
[review] รีวิว Drag me to hell (2006) กระชากลงหลุม หลังจากแซม ไรมี่ กำกับ Spider-man 3 จบลง เขาก็ได้กลับไปทำหนังตามแนวทางที่ถนัดคือหนังสยองขวัญเลือดสาด และถ้าคุณยังจำได้เขาสร้างตำนานหนังสยองขวัญอย่าง Evil death ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในปี 1981 มาแล้ว ซึ่งแน่นอนว่ากระชากลงหลุมจึงการันตีความสยองขวัญได้เลยทีเดียว
เรื่องราวของคริสตินเจ้าหน้าที่ธนาคารสาว เผชิญกับหญิงชรายิปซีที่เธอมาขอความช่วยเหลือไม่ให้ธนาคารยึดบ้านเธอ แต่คริสตินไม่สามารถช่วยอะไรได้ แม้ยิปซีคุกเข่าอ้อนวอนเธอก็ไม่อาจช่วย หญิงยิปซีแค้นเธอมาก ระหว่างคริสตินกำลังจะขับรถกลับบ้าน หญิงยิปซีดักรอเธออยู่ในรถทำการต่อสู้กัน และในจังหวะท้าย ยิปซีดึงกระดุมแขนเสื้อของคริสตินทำการสาปแช่ง ให้ปีศาจจากนรกมาเอาวิญญาณของคริสตินไป คริสติน ถูกปีศาจตามหลอกหลอน เธอต้องหาวิธีการให้รอดพ้นจากปีศาจโดยขอร้องให้คนทรงช่วย แต่ปีศาจตอนนี้ไม่ธรรมดา มันคือวิญญาณชั่วร้ายชื่อว่าลาเมีย (Lamia) ที่มาในร่างของแพะสีดำ เธอจะหาวิธีหนีรอดจากเงื้อมมือของวันได้อย่างไร
แซม ไรมี่ขึ้นชื่อว่าเจ้าพ่อหนังสยองขวัญ เพราะมีหนังสยองขวัญในมือของเขาระดับตำนาจอย่าง Evil death รวมถึงอำนวยการสร้างหนังสยองขวัญเช่น Boogeyman, Crawl, The Taking of Deborah Logan ดังนั้นการันตีได้ถึงจังหวะการหลอกหลอน การทำให้ตกใจ จังหวะผีโผล่ ในเรื่อง Drag me th hell จึงทำได้ดีมาก และยังคงเสน่ห์ของหนังสยองขวัญยุค 80-90 ได้อย่างดีเช่นเลือดสาด ความแหวะ ความเกินจริงบางอย่างได้ดี อีกจุดหนึ่งที่ผมชอบคือวิธีการดำเนินเรื่องที่รวดเร็วไม่มีจุดน่าเบื่อ
อีกจุดหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของหนังคือฉากการดิ้นรนต่อสู้ของนางเอกของเรื่องทำได้ดี ลุ้นและตื่นเต้นไปด้วย โดยเฉพาะฉากคริสตินต่อสู้กับยิปซีในรถ แม้จะใช้เวลาไม่นานมากแต่ก็แสดงถึงความดิบเถื่อนได้ดีแท้
การออกแบบตัวละครผีแต่ละตัวก็ทำได้ดี ทำได้น่ากลัว แต่ละครั้งที่ออกมาทำได้ตาถึงใจ น่าขนลุก
มีการสอดแทรกเรื่องราวทางคติชนเกี่ยวกับพิธีกรรมการเข้าทรง การปราบผี การสังเวยได้แพะ ความเชื่อเรื่องการสาปแช่ง ความเชื่อเรื่องปีศาจ ความเชื่อเรื่องนรก โดยเฉพาะใช้เรื่องเล่าของปีศาจชื่อลาเมีย ปีศาจจากเทพปกรณัมกรีก มาเป็นตัวละครเด่นตัวหนึ่งของเรื่อง ซึ่งก็ได้ดัดแปลงเกี่ยวกับรูปลักษณ์ให้ต่างจากเดิมคือ เป็นปีศาจที่มีลำตัวเป็นเพศหญิงแต่ช่วงล่างเป็นงู แต่แซม ไรมี่กับทำให้เป็นปีศาจ ที่มีหัวเป็นแพะ ร่างกายคล้ายมนุษย์ตัวสีดำ มีหน้าที่ดึงเอาวิญญาณของมนุษย์ลงนรก การทำหน้าที่ของมันคือเป็นการสาปแช่งของพวกยิปซี
หากใครเบื่อหน่ายหนังผีในยุคปัจจุบันและยังหลงใหลเสน่ห์หนังผีในยุค 80 ชอบแนวเลือดสาด แหวะ เกินจริงไปเยอะ รวมถึงมีตอนจบที่สร้างความสบายให้กับคนดู Drag me th hell (2006) กระชากลงหลุม ก็น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวครับ
7/10
@วาทิน ศานติ์ สันติ

#MovieStationReview #สถานีหนัง
#หนังผี #สยองขวัญ