สวัสดีค่ะทุกคน เจอกันบันทึกฉบับที่ 26 แล้วนะคะ จากบันทึกฉบับที่ 25 เขียนไว้ว่า จะมีบันทึกฉบับที่ 26 ก็ต่อเมื่อได้งานออฟชอร์แล้ว ณ ตอนนี้ยังไม่ได้งานทำนะคะ แต่ว่ามีโอกาสได้เข้าคอร์สฝึกอบรมสำหรับงานออฟชอร์ แล้วมีเพื่อนที่เข้าคอร์สด้วยกันได้ขอให้ที่ศูนย์ฝึกถ่ายรูปไปให้ภรรยาดูว่ามาฝึกอะไรทำไมค่าคอร์สแพงจัง หลังจบคอร์สเพื่อนท่านนั้นก็ได้ส่งรูปมาให้ดิฉันด้วย เลยเกิดแรงบันดาลใจ ณ ตอนนั้นว่า เอ่อ เอารูปไปเขียนบล็อกดีกว่า เก็บไว้เป็นข้อมูลให้คนที่ยังไม่ทราบหรือคนใหม่ๆที่อยากจะเข้ามาทำงานวงการออฟชอร์ ส่วนคนที่ทำงานออฟชอร์อยู่แล้ว ก็ผ่านได้เลยค่ะ เพราะรู้ซึ้งดีทุกคน ฝึกกันหลายรอบแล้ว
พนักงานทุกคนที่จะต้องไปทำงานออฟชอร์ (นอกชายฝั่ง) แล้วต้องโดยสารเฮลิคอปเตอร์จากฝั่งไปยังแท่นขุดเจาะน้ำมันกลางทะเล จะต้องมีใบรับรอง (Certificate) ซึ่งเปรียบเสมือนพาสปอร์ตเวลาเราเดินทางไปต่างประเทศนั่นแหละค่ะ ถ้าเราไม่มีสองใบรับรองนี้ ก็จะขึ้นเครื่องไปทำงานไม่ได้ค่ะ สองอย่างที่ว่ามีดังนี้ คือ
- BOSIET (Basic Offshore Safety Induction and Emergency Training) เป็นหลักสูตร 3 วัน สำหรับการฝึกอบรมเมื่อเฮลิคอปเตอร์จมน้ำ จะช่วยเหลือตัวเองได้อย่างไร การดำรงชีพในน้ำเพื่อรอความช่วยเหลือ หลักสูตรปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการดับเพลิงเบื้องต้น เท่าที่ทราบราคาอยู่ที่ 4 หมื่นกว่าบาท (ราคาที่แน่นอนต้องเช็คกับทางศูนย์ฝึกค่ะ) ใบรับรองที่เป็น OPITO Approved (มาตรฐานสากลขององค์การฝึกอบรมอุตสาหกรรมน้ำมันที่ต่างประเทศ) เซอร์จะมีอายุ 4 ปี ทุกๆ 4 ปี ต้องมาต่อเซอร์ ถ้าเรามาต่อเซอร์ก่อนจะหมดอายุจะฝึกอบรมแค่ 1 วันเท่านั้น ราคาค่าคอร์สก็จะถูกกว่าเป็นครึ่งเลยค่ะ สำหรับคนที่มาต่อเซอร์ก็จะเข้าคอร์สที่เรียกว่า FOET (Further Offshore Emergency Training) เพราะฉะนั้นแนะนำว่าควรมาต่อเซอร์ก่อนหมดอายุจะได้ฝึกอบรมแค่ 1 วัน ถ้าหากว่าเรามีเหตุจำเป็นไม่สามารถมาต่อเซอร์ได้ก่อนวันหมดอายุ เช่น เซอร์หมดอายุช่วงตอนทำงานอยู่นอกชายฝั่ง ทางบริษัทสามารถทำจดหมายมาที่ศูนย์ฝึกได้ค่ะ ก็จะได้รับการยกเว้นให้ต่อเซอร์ 1 วันได้ หรือช่วงนี้เป็นช่วงโควิดการเดินทางอาจจะไม่สะดวก เราสามารถคุยกับที่ศูนย์ฝึกได้ถึงเหตุจำเป็นที่มาต่อเซอร์ไม่ทัน แต่จะได้หรือไม่ได้ต้องลองคุยดูนะคะ
- ใบตรวจร่างกายประจำปีจากโรงพยาบาลว่าเรา Fit to Work Offshore ผู้รับเหมาสัมปทานบางเจ้าต้องการใบรับรองแพทย์แบบมีอายุ 1 ปี แต่บางเจ้าใบรับรองแพทย์แบบ 2 ปี ก็ใช้ได้ค่ะ
โดยปกติแล้วใบรับรองข้อ 1 และข้อ 2 ที่เราต้องใช้เพื่อเดินทางไปทำงานออฟชอร์เราไม่จำเป็นต้องเสียเงินเองค่ะ ถ้าเราเป็นพนักงานประจำของบริษัท ทางบริษัทก็จะจัดการให้ทุกอย่าง เราแค่ไปฝึกอบรมในวันที่จัดให้ และไปตรวจร่างกาย ณ โรงพยาบาลที่บริษัทจองไว้ให้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยค่ะ ยกเว้น……..พวกที่เป็น Freelance (พนักงานอิสระ) ไม่ได้สังกัดบริษัทใด หรือที่เราๆคนออฟชอร์เรียกว่า “มือปืนรับจ้าง” คือเป็นพนักงานชั่วคราว ที่แท่นขุดเจาะบางแห่งมีคนลาป่วยหรือลากิจ จำเป็นต้องหาคนมาแทนชั่วคราวก็จะเรียกคนผ่านทาง Agency แล้วทาง Agency ก็จะไปเรียกพวกมือปืนรับจ้างนี่แหละค่ะไปทำงานแทนชั่วคราว หรือคนที่ทำงานเป็นจ๊อบๆไป เช่น พวกนักประดาน้ำสำรวจท่อ สำรวจท้องเรือ ช่วงที่ไปอบรมมาล่าสุดเจอพนักงานฟรีแลนซ์ค่ะ เป็นนักประดาน้ำ ขับรถมาไกลจากเชียงใหม่เพื่อมาฝึกอบรมที่พัทยาเลยทีเดียว
ดิฉันเป็นพนักงานประจำมาตลอด 12 ปี คอร์สฝึกอบรมต่างๆ บริษัทจะเป็นผู้จัดการให้ทั้งหมด แต่เมื่อปลายปี 2019 บริษัทได้หมดสัญญาขุดเจาะน้ำมันในประเทศไทย ดิฉันก็เลยว่างงานอยู่ช่วงนี้ แล้วอะไรจะมาซวยช่วงนี้พอดี ใบเซอร์ฝึกน้ำฝึกไฟของดิฉันมาหมดอายุปีนี้พอดี งานใหม่ก็ยังไม่ได้ สองจิตสองใจว่าจะไปต่อเซอร์ดีมั๊ย หรือปล่อยให้เซอร์ขาดไปเลย พอได้งานใหม่ บริษัทก็ส่งไปฝึกเองแหละ ในช่วงที่คิดๆอยู่ ก็เลยลองสอบถามข้อมูลราคาค่าต่อเซอร์ไปสองที่ แล้วค่อยตัดสินใจอีกที
ศูนย์ฝึกอบรมที่ดิฉันรู้จักหรือเคยเข้ารับการฝึกอบรมมีอยู่ 4 ที่ค่ะ คือ
- MSTS ที่ยะโฮบารู ประเทศมาเลเซีย – คงไม่ไปที่นี่แน่ค่ะเพราะไกล ไม่สะดวก และสถานการณ์โควิด ณ ตอนนี้ ถึงอยากไปก็ไปไม่ได้
- Falck Nutec ที่บางปู สมุทรปราการ – ไม่รู้จักใครที่นั่นเลยแต่เคยเจอพี่ที่เป็นช่างไฟเมื่อหลายเดือนก่อนไปต่อเซอร์ที่นี่ มาเล่าให้ฟังว่าคอร์สละ 3 หมื่นกว่าบาท แต่ว่าไปขอต่อราคามาได้ที่ประมาณสองหมื่นห้าค่ะ
- Mogit ที่ อ.สิงหนคร จ.สงขลา- เป็นศูนย์ฝึกประจำของดิฉันเองค่ะ เพราะใกล้บ้าน บริษัทมักจะจองศูนย์ฝึกที่ใกล้บ้านให้พนักงาน ดิฉันเลยฝึกอบรมที่นี่เป็นส่วนใหญ่ จะคุ้นเคยกับที่นี่ค่ะ แล้วพอดีตอนนี้ผู้จัดการศูนย์ฝึกเป็นคนรู้จัก ดิฉันเลยสอบถามราคาค่าต่อเซอร์ไป รวมถึงเอกสารที่ต้องใช้สำหรับการจองคอร์ส ตอนแรกเล็งที่นี่เป็นที่แรกเพราะคุ้นเคย ใกล้บ้าน ขับรถไปกลับได้เอง แต่ก็มีเหตุให้ต้องไม่เลือกที่นี่ เพราะที่นี่ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ (ใบตรวจร่างกาย) ที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี ส่วนดิฉันมีใบรับรองแพทย์ OGUK แบบ 2 ปีใช้ไม่ได้ ต้องไปตรวจร่างกายแบบ Fit to Work Offshore ใหม่ ซึ่งมีค่าใช้จ่าย ณ ตรงนี้อีกหลายพัน ค่าคอร์สบวกกับค่าตรวจร่างกายใหม่รวมๆแล้วก็อยู่ที่สามหมื่นกว่าๆ ก็เลยคิดว่าจะไม่ต่อเซอร์ล่ะ แต่มีคำพูดหนึ่งจากอาจารย์ที่รู้จักบอกว่า “น้อง ออ อย่าปล่อยให้เซอร์ขาด” เพราะคำพูดประโยคนี้แหละทำให้ดิฉันลองเช็คดูที่อื่นต่อไป
- PATTAYA INTERNATIONAL SAFETY TRAINING CENTER CO.,LTD. (PISTC) - ดิฉันรู้จักที่นี่เพราะหนึ่งในผู้บริหารของศูนย์ฝึก (CEO) เคยเป็นผู้จัดการ/อาจารย์ที่สอนดิฉันอยู่หลายคอร์สที่ศูนย์ฝึกโมกิตที่สงขลาเมื่อหลายปีก่อน คอร์สที่ทำให้รู้จักอาจารย์แล้วเป็นเพื่อนกันในเฟสบุ๊คคือคอร์สฝึกขับเรือ Life Boat จำได้ว่าเรียนกับอาจารย์อยู่ 4 วัน อาจารย์พาไปขับวนๆ รอบเกาะหนู เกาะแมว เป็นคอร์สที่สนุกสนานมาก แล้วอาจารย์ก็ได้ออกไปเปิดศูนย์ฝึกเป็นของตัวเองที่พัทยา ดิฉันก็เห็นผ่านตามาหลายปีแล้ว แต่ก็ไม่นึกไม่ฝันว่าวันหนึ่งจะได้มารับการฝึกอบรมที่นี่ (อัพเดตข้อมูล ณ วันที่ 17 กรกฎาคม 2564 เซอร์ฯจากศูนย์ฝึกที่พัทยาสามารถใช้ได้ทั่วโลก ยกเว้นทำงานกับ ปตท ในประเทศไทย ไม่สามารถใช้ได้ค่ะ)
ปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาดิฉันเห็นในเฟสบุ๊คอาจารย์แชร์โปรโมชั่นของศูนย์ฝึกมาฝึก BOSIET แบบมา 2 จ่าย 1 ส่วนแบบต่อเซอร์ลด 20% มันเลยกระแทกตาเข้าอย่างจัง เลยส่งข้อความไปทักอาจารย์เพื่อสอบถามราคาและการเดินทาง ราคาคอร์สลด 20% แล้วเหลือหมื่นกว่าบาท ถ้าฝึก TSBB (Travel Safety by Boat) แบบ OPITO Approved มีค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกหลายพัน แต่ถ้าเอาเซอร์รับรองโดยศูนย์ฝึกแถมให้ฟรี (เซอร์ TSBB ถ้าทำงานฝั่งเชฟรอนจำเป็นต้องมีตัวนี้ด้วยค่ะ แต่บางผู้รับเหมาสัมปทานก็ไม่จำเป็นต้องมี) อาจารย์บอกว่าเดี๋ยวมีรถไปรับ-ส่งสนามบิน และมีรถรับ-ส่งระหว่างโรงแรมกับศูนย์ฝึก ประหยัดค่ารถไปได้อีก ค่าฝึกอบรม ค่าเครื่องบิน และค่าโรงแรม รวมค่าใช้จ่ายทุกอย่างแล้วประมาณสองหมื่นต้นๆ เลยตัดสินใจเข้ารับการฝึกอบรมที่นี่ค่ะ
เอกสารที่ต้องใช้สำหรับจองคอร์สก็มี
- ใบเซอร์เก่า
- ใบรับรองแพทย์ของดิฉันเป็นแบบ OGUK 2 ปียังไม่หมดอายุ สามารถใช้ได้
- สำเนาบัตรประชาชน
- ใบรับรองแพทย์ว่าเราไม่ป่วยไม่ไข้ ตรวจ 3 วันก่อนเข้าคอร์ส (ดิฉันไปตรวจที่ร.พ.กรุงเทพหาดใหญ่ มา ราคา 250 บาทค่ะ)
- ค่าคอร์สฝึกอบรมไปจ่ายได้ที่ศูนย์ฝึกในวันที่เข้าฝึกอบรมได้เลยค่ะ จ่ายเป็นเงินสดหรือว่าโอนเข้าบัญชีก็ได้ค่ะ
ดิฉันก็ได้ให้ทางศูนย์ฝึกจองโรงแรมพร้อมอาหารเช้าให้ในราคาพันกว่าๆ (ราคาหลักร้อยก็มีค่ะแต่ไม่มีอาหารเช้า) ค่าโรงแรมเราไปจ่ายที่โรงแรมได้เลยค่ะ ได้ห้องดีลักซ์ ห้องใหญ่มาก มีห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องทำงาน ห้องนอน ห้องน้ำแบบกว้างๆ อาหารเช้าก็อร่อย เล่านอกเรื่องซักนิดค่ะ ช่วงที่ดิฉันไป แถวๆพัทยาเงียบมากค่ะ ลองเดินๆเล่น แถวๆ โรงแรมบางโรงแรมก็ยังไม่เปิดให้บริการ ร้านอาหารก็เปิดเป็นบางร้าน ตามถนนหนทางไม่ค่อยเจอนักท่องเที่ยว เจอแต่แม่ค้า วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แล้วก็พนักงาน Grab นั่งกันเต็มไปหมด
วันฝึกอบรมเดินทางจากโรงแรมถึงศูนย์ฝึกใช้เวลาประมาณ 20 นาทีค่ะ ศูนย์ฝึกอยู่ในป่ามันสัมปะหลัง สถานที่สะอาด พนักงานบริการดีและมีอัธยาศัยดีค่ะ
พอถึงศูนย์ฝึก ก็ลงทะเบียนจ่ายเงินค่าคอร์ส เข้าห้องรับฟังบรรยายทบทวนความรู้ มีฝึกปฐมพยาบาลเบื้องต้น ฝึกทำ CPR
ในช่วงสายๆก็ไปฝึกการใช้ Smoke Hood สำหรับหนีเอาตัวรอดเมื่อไฟไหม้ และฝึกดับเพลิงเบื้องต้น
ชอบศูนย์ฝึกที่นี่นะคะ เพราะว่าทั้งสถานที่ฝึกดับเพลิงและสถานที่ฝึกเฮลิคอปเตอร์จมน้ำอยู่บริเวณเดียวกัน ฝึกดับเพลิงเสร็จก็ลงน้ำต่อ แล้วก็จบ อาบน้ำแค่ครั้งเดียว ก่อนหน้าที่เคยฝึกที่อื่น สถานที่ฝึกดับเพลิงอยู่คนละที่กับสระน้ำ ฝึกเฮลิคอปเตอร์เสร็จ อาบน้ำ แล้วต้องขับรถเข้าไปในที่ห่างไกลชุมชน เพื่อฝึกดับเพลิง ทำให้ต้องอาบน้ำอีกรอบเมื่อฝึกเสร็จ คือไม่ชอบอาบน้ำหลายรอบ ฮ่าๆๆๆ
ปล. สถานที่ฝึกดับเพลิงต้องอยู่ห่างจากชุมชน เพราะต้องมีการจำลองสถานการณ์ไฟไหม้ มีการจุดเพลิง มีควันไฟ เลยต้องตั้งห่างจากชุมชนค่ะ
พอฝึกดับเพลิงเสร็จ ก็มาต่อฝึกเฮลิคอปเตอร์จมน้ำค่ะ รอบนี้เป็นการฝึกรอบที่ 5 ของดิฉันแล้วค่ะ อยากจะบอกว่าฝึกที่ไรก็ตื่นเต้นทุกที เพื่อนที่มาเข้าฝึกด้วยกันก็บอกเป็นเสียงเดียวกันค่ะว่าตื่นเต้นมาก เพราะ 4 ปีฝึกที เว้นช่วงมานาน นี่เป็นครั้งแรกของดิฉันค่ะที่ต้องฝึกแล้วใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจ EBS คือไม่ค่อยคุ้นเคยกับอุปกรณ์ ทำให้งกๆเงิ่นๆอยู่เหมือนกัน ไม่รู้จะทำอะไรก่อนหลังตอนเกิดเหตุฉุกเฉิน แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดีค่ะ
ครูฝึกก็จะสาธิตวิธีการใช้เจ้าตัว EBS ก่อนว่าใช้อย่างไร หายใจอย่างไร พอโอเคก็จะเริ่มการฝึก 4 ท่า คือ
- เฮลิคอปเตอร์ตกน้ำแบบแตะผิวน้ำ ผู้โดยสารเดินออกทางประตูเครื่อง ลงแพชูชีพ
- เฮลิคอปเตอร์ตกแบบจมน้ำ ไม่มีหน้าต่าง พอเครื่องจมน้ำ เราต้องปลดเข็มขัดนิรภัย และต้องมุดหนีออกมาจากตัวเครื่อง
- เฮลิคอปเตอร์ตกแบบจมน้ำ มีหน้าต่าง พอเครื่องจมน้ำ เราต้องผลักหน้าต่างออก ปลดสายรัดเข็มขัด แล้วหนีออกจากเครื่องทางหน้าต่าง
- เฮลิคอปเตอร์ตกแบบจมน้ำแล้วพลิก Upside down ตะแคงหัวตะแคงหางกันเลยทีเดียว แล้วเราต้องผลักหน้าต่างเครื่องออก ปลดเข็มขัด แล้วมุดหนีออกทางหน้าต่าง









แบบที่ 4 นี่ตื่นเต้นสุดแล้วค่ะ และเป็นการฝึกที่ไปเร็วมาก ยังไม่ทันหายตื่นเต้นกับท่าก่อนๆ ต้องไปต่อแล้ว เพราะฝึกกันแค่ 2 คน เลยทำต่อเนื่องไปเลย เคยฝึกก่อนหน้ามาหลายครั้ง ทุกครั้งจะมีคนเข้าคอร์สไม่ต่ำกว่าสิบคน ต้องเข้าคิวกันฝึก บางทีเรานั่งดูเพื่อนไปหลายๆรอบ เราก็หายตื่นเต้นไปได้ แต่นี่ฝึก 2 คน ไปแบบ 4 ท่ารัวๆเลยค่ะ


เคยถามอาจารย์ผู้บริหารศูนย์ฝึกว่า ในแต่ละคอร์สมีจำนวนผู้ฝึกขั้นต่ำมั๊ย เพราะก่อนหน้าเคยได้ยินมาว่าบางศูนย์ฝึกถ้ามีคนเข้าคอร์สไม่ถึงจำนวนที่ตั้งไว้ก็จะไม่สามารถเปิดคอร์สได้ อาจารย์บอกว่าที่ศูนย์ฝึกมีค่าใช้จ่ายทุกวัน คนน้อยคนมากก็เปิดสอนให้ตลอดค่ะ ตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์ ถ้ามีเหตุจำเป็นต้องฝึก เสาร์ อาทิตย์ ก็สามารถเปิดให้ได้ค่ะ ถ้าทำเรื่องเข้ามา
เสร็จจากสระน้ำ ก็มาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันค่ะ ห้องน้ำสะอาดดีค่ะ มีหลายห้อง
หลังจากอาบน้ำเสร็จ ก็ไปทานอาหารเที่ยง เป็นแบบบุฟเฟต์
หลังอาหารเที่ยง ภาคบ่ายดิฉันเข้าเรียนคอร์ส Travel Safety by Boat ต่อค่ะ เรียนคนเดียว แต่อาจารย์ตั้งใจสอนดีมาก ถึงแม้ว่าจะมีผู้รับการฝึกอบรมแค่ 1 คนก็ตาม เสร็จการบรรยายก็ไปฝึกโหนเชือกจำลองเหตุการณ์ว่าโหนเชือกระหว่างเรือกับแท่นขุดเจาะค่ะ เป็นอันเสร็จการฝึกอบรม 1 วันในครั้งนี้
พอจบคอร์ส พนักงานก็เอาใบเสร็จจ่ายเงินและเซอร์ใบใหม่มาให้ค่ะ ไปๆมาๆ ที่ว่าจะแถมคอร์ส TSBB แบบเซอร์รับรองโดยศูนย์ฝึก สรุปได้เซอร์ TSBB แบบ OPITO Approved มาเลยค่ะ ดีใจมาก
แล้วก็ถึงเวลาเดินทางกลับบ้านค่ะ ดิฉันบินจาก หาดใหญ่-อู่ตะเภา-หาดใหญ่ มีเที่ยวบินทุกวัน วันละ 1 เที่ยวค่ะ ใช้เวลาบิน 1.15ชม.ค่ะ อาจารย์สุนันท์ หรือครูแดง (CEOของศูนย์ฝึก) มาส่งค่ะ ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกหน่อย ครูแดงเป็นหนึ่งในทีมนักประดาน้ำที่เข้าไปช่วยชีวิต 13 หมูป่าที่ติดถ้ำขุนน้ำนางนอนด้วยนะคะ

บันทึกฉบับนี้ขอจบลงเพียงเท่านี้ค่ะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์หรือเป็นข้อมูลให้กับคนที่จะอยากจะเข้าฝึกอบรมด้วยตนเองนะคะ
ชอบบทความครับ เขียนดีน่าอ่าน ผมมีBOSIETปี2020 ฝึกที่พัทยาเหมือนกันที่เดียวกันเลย เพราะหวังว่าจะลงหาประสบการณ์offshoreดูบ้าง แต่ผมจบแค่ม.6 (เรียนมหาลัยแต่มีเหตุให้ต้องออกกลางคัน) พอมีงานไหน บริษัทไหนให้สมัครไหมครับ หวังว่าจะมาช่วยเจือจุนครอบครัว เพราะพิษโควิด เห้อ พูดแล้วท้อครับ
เผื่อสนใจ สมัครตามนี้ค่ะโชคดีค่ะ
หนูก็อยากมีโอกาสทำงานเกี่ยวกับแท่น จะเป็น support หรือ onshore offshore ก็ได้ แต่ยังไม่มีแนวทางว่าจะต้องเริ่มตรงไหน พอเปิดมาอ่านละได้รับความรู้มากๆ โชคดีที่หนูอยู่ใกล้พัทยา ถ้าจะรบกวนเขียน บล็อคเพิ่มกับแนวทางสำหรับคนที่อยากทำงานในสายนี้ จะขอบพระคุณมากๆค่ะ ขอบคุณค่ะที่แบ่งปันความรู้ค่ะ
น่าสนใจครับ กลางเดือน ได้ทำ on shore ปตทสผ สงขลา
สวัสดีครับ เห็นบทความนี้ชอบมากๆเลยครับ ขอสอบถามได้ไหมครับว่าอบรม BOSIET ที่พัทยาทำไมไม่สามรถใช้กับงานกับ ปตท ในประเทศไทยได้ครับ ขอบคุณครับ