น้ำพริกปลาทูอีสาน ใช้ชื่อ ภาษาไทยอีสาน ว่า ป่นปลาทู คือการนำปลาทูมาตำรวมกัน จนแยกไม่ออกว่าส่วนหนึ่งส่วนใด ซึ่งแสดงถึงความผสมผสาน องค์ประกอบของปลาทูแต่ละส่วน ซึ่งทำให้แยกไม่ออกว่า ส่วนใดเป็นส่วนใด           

 ลักษณะเช่นนี้ เป็นลักษณะโมเดลเป็นแบบบูรณาการ ที่มีลักษณะที่ทำหน้าที่ได้ทุกอย่าง แต่ละส่วนทำงานแบประสานกันไปในตัว ซึ่งเป็นสาระสำคัญของโมเดล การจัดการความรู้แบบ น้ำพริกปลาทูอีสาน          

ซึ่งมีลักษณะคล้ายการเล่นกีฬา ฟุตบอล หรือว่าการเล่นกีฬาที่เป็นทีมอย่างอื่น ซึ่งทำหน้าที่แทนกันได้หมดในกรณีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเพลี่ยงพล้ำ หรือขาดหายไปครั้งคราว หรือถาวรก็แล้วแต่           

ดังนั้นระบบโมเดล การจัดการความรู้ แบบน้ำพริกปลาทูอีสาน จึงเป็นโมเดลที่มีความอ่อนตัว และต้องการคนที่มีความคล่องตัว มากที่สุด จึงจะทำให้สามารถทำให้โมเดลนี้ เป็นไปได้          

หรืออีกนัยหนึ่ง ลักษณะความอ่อนตัวต่างๆ ของโมเดล ทำให้เกิดความจำเป็นที่จะต้องมี ผู้ที่มีความเข้มแข็งและรอบคอบในกระบวนการทำงาน ที่จะต้องทำหน้าที่ในการประสานกันในการจัดการตนเองทั้งหมด  ลักษณะการจัดการเช่นนี้เป็นลักษณะการทำงานแบบไม่มีการกำหนดหน้าที่ที่ชัดเจน ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม แล้วแต่เหตุการณ์และสถานการณ์ที่จะเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ทำให้ผู้ที่ทำงานสามารถปรับตัวกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบ ๆ บริบทการทำงานได้อย่างครบถ้วน              

ลักษณะนี้ เป็นลักษณะโมเดลดั้งเดิมของระบบการทำงานในสังคมที่แต่ละหน่วยของสังคม สามารถจะทำงานทดแทนกันได้เป็นส่วนใหญ่ อาจจะมีเพียงบางส่วนหรืองานเฉพาะบางเรื่องที่มีความสำคัญและจำเป็นเฉพาะที่ทำงานทดแทนกันไม่ได้ เช่น เมื่อมีระบบสังคมเกิดขึ้น ก็จะมีคนใดคนหนึ่งในสังคมปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้นำ เป็นผู้ประสานงาน และเป็นผู้คอยจัดการความเรียบร้อยในระบบของสังคม              

อาจจะมีบางคนทำหน้าที่ดูแล รักษา สภาพแวดล้อม ความสะอาด อาจจะมีบางส่วนที่คอยดูแลด้านสุขภาพอนามัยและการเจ็บป่วย  ในอดีตนั้น คนที่เป็นหมอ ไม่ว่าจะเป็นหมอยา หรือหมอตำแย ก็คือ ชาวบ้านธรรมดา ที่มีโอกาสได้รับการฝึกฝนหน้าที่การทำงาน เพื่อทำหน้าที่เฉพาะ แต่โดยพื้นฐานแล้ว คนเหล่านี้ มีความแตกต่างไม่มากนัก ลักษณะการประสานงานแบบนี้จึงเกิดขึ้นไม่ง่าย เพราะคนเหล่านี้ไม่ได้มีพื้นฐานแตกต่างกันมากมาย              

ไม่เหมือนกับการทำงานในโมเดลที่ตั้งสมมุติฐานว่า มีคนที่ทำหน้าที่เฉพาะด้านในเรื่องต่างๆ โดยอาศัยความสามารถพิเศษที่คนอื่นอาจจะไม่มี เพราะฉะนั้น  ลักษณะนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานแบบโมเดล ป่นปลาทู หรือ น้ำพริกปลาทูอีสาน            

การพัฒนาจากโมเดลนี้ หรือถ้าจะมองว่า โมเดลนี้เป็นโมเดลตั้งต้นของการทำงานที่ดูเหมือนจะพัฒนาได้ไม่ไกลนัก เพราะไม่มีความเฉพาะเจาะจงในตำแหน่งหน้าที่ ก็คือ การทำให้เกิดความจำเพาะเจาะจงในตำแหน่งหน้าที่เฉพาะที่เกิดขึ้น ทำให้แต่ละฝ่ายมีโอกาสเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ซึ่งดีกว่าที่ทุกคนทำหน้าที่คล้ายคลึงกัน เพียงแตกต่างกันในเฉพาะบางอาชีพเท่านั้น           

ดังนั้น อาจจะถือได้ว่า โมเดลน้ำพริกปลาทูนั้น เป็นโมเดลดั้งเดิมก่อนที่จะพัฒนาสู่การจัดการความรู้ ที่มีคนทำหน้าที่คนทำหน้าที่เฉพาะมากขึ้น ซึ่งอาจจะมีข้อดีและข้อเสียปะปนกันอยู่

กล่าวคือ

Ø     ข้อดี ก็คือ ทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการทำงาน

Ø     แต่ ข้อเสียก็คือ การทำให้เกิดความแตกต่างแปลกแยกในระบบพัฒนา เมื่อทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ไปนานๆ และจากการขาดการควบคุมดูแลที่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดปัญหาในระบบสังคมได้ 

          ฉะนั้น ในขณะที่เรากำลังจะพัฒนาเพื่อสร้างความเฉพาะเจาะจงขึ้นในการปฏิบัติงาน จึงจำเป็นต้องมีการระมัดระวังผลเสียที่จะเกิดขึ้นจากความแปลกแยก

          ผลเสียที่เกิดขึ้นจากความแตกต่างในชุมชนที่จำเป็นจะต้องประสานประโยชน์ซึ่งกันและกัน โดยไม่ทำให้ความแตกต่างนั้นเป็นผลเสียหายกับสังคม  หรือมองในทางกลับกันก็คือ 

            ทำให้ความเสียหาย ทำให้ความแตกต่างในสังคมนั้น เป็นศักยภาพของการพัฒนาที่แท้จริง 

         ฉะนั้น ในกรณีที่ เรายังไม่สามารถพัฒนาโมเดลที่มีความหลากหลายได้ ก็ควรจะพัฒนาโมเดลที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันมาก ก็คือ โมเดล น้ำพริกปลาทูอีสาน ดังที่กล่าวแล้ว

           แต่ในระยะยาว โมเดลนี้อาจจะพัฒนาต่อเนื่อง ให้เป็นโมเดลที่มีความเฉพาะเจาะจงได้มากขึ้น เพื่อประสิทธิภาพในการทำงาน  

              แต่อย่างไรก็ตาม ลักษณะดังกล่าว อาจจะไม่เหมาะในหลายพื้นที่ที่มีระบบสังคมแบบที่มีใกล้เคียงกัน ดังนั้น ในระบบสังคมที่ความแตกต่างน้อย การใช้โมเดลน้ำพริกปลาทู จึงมีความเหมาะสม แต่ถ้าในระบบสังคมที่มีความแตกต่างมาก เช่น มีหัวปลา ตัวปลา และหางปลา ลักษณะการทำงานตรงนี้ก็จะไม่เหมาะที่จะใช้โมเดลน้ำพริกปลาทูอีสาน แต่ควรจะใช้โมเดลปลาทู หรือปลาชนิดอื่น ๆ ที่มีความแตกต่างของการกำกับดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

      

ทำให้ประสิทธิภาพหรือประสิทธิผลของการทำงานดีกว่าเดิม