การทดลองครั้งที่ ๘ นี้ ตั้งใจจะไปให้ถึง ๑,๐๐๐ องศา ด้วยปล่องยาว ๓.๕ เมตร  จึงใช้โคนไม้ไผ่สร้างไพรที่น้ำหนักและความหนาแน่นสูงมาก (รูเล็กมาก) ได้กราฟการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิดังรูป 

ข้อสังเกตจากกราฟ

  • กราฟช่วง ๓ ชั่วโมงแรก ขึ้น ๆ ลง ๆ เป็นเพราะความพยายามจะควบคุมอุณหภูมิไม่ให้ขึ้นเร็วเกิน โดยไม่รู้เลยว่า การอบไม้ต้องปิดปากปล่องควัน 
  • มีการเปลี่ยนปล่อง ๒ ครั้ง สังเกตที่อุณหภูมิสูงขึ้น ๒ ครั้ง คือช่วงเริ่มชั่วโมงที่ ๕ และ ชั่วโมงที่ ๙ สรุปได้ชัดเจนว่า อุณหภูมิในเตาสูงขึ้นเมื่อเปลี่ยนความยาวของปล่องควัน  ปล่องที่ยาวขึ้น จะทำให้แรงดูดอากาศจากหน้าเตาเข้าไปในเตามากขึ้น อากาศไหลเข้ามาหมายถึงออกซิเจนเข้ามาก ออกซิเจนมากจึงเป็นปัจจัยให้เกิดการเผาไหม้มาก อุณหภูมิจึงสูงขึ้น .... ผลที่ตามมาก็คือขี้เถ้ามากขึ้น 
  • อุณหภูมิสูงสุดทำลายสถิติทุกครั้งที่ผ่านมา คือ ๙๙๒ องศาเซลเซียส แต่เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ และอุณหภูมิสูงกว่า ๙๐๐ อยู่เพียงประมาณ ๒๐ นาทีเท่านั้น 
  • เมื่ออุณหภูมิเกิน ๙๐๐ องศาเซลเซียส พบเปลวสีฟ้าออกจากปากปล่องที่ต่อขึ้น ดังภาพ เป็นเปลวที่เกิดจากก๊าซที่ออกจากไม้ เปลวสีฟ้าแสดงว่าอุณหภูมิของเปลวเทียบเท่ากับก๊าซธรรมชาติที่ใช้หุงต้มในครัวเรือน (๕๐๐ - ๖๐๐ องศาเซลเซียส)

วินาทีเกิดควันบ้า

เตาต่าง ๆ ที่ผ่านมา เคยพบกับวินาทีเกิดควันบ้า แต่ไม่เคยบันทึกไว้มาแลกเปลี่ยนให้เห็นชัด ๆ เลย  อ.กิตติ ชอบพูดบ่อย ๆ ว่า "เป็นบ้าอยู่กับการเผาถ่าน"  คืนนั้น ผมเริ่มเข้าสู่สภาวะ "บ้าเผาถ่าน" แล้วครับ ลองข้ามไปดูวินาทีที่ ๓.๔๘ ของคลิปนี้ครับ 

คุณภาพถ่าน

ภาพเปิดเตาเป็นดังรูปครับ 

สิ่งสำคัญที่พบคือ  ระยะเวลาที่เตามีอุณหภูมิสูง มีผลต่อคุณภาพถ่านมาก ในการทดลองเผาครั้งที่ ๙ ผมคงอุณหภูมิสูงกว่า ๙๐๐ ไว้นานกว่า ๓ ชั่วโมง ได้ถ่านที่มีความต้านทานต่ำกว่า ๕ โอห์ม ในขณะที่การเผาครั้งที่ ๘ นี้ มีความต้านทานสูงกว่า