
เดิมทีเป็นนักวิ่งมือสมัครเล่น เพราะตั้งใจวิ่งเพื่อสุขภาพเท่านั้น ด้วยเป็นคนไม่มีทักษะทางด้านการกีฬาเลย ไม่ว่าจะกีฬาอะไรก็ตาม กลายเป็นกลุ่มคนที่น่าเวทนาเอามาก เพราะเวลามีเรียนวิชาพลศึกษา ก็มักจะเป็นกลุ่มคนส่วนน้อยที่ “ไม่ได้เรื่อง” อะไรเอาเสียเลย วิชาการอื่น ๆ พอเรียนถู ๆ ไถ ๆ ไปได้ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย สังคมศึกษา แต่คราวใดที่ข้องแวะกับวิชาพลศึกษาหรือวิชาด้านศิลปะ ถึงกับต้องทุกข์ใจทุกคราวไป กระนั้นก็ตามที ก็ผ่านมาได้จนถึงทุกวันนี้
เมื่อเริ่มวิ่งออกกำลังมาเรื่อย ๆ นานปีเข้า ก็มีคนชวนให้ไปวิ่งในรายการ จ่ายค่าสมัครและก็ไปวิ่ง เดิมทีมีอคติกับงานวิ่งในรายการ ด้วยว่าเราก็วิ่งของเราอยู่แล้ว ทำไมต้องไปจ่ายค่าสมัครวิ่ง เพื่อวิ่ง ???? แต่เมื่อครั้งที่ได้สมัครวิ่งและเข้าร่วมรายการครั้งแรกถึงกับ “อ้อ อย่างนี้นี่เอง”
ชีวิตก็เปรียบเสมือนการวิ่งในรายการ ที่ว่าอย่างนั้นก็ไม่ได้มีอะไร การไปวิ่งในรายการต้องเตรียมตัวให้พร้อมในทุกสถานการณ์ มีการวางแผน ทั้งการฝึกซ้อม การเตรียมที่พัก เตรียมชุดและอุปกรณ์วิ่ง การเดินทาง และการตื่นไปวิ่งให้ทัน ไปถึงจุดปล่อยตัวให้ทันเวลา หากพอมีเวลาก็อบอุ่นร่างกาย ยืดเหยียดให้ร่างกายตื่นตัว จากนั้นก็ “วิ่ง” เป้าหมายคือเส้นชัย อ้าว แล้วมันเหมือนชีวิตอย่างไรเล่าท่านเจ้าคุณ? ชีวิตมันก็เช่นนั้นเองต้องเตรียมตัวให้พร้อมไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เพียงแต่มองให้เห็นความงดงามหรือความสุขที่เป็นสุนทรียะของชีวิต ทั้งจุดเริ่มต้น ระหว่างทาง และจุดสิ้นสุด
อีกเรื่องคือ กัลยาณมิตร เพราะการไปวิ่งในรายการ หลายครั้งเราก็ได้พบกับกัลยาณมิตรมากหน้าหลายตา แต่ละทริปแต่ละรายการก็จะได้ดูแลช่วยเหลือกันในการวิ่งให้สำเร็จในแบบฉบับแห่งตน เพราะในชีวิต กัลยาณมิตร ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ชีวิตยังมีความหมาย ว่าอยู่ไปเพื่ออะไร?
28 กันยายน 2563