
ขอบคุณรูปภาพจาก: https://www.google.com/search?
"ความน่ารัก...ไม่แพ้เจ้าเหมียวมีขน สำหรับแมวไร้ขนอย่าง "สฟิงซ์" (Sphynx ) ซึ่งเป็นพันธุ์แมวสายพันธุ์หนึ่ง ถึงแม้ว่าจะมีผู้เรียกว่า
เป็นแมวพันธุ์ที่ไม่มีขน แต่ความจริงแล้วมันมีขนปกคลุมบางๆ โดยจะเห็นได้ชัดบริเวณปลายลำตัวทั้งสองข้าง"
ความเป็นมา ของเจ้าแมวไร้ขน...
ต้นกำเนิดของแมวพันธ์นี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันถึงแหล่งที่มา โดยมีความเป็นไปได้ของแหล่งกำเนิด คือ มาจากอียิปต์หรือฮาวาย แต่กลับ
พบว่าแมวสฟิงซ์ตัวแรกของโลกที่ถูกนำมาเลี้ยงอยู่ในประเทศแคนาดา ปี 1966 โดยกลุ่มคนรักแมวในประเทศแคนาดานำไปพัฒนาสายพันธุ์
สฟิงซ์ ได้รับการรับรองสายพันธุ์จาก CFA แห่งสหรัฐอเมริกาเรียบร้อยแล้ว แต่บางบันทึกก็กล่าวว่า แมวสฟิงซ์ เกิดจากการผ่าเหล่าของ แมวพันธุ์
วิเชียร มาศ ด้วยเหตุนี้มันจึงมีความคล้ายคลึงกับแมวไทยมาก
ตำนาน จอมไร้ขน (แมวสฟิงซ์)
มีความเชื่อกันว่า แมวสฟิงซ์เป็นแมวของชาวอียิปต์ยุคโบราณ คุณจะพบแมวพันธ์นี้ได้จาก ภาพเขียน ภาพสลัก รูปปั้น
ในศิลปะอียิปต์ยุคโบราณ ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงที่ยอดนิยมของชนชั้นสูงในสมัยนั้น
ลักษณะ เจ้าเหมียวไร้ขน
หัวทรงลิ่ม หูเป็นรูปสามเหลี่ยมปลายมน ดวงตาสีอำพัน ลำตัวยาว ผิวหนังย่นยู่ ส่วนใหญ่มีสีน้ำตาลขาว หรือดำขาว ขนเส้นเล็กสั้นมาก จน
แทบมองไม่เห็นและเหี่ยวย่น หางยาวปลายเรียว พื้นท้องเป็นแถบขาวยาวตลอดลำตัวตั้งแต่ปาก อันเป็นลักษณะเฉพาะตัวไม่เหมือนแมวพันธุ์อื่น
และนั้นเป็นจุดเด่น ของเจ้าเหมียวไร้ขน (สฟิงซ์)
พฤติกรรมของเจ้าเหมียว สฟิงซ์
คนที่รักในการใช้ชีวิตร่วมกับสฟิงซ์ส่วนใหญ่บอกว่ามันต่างจากแมว “ปกติ” เพราะแมวสายพันธุ์นี้ชอบเข้าสังคมเป็นพิเศษ ชอบที่จะมา
คลุกคลี กับเจ้าของอย่างมาก หรือเรียกได้เลยว่า "ติดเจ้าของเอามากกกกกก" ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเจ้าเหมียวต้องการความอบอุ่น มักจะแสดงระดับ
พลังงานที่มาก มีสติปัญญา ความอยากรู้อยากเห็น มีลักษณะนิสัยคล้ายกับหมามากกว่าเสียอีก ชอบที่จะไปยืนรอรับเจ้าของที่ประตูบ่อย เป็นมิตร
เมื่อพบคนแปลกหน้า เนื่องจากพวกมันเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบอยู่ลำพัง "เป็นแมวขี้เหงา" หากคนเลี้ยงจะต้องปล่อยให้มันอยู่บ้านตัวเดียวควรจะมีพวก
มัน 2 ตัวให้วิ่งเล่นเป็นเพื่อนกันในบ้าน ไม่ว่าคุณจะทำอะไรอยู่ตรงไหนของมัน เจ้าเหมียวสฟิงซ์จะคอยตามติดคุณอยู่ไม่ห่างเพื่อเป็นสัญญาณว่า
ต้องการที่จะช่วยเหลือ นอกจากนี้เขายังจะเป็นผู้ดูแลต้อนรับแขกที่บ้านเป็นอย่างดี มันเป็นแมวที่มีสเน่ห์จะทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดความสนใจ ดัง
นั้นผู้เลี้ยงจะเห็นมันทำท่าทางแปลกๆ ให้ขำอยู่เสมอ อีกอย่างคือความกล้าที่ไม่กลัวต่อสิ่งใดทำให้มัน
การดูแล "เจ้าเหมียวไร้ขน"
เนื่องจากมันไม่มีขนที่จะคอยปกป้องผิวหนัง ผิวหนังของมันจึงผลิตน้ำมันออกมาเคลือบ มันจึงต้องการการอาบน้ำและดูแลอย่างเหมาะสมเพื่อให้ผิวหนังของมันมีสุขภาพดี
- ควรอาบน้ำหรือเช็ดตัวให้อาทิตย์ละ 1 ครั้ง ถ้าไม่ดูแลผิวหนังของมันจะเป็นขุยแห้ง ๆ
- ควรตัดเล็บให้มันเป็นประจำทุกอาทิตย์ เพื่อป้องกันผิวหนังเป็นรอยจากการเกา
- เมื่อพามันออกไปเดินเล่นตากแดด ควรทาครีมกันแดดเด็กให้มันด้วย เพื่อปกป้องผิวหนังจากแสงแดด
- ควรหมั่นแปลงฟันให้กับสฟิงว์ ด้วยยาสีฟันที่ผลิตขึ้นมาสำหรับแมวโดยเฉพาะเพื่อสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์ ห่างไกลจากเชื้อโรคนานาชนิด
ควรระวัง อย่าให้มันโดนยุงกัด หรือโดนขีดข่วน เนื่องจากอาจทำให้ผิวหนังเกิดบาดแผลได้ เมื่อออกข้างนอกควรสวมเสื้อแมวให้มัน และอย่าลืมพาไปทำวัคซีนป้องกันโรคหัดแมว โรคลูคีเมียร์ โรคพิษสุนัขบ้า ตามกำหนดอย่างเคร่งครัด
ถ้าคุณคิดจะเลี้ยง เจ้าเหมียวสฟิงซ์หรือสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ
ไม่ว่าการเลี้ยงแมวหรือสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น ๆ สำหรับบางคนคือความสุขอย่างหนึ่ง แต่สิ่งสำคัญในการเลี้ยงแมวหรือสัตว์เลี้ยงสักตัวคือการ
เลือกสายพันธุ์ที่มีลักษณะนิสัยที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์หรือนิสัยของผู้เลี้ยงด้วย ส่วนแมวสฟิงซ์ถือเป็นแมวที่เหมาะกับคนเป็นโรคภูมิแพ้ด้วย
เพราะมันเป็นสัตว์ที่ไม่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ (Hypoallergenic) ในบรรดาแมว ๆ ทั้งหลายเลย แถมนิสัยของมันก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากแมวทั่วไป
ด้วยแต่ยังเป็นมิตรกว่าแมวทั่ว ๆ ไปเลยด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นสำหรับคนรักแมวที่เป็นโรคภูมิแพ้หรือคนที่กลัวเป็นภูมิแพ้ก็สามารถหามาเลี้ยงกันได้
สำหรับคนที่อยากเลี้ยงน้องแมวสายพันธุ์นี้คงต้องคิดหนักเรื่องค่าตัว เพราะราคาของน้องแมวพันธุ์นี้เริ่มที่ 20,000 บาทขึ้นไป แต่ไม่ว่าจะเลี้ยงแมวพันธุ์ไหนก็อย่าลืมให้ความรักและใส่ใจเขาเยอะๆ นะคะ!!!!

ขอบคุณรูปภาพจาก: https://www.google.com/search?