ชีวิตที่พอเพียง 3770. ขับรถไปชุมพร ในยุคส่งเสริมการท่องเที่ยวแก้พิษโควิด


พี่น้องชายล้วน ๖ หน่อของผมนัดจัดงานรวมญาติทำบุญให้พ่อแม่ปีละครั้ง    ดังได้เล่าเรื่องของปีก่อนๆ ที่ (๑), (๒), (๓), (๔) ปี ๒๕๖๓ นี้นัดกันไว้ในเดือนสิงหาคม    แต่สถานการณ์การระบาดของ โควิด ๑๙ ทำให้เรารั้งรอ    และคาดว่าคงจะต้องงด เพราะหากเดินทางข้ามเขตจังหวัดต้องโดนกักตัว ๑๔ วัน    แต่เมื่อมีการผ่อนคลายมาตรการลงไปเรื่อยๆ    ในที่สุดตอนปลายเดือนมิถุนายน เราก็ได้กำหนดนัดทำบุญในวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ที่วัดหัวถนนเช่นปีก่อนๆ  

เมื่อชวนลูกๆ ๓ คนที่อยู่เมืองไทยในขับรถลงไปชุมพรในวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ทุกคนติดงานหมด    ผมจึงตัดสินใจขับรถคนเดียว ไปสองคนกับสาวน้อย   

เราขับรถออกจากบ้าน ๖.๑๕ น.   ไปข้ามสะพานพระรามสี่   อ้อมไปทางนครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี    ผมเผลอขับรถเลยทางวนเข้าถนนบรมราชชนนี  เสียเวลาวนกลับไปราวๆ ๒๐ นาที    ไปถึงร้านก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นที่เพชรบุรีราวๆ ๙ น.   ผมเลือกเส้นทางนี้เพราะ Google Map แนะนำ    เพื่อเลี่ยงรถติดที่ถนนพระราม ๒ 

ที่จริงผมไม่มั่นใจนัก ว่าการขับรถคนเดียวลงไปชุมพร แบบขับรวดเดียว ไม่แวะค้างคืน    คนแก่ขนาดผมจะสู้ไหว     แต่ก็วางแผนว่า จะแวะปั๊มน้ำมันทุกๆ ๑ ชั่วโมง     เพื่อแวะเข้าห้องน้ำและพักผ่อนเปลี่ยนอิริยาบถ    ซึ่งเมื่อทำตามแผน พบว่าดีมาก    ช่วยให้มีแรงขับได้สบาย    และเมื่อถึงชุมพรเวลา ๑๕.๓๐ น. ผมกะว่าจะเข้าโรงแรมไปงีบพักเอาแรง ก่อนจะไปกินเลี้ยงตอนเย็น    แต่บังเอิญเลี้ยวรถผิด และรู้สึกว่ายังไม่เพลียมาก จึงแวะไปที่บ้านน้องชาย คุณวิจัย พานิช    ไปคุยกับน้องชายที่เป็นหมออีกสองคนที่ไปถึงก่อนแล้ว และญาติสนิทอีกคนหนึ่ง    ได้ไต่ถามผลกระทบจากสถานการณ์โควิดในต่างจังหวัด โดยเฉพาะในชนบท     ทำให้ได้ทราบว่าระบบสุขภาพชุมชนของเราเข้มแข็งจริงๆ

การเดินทางครั้งนี้พิเศษ ๓ ประการ  คือ (๑) ผมขับรถคนเดียวตลอดทาง  (๒) เป็นช่วงหยุดยาว ๔ วัน (๒๕ - ๒๘ กรกฎาคม)   และ (๓) เป็นช่วงที่รัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่ายค่าโรงแรมและยานพาหนะ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ฟื้นเศรษฐกิจจากภัยโควิด    ผมจึงคาดว่าคนจะเดินทางมาก    ต้องหาทางหลบเลี่ยงรถติดให้ดี     ซึ่งผมก็เลี่ยงโดย ออกเดินทางเช้าหน่อย  และเช็คเส้นทางกับ Google Map เสียก่อน

ขับรถทางไกลในประเทศไทยสมัยนี้ สดวกกว่าเมื่อครึ่งศตวรรษก่อนอย่างมากมาย ด้วยความสะดวกสบายที่แตกต่างกัน ๔ ประการ คือ (๑) ถนนดีกว่ากันอย่างมากมาย  (๒) รถยนต์ขับสบายกว่ากันมาก   และ (๓) สมัยนี้มีไอทีบอกทาง  (๔) สมัยนี้มีปั๊มน้ำมันให้จอดพักผ่อนและทำธุระ อย่างดีมาก

จำได้ว่า ๕๐ ปีก่อน ผมขับรถ Mazda Familia 1,200 ซี.ซี. อายุ ๑ ปี พาภรรยาสาว และลูกน้อยอายุไม่กี่เดือนลงไปชุมพร    ไปถึงต้องขอนอนหลับเพื่อเอาแรงคืนมา     แต่วันนี้ ผมในสภาพชายชราอายุ ๗๘    สามารถขับรถ Toyota Camry อายุ ๑๔ ปีลงไปชุมพร    ไปถึงสามารถพูดคุยกับญาติๆ ได้สบาย

ลูกสาวเป็นห่วงมาก ว่าพ่อจะขับรถไหวหรือ    โทรศัพท์มาถามตอน ๑๑ โมงเพราะห่วงว่าพ่อโดนรถติดไหม    และตอน ๖ โมงเย็น เพื่อถามว่าถึงชุมพรเรียบร้อยไหม     ด้วยสภาพที่คนอั้นมานานรถบนถนนจึงมาก    ในรถไปได้ช้าก็เฉพาะช่วงก่อนถึงหัวหิน    หลังจากนั้นรถน้อยลง    ช่วงผ่านบางสะพานไปแล้ว รถวิ่งฉิว     และหากจะขับให้สบายต้องขับตามกลุ่ม คือขับด้วยความเร็ว ๑๒๐ กม./ชม.    ซึ่งไม่ใช่ปกติ ที่ผมขับเพียง ๑๐๐    

ร้านใบตาลที่เพชรบุรี เจ้าประจำของผม ก๋วยเตี๋ยวยังคงอร่อยเหมือนเดิม    รวมทั้งกาแฟลาเต้ปั่นก็รสเลิศ     แต่ดูสภาพร้านจะทรุดโทรมขาดการตกแต่ง    ที่ดีคือ เขาตั้งโต๊ะนั่งกินอาหารห่างๆ กัน   

การเดินทางที่ต่างจากปีก่อนๆ มีเพียงว่า ปีนี้เราไม่แวะเข้าประจวบ    ซึ่งเราผ่านทางแยกเลี้ยวเข้าเวลาราวๆ เที่ยงครึ่ง     เพราะว่าเรามีถั่ว (ลิสง) ต้ม ที่ซื้อมาจากปั๊มน้ำมันเป็นของว่าง กับขนมหม้อแกงจากร้านแม่กิมไล้เจ้าประจำ    

ระหว่างทางขับรถ ผมสังเกตว่า เมื่อผมเปลี่ยนเลนขอทางรถข้างหลัง ครั้งหนึ่งรถข้างหลังกดแตรประท้วง แล้วปาดหน้าเอาคืน    ผมนึกในใจว่า คนแบบนี้ไม่เข้าใจชีวิต    ว่าเป้าหมายอยู่ที่ไหน    ผมขับรถเดินทางโดยมีเป้าหมายไปชุมพร ไปทำบุญให้พ่อแม่และบรรพบุรุษ    เป้าหมายในการขับรถคือความปลอดภัย    ไม่ใช่เพื่อสนองว่า “กูใหญ่” หรือ “กูแน่”   

ศูนย์บริการทางหลวงเขาโพธิ์ทรุดโทรมลงไปเรื่อยๆ    ร้านแผงลอยของชาวบ้านหายไปหลายร้าน     คงจะเพราะพิษโควิดที่ไม่มีคนเดินทางอยู่ ๓ เดือน    เราตั้งใจไปซื้อข้าวเหนียวปิ้งกินแทนอาหารกลางวัน    ไปได้ซาลาเปาทับหลีแทน แต่ไม่อร่อย    แต่ร้านเสื้อผ้าราคาถูกยังมีของมากเหมือนเดิม    สาวน้อยลองกางเกงขาสั้นสวมเดินออกกำลังที่เอวใหญ่สวมสบายได้ ๒ ตัว     ราคาตัวละ ๑๓๐ กับ ๑๙๐ บาท    บ้านผมอยู่กับความง่ายๆ ไม่หรูหราอย่างนี้ เราจึงอยู่ได้สบายโดยไม่ต้องมีเงินมาก   

การขับรถลงไปทำบุญให้แก่พ่อแม่และบรรพบุรุษของทุกปี เป็นช่วงฤดูฝน    ปีนี้ก็เป็นการขับรถฝ่าฝนหนักมาก ๓ ช่วง    แต่ตลอดเวลา ๙ ชั่วโมงเศษของการเดินทาง    เป็นช่วงที่อากาศดีกว่า ๗ ชั่วโมง    

มาเห็นสภาพการท่องเที่ยวภายในประเทศบูม ก็ตอนเช้าวันที่ ๒๖    ที่บริเวณจอดรถของโรงแรมนานาบุรีที่ผมพัก มีรถบัสใหญ่จอดอยู่ ๒ คัน    และรถเก๋งจอดอยู่มาก แต่ยังมีที่จอดว่าง     มีคนออกมาจับกลุ่มที่หน้ารถบัส คุยกันอย่างสดชื่น    และผู้มาพักลงมาจากห้อง เดินกันที่บริเวณล็อบบี้อย่างขวักไขว่ และด้วยสีหน้าท่าทางมีความสุข    มาตรการฟื้นเศรษฐกิจของรัฐบาลดูจะได้รับการยอมรับของประชาชนดีมาก    ผมถามน้องๆ เขาก็ว่าได้ผลกระตุ้นเศรษฐกิจดีมาก                      

ช่วงนี้โรงแรมที่ชุมพรเต็มหมด    ต้นเดือนกรกฎาคม ผมจองโรงแรมนานาบุรีคืนวันที่ ๒๔ และ ๒๕    พอคืนวันที่ ๒๓ เข้าไปตรวจสอบการจองจึงรู้ว่าจองผิดวัน    จริงๆ แล้วต้องพักคืนวันที่ ๒๕ และ ๒๖   เช็คกับ Agoda ได้ความว่าเปลี่ยนวันไม่ได้    จึงโทรศัพท์ไปที่โรงแรม    ได้รับแจ้งว่าวันที่ ๒๖ โรงแรมเต็มหมด    ผมจึงจองโรงแรมอื่นสำหรับคืนวันที่ ๒๖ โดยจองผ่าน Booking.com ได้โรงแรม ภราดร ในราคาเพียง ๕๐๐ บาท    บ่ายวันที่ ๒๖ เช็คอินเข้าห้อง พบว่าห้องดีกว่าที่โรงแรมนานาบุรี (คืนละ ๗๐๐ บาท) เสียอีก    แถมที่จอดรถยังมีหลังคาอีกด้วย    แต่สภาพโรงแรมเก่ามาก และบริการ front desk มีเฉพาะช่วง 6-24 น.        

ขากลับ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๓ :  ๕.๔๕ – ๑๒.๒๐ น.

เรารีบออกเดินทางแต่เช้าเพื่อเลี่ยงรถติด    ซึ่งพบว่าได้ผลดีมาก    รถไม่ติดเลยตลอดทาง    รวมทั้งอากาศดี ฝนไม่ตกเลย   และอากาศเย็นสบาย   แค่ ๑๒.๒๐ น. เราก็ถึงบ้าน    รวมระยะทางที่ขับรถออกจากบ้าน เช้าวันที่ ๒๕ จนกลับถึงบ้านเที่ยงวันที่ ๒๗ เท่ากับ ๑,๐๘๐ ก.ม.  

เราไม่ได้กินทั้งข้าวเช้าและข้าวเที่ยง    กินแต่ของกินเล่น    อันได้แก่ลูกชิ้นปิ้ง    ขนมหม้อแกง    และกล้วยตากทอด    ซื้อที่ปั๊มน้ำมันที่เราจอดเข้าห้องน้ำและเดินยืดเส้นยืดสาย    ผมซื้อกล้วยตากทอดเจ้าแรกที่ชุมพร ที่ปั๊ม ปตท. แรกหลังผ่านพ่อตาหินช้าง    เป็นกล้วยเล็บมือนาง    ตั้งกระทะทอดอยู่หลังซุ้มขาย ใช้น้ำมันใหม่ใสสะอาด    ซื้อมากินร้อนๆ ถุงเล็ก ๕๐ บาท    อร่อยที่สุดใน ๓ เจ้ากล้วยตากทอดที่ผมกินวันนี้    เจ้าที่ ๒ ที่ปั๊มแถวๆ ปราณบุรี เป็นกล้วยน้ำว้าตากทอด    เจ้านี้ขายกล้วยแขกและเผือกทอดด้วย    ผมซื้อกล้วยตากทอดผสมเผือกทอด ๓๐ บาท อร่อยทั้งสองอย่าง    เจ้าสุดท้ายแถวๆ สมุทรสงคราม ว่าเป็นกล้วยอบน้ำผึ้งทอด    ใส่กล่องสวยงาม ๔๐ บาท    อร่อยเหมือนกัน แต่ทอดโดยมีแป้งมากไปหน่อย    ผมเพิ่งได้กินกล้วยตากทอดวันนี้    และได้ลองกินเสียถึง ๓ เจ้า    ในลักษณะกินแทนอาหารเช้าและเที่ยง   

เมื่อถึงปราณบุรี ผมปรึกษา กูเกิ้ล ว่าไปทางไหนดี    ได้ความว่าไปทางถนนพระราม ๒ เร็วกว่า และรถไม่ติด    แต่เสียเงินค่าทางด่วน    สาวน้อยยืนยันว่าลุงตู่ให้ยกเว้นค่าทางด่วน    ซึ่งเมื่อเราขึ้นทางด่วนก็พบว่าฟรีจริงๆ   

เมื่อออกจากชุมพรมาถึงประจวบ รถที่แล่นบนถนนส่วนใหญ่เป็นรถบรรทุก     รถเก๋งมีไม่มาก    แต่หลังจากนั้นรถเก๋งมีมากขึ้นเรื่อยๆ    จนเมื่อถึงเพชรบุรี ก็มีแต่รถเก๋ง รถบรรทุกมีน้อย    แต่รถใช้ความเร็วได้ตลอดทาง     ที่รถติดมี ๒ ครั้ง  เป็นด่านตำรวจทั้งสองครั้ง    หลังจากผ่านถนนแยกไปด่านสิงขรมาแล้ว   

บนถนนพระราม ๒ รถมากแต่ก็ไม่ทำให้ชะลอตัว    ยังขับในความเร็วระหว่าง ๙๐ – ๑๑๐ ได้สบาย    แม้จะมีการก่อสร้างทางยกระดับในบางช่วง  แต่ผิวจราจรก็ยังมีถึงฝั่งละ ๓ ช่อง          

วิจารณ์ พานิช    

๒๗ ก.ค. ๖๓


   

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)