไดโรงแรมขับรถกลับโรงเรียนทันที
ด้วยจิตใจที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลและห่วงใยเด็กนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บ
จากมีดแกะสลัก พร้อมกับภาวนาไปตลอดทางว่า
ขออย่าให้เด็กเป็นอะไรเลยและขอให้
ผู้ปกครองได้เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ด้วยเถอะ ผอ.คิดในใจ
เมื่อถึงโรงเรียนท่าน ผอ.ก็พยายามตั้งสติตั้งใจให้มั่น มีสติ สัมปชัญญะ

นั่งคิดว่าจะทำอย่างไรดีนะ จะทำอะไรก่อนอะไรหลัง นึกถึงหลักการและทฤษฎีการบริหารที่ได้เล่าเรียนและอบรมมา จะใช้เทคนิค ทฤษฎีอะไรใน
การแก้ปัญหาครั้งนี้ เพื่อจะไม่ให้มีผลกระทบต่อโรงเรียน และครู บุคลากรก็ไม่เสียขวัญกำลังใจในการทำงาน และผู้ปกครองก็เข้าใจและไม่ทะเลาะกัน
ผอ. ใช้เวลานั่งคิดครู่หนึ่งจึงตัดสินใจเดินทางเข้าไปพบผู้ปกครองเพื่อเยี่ยมนักเรียนและแสดงความเสียใจและยอมรับผิดทุกอย่างกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมยินดีที่จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการรักษาพยาบาลจนกว่านักเรียนจะหายเป็นปกติดี
ตอนแรกผู้ปกครอง จะไม่ยอมท่าเดียว จะไปแจ้งความอย่างเดียวแต่เห็นว่า ท่าน ผอ.คนนี้เป็นคนดี ตั้งใจทำงานดีเสมอต้นเสมอปลาย เสียสละเพื่อโรงเรียนและชาวบ้านก็ให้
ความเคารพนับถือศรัทธาจึงไม่ติดใจ
เอาความ และเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก
เนื่องจากเด็กนักเรียนคู่กรณีดังกล่าวเคยมีนิสัยก้าวร้าวชอบกลั่นแกล้งและทะเลาะกับเพื่อนนักเรียนคนอื่นอยู่บ่อยๆ
ท่าน ผอ.จึงเรียกผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายมาทำ
ความเข้าใจกันโดยให้ทำข้อตกลงเป็น
ลายลักษณ์อักษรไม่ให้ติดใจเอาความซึ่งกันและกัน
แต่ขอให้ฝ่ายที่กระทำผิดได้ดูแล
ผู้บาดเจ็บบ้าง ทั้งสองฝ่ายก็เข้าใจกันและกันและยอมรับด้วยดี
เหตุการณ์นี้ ก็เป็นอุทาหรณ์ให้กับท่านผอ.
คนนี้ได้เป็นอย่างดีชั่วชีวิตในการทำงาน
ถ้าในวันนั้นบุคลากรขาดความรับผิดชอบ
และท่านผู้อำนวยการโรงเรียนก็ตัดสินใจ
ผิดพลาดขาดความรักความศรัทธาจาก
ชาวบ้าน สื่อสารกันไม่เข้าใจตรงกัน ข้อมูลไม่ชัดเจน
ไม่มีสติหรือคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยเหตุการณ์นี้คงไม่จบลงง่ายๆได้ และ
มีดแกะสลักคงจะเป็นมีดปักอกท่านผอ.ไปจนตลอดชีวิต.............
ขอฝากไว้ให้คิด
“ก่อนจะเชื่อสิ่งใดให้พิสูจน์
ก่อนจะพูดให้ยั้งคิดวินิจฉัย
ก่อนจะทำสิ่งใดให้เข้าที
คิดให้ถ้วนถี่จะเกิดผลดีตามมา”