“กักตัวอยู่กับบ้านตามสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาด มีเวลาได้อ่านหนังสือหลายเล่ม
“ประวัติการศึกษาไทย” ของอาจารย์พงศ์อินทร์ ศุขขจร อดีตผู้อำนวยการวิทยาลัยครูจันทรเกษม เป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่ผมได้อ่าน ซึ่งท่านเขียนเล่าเรื่องการศึกษาของไทยไว้ตั้งแต่ พ.ศ.2512 ทำให้เข้าใจเรื่องการศึกษาบ้านเราได้มากขึ้น ผมเกรงว่าหนังสือเล่มนี้จะสูญหายไป ก็เลยนำข้อเขียนของท่านมาแบ่งปันกันอ่าน โดยเลือกเฉพาะเหตุการณ์สำคัญๆมานำเสนอ และแบ่งเป็นตอนๆไปครับ”
-----------------------------
การที่ฝรั่งเศสเข้ามาตั้งสำนักเรียนในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ทำให้การศึกษาหนังสือไทยพลอยตื่นตัวตามไปด้วย เพราะสมเด็จพระนารายณ์ทรงดำริว่า ถ้าหากไม่ส่งเสริมการเรียนหนังสือไทยเป็นการแข่งขันขึ้นบ้าง จะทำให้ประชาชนหันเหไปนิยมวิชาการใหม่ ๆ ของฝรั่งเศสและเข้ารีตเสียหมด ซึ่งจะทำให้ไทยเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ประกอบกับแต่เดิมมา การเรียนหนังสือไทยยังไม่วางลำดับขั้นเอาไว้ให้เรียนง่าย ยังไม่มีตำราเรียนภาษาไทย ผู้รู้สักแต่สอนไปตามความรู้ความชำนาญของแต่ละบุคคล ทำให้เรียนได้ยาก
พระองค์จึงโปรดให้พระโหราธิบดีคิดเรียบเรียงหนังสือแบบเรียนภาษาไทยขึ้น สำหรับให้ผู้เรียนอ่านเขียนหนังสือไทยได้ง่าย หนังสือเรียนภาษาไทยฉบับแรกของไทยเรามีชื่อว่า หนังสือจินดามณี ซึ่งแปลว่า แก้วสมนึก หรือแก้วสารพัดนึกอะไรทำนองนั้น หนังสือเล่มนี้อธิบายถึงอักษรศัพท์ได้แก่คำที่อ่านออกเสียงอย่างเดียวกัน แต่เขียนต่างกัน และมีความหมายต่างกัน เช่น พระบาท บาตรพระสงฆ์ บาศเชือกคล้อง เงินบาท บาดอาวุธ.....ตัวอย่างคำที่ใช้ ส ศ ษ ไม้ม้วน ไม้มลาย การจำแนกอักษร 3 หมู่ การแจกลูก การผันอักษร ในตอนปลายได้อธิบายถึงวิธีการแต่งกาพย์ กลอน โคลง ฉันท์ และกลบท ต่าง ๆ นับว่าเป็นตำราเล่มเดียวที่บรรจุเนื้อวิชาภาษาไทยตั้งแต่ชั้นประถม และชั้นมัธยมขึ้นไปจนถึงชั้นอุดมศึกษาทีเดียว เมื่อหนังสือจินดามณีเกิดขึ้นการเรียนหนังสือไทยก็สะดวก และแพร่หลายไปสู่คนธรรมดาสามัญมากขึ้นกว่าแต่ก่อน
หนังสือจินดามณีที่อยู่ในหอสมุดแห่งชาติขณะนี้ แตกต่างกันอยู่ 4 ฉบับ คือ
1. จินดามณี ฉบับ ความแปลกที่ เรียกว่าความแปลกก็เพราะมีข้อความแปลกกว่าฉบับอื่น ๆ
2.จินดามณี ฉบับความพ้อง มีอยู่หลายเล่มสมุดไทยมีข้อความเหมือนกัน บางเล่มหมอสมิทนำไปพิมพ์จำหน่ายเมื่อพ.ศ. 2413 พิมพ์ที่โรงพิมพ์ครูสมิท บางคอแหลม
3. จินดามณี ฉบับพระนิพนธ์กรมหลวงวงศาธิราชสนิท
4. จินดามณี ฉบับหมอบรัดเลย์ รวบรวมพิมพ์จำหน่าย
ความแตกต่างเหล่านี้เนื่องจากหนังสือจินดามณีเป็นหนังสือแบบเรียนที่ใช้แพร่หลายมาแต่สมัย อยุธยา ในสมัยที่ไม่มีการพิมพ์ ต้องใช้คัดลอกจากต้นฉบับเดิม เมื่อคัดลอกกันไปหลาย ๆ ทอด ข้อความก็ย่อมจะวิปลาสคลาดเคลื่อนไปบ้างเป็นธรรมดา บางทีคนคัดลอกไปพบเห็นความรู้ใหม่ ๆ อย่างอื่นเข้า ก็เลยคัดเอามารวมไว้ในเล่มเดียวกันบ้าง หรือเห็นว่าหน้าสมุดไทยยังเหลือว่างอยู่ชักเสียดาย ก็ลอกเรื่องอื่นใส่ลงไปให้เต็มเล่มบ้าง บางทีต้นฉบับขาดหลุดออกไป 2 ท่อน 3 ท่อน เอามาต่อติดสลับกันไปมา ข้อความก็พลอยกลับกันไปด้วย จึงผิด ๆ กันไป
อนึ่ง ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์นั้น พระองค์ทรงสนพระทัยในเรื่องการศึกษามาก ทรงส่งเสริมให้นักปราชญ์ราชบัณฑิตช่วยกันแต่งหนังสือทรงโปรดการกวีอย่างยิ่ง ทรงชุบเลี้ยงกวีและโปรดให้จัดราชสำนักเป็นที่ชุมนุมกวี โดยเฉพาะในเวลากลางคืนหลังจากสดับสังคีตและทอดพระเนตรการฟ้อนรำแล้ว พวกนักปราชญ์ราชบัณฑิตจะต้องเข้าเฝ้าเพื่อถวายธรรมสากัจฉาเป็นประจำ ในการประชุมกันเช่นนี้ คงจะมีการฝึกแต่งโคลง ต่อโคลง ทั้งโคลงสุภาพ และโคลงกระทู้กันด้วย ปรากฏว่าความนิยมในการแต่งโคลงได้แพร่กระจายจากราชสำนักไปถึงบุคคลธรรมดาสามัญ ฉะนั้นจึงไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไรในเรื่องการศึกษาขั้นอ่านหนังสือออกและเขียนหนังสือได้ และไม่เฉพาะแต่ในราชธานีเท่านั้น ความนิยมยังแพร่หลายไปตามหัวเมืองพระยามหานครอื่น ๆ เช่น ที่นครศรีธรรมราช เป็นต้น
ทางพุทธิศึกษาก้าวหน้ามากในสมัยนั้น ปรากฏว่ามีการเรียนภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ เป็นต้น ภาษาบาลี สันสกฤต พม่า มอญ ลาว เขมร จีน และฝรั่งเศส เพราะปรากฏในพระราชพงศาวดารว่า พระตรัสน้อยโอรสของพระเพทราชาเป็นเจ้านายที่ทรงรอบรู้ภาษาต่างประเทศเหล่านี้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังมีการเรียนวิชาดาราศาสตร์ โหราศาสตร์ แพทยศาสตร์วิชาต่อเรือ เดินเรือ และสถาปัตยกรรมอีกด้วย ส่วนด้านจริยศึกษา พลศึกษา ก็คงจะเป็นไปตามเดิม ทางด้านการศึกษาของสตรีโดยเฉพาะด้านการครัว ก็ก้าวหน้าไปกว่าเดิมเพราะพวกฝรั่งต่างชาตินำวิชาการทำอาหารแปลก ๆ เข้ามาเผยแพร่
ความจริงการศึกษาของไทยน่าจะเจริญก้าวหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพราะสมเด็จพระนารายณ์ทรงวางรากฐานในเรื่องตำราเรียนฉบับแรกไว้แล้ว และมีทั้งวิชาใหม่ ๆ ที่ฝรั่งเศสนำเข้ามาสั่งสอน แต่การณ์หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เพราะหลังจากสมเด็จพระนารายณ์สวรรคตแล้ว พวกฝรั่งเศสก็ถูกขับไล่ให้ออกไปจากเมืองไทยในรัชสมัยของพระเพทราชา ต่อมาบ้านเมืองเกิดความไม่สงบ มีการกบฏแย่งราชสมบัติกันหลายครั้งหลายหน จนรุนแรงถึงขั้นทำสงครามกันกลางเมือง พวกคนดีมีความรู้ต่างแตกฉานซ่านเซ็นหนีเอาตัวรอด ที่ถูกกำจัดจากฝ่ายตรงข้ามกันก็มี อย่างไรก็ตามวัดยังคงยืนหยัดทำหน้าที่ตามเดิม กรุงศรีอยุธยามาฟื้นตัวขึ้นในรัชสมัยพระบรมโกศอีกชั่วระยะหนึ่ง กษัตริย์พระองค์นี้สนพระทัยในการศาสนาเป็นอย่างยิ่งทรงบูรณะปฏิสังขรณ์พระพุทธบาทสระบุรี จัดให้มีการสมโภชฉลองอย่างครึกครื้นมโหฬารการศึกษาด้านอักษรศาสตร์เจริญขึ้นเทียมรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์ มีกวีฝีปากดีเกิดขึ้นหลายท่าน นับแต่ พระองค์ท่าน ผู้ทรงพระราชนิพนธ์โคลงชะลอพระพุทธไสยาสน์ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์เจ้าแห่งกาพย์ห่อโคลง เจ้าฟ้าหญิงกุณฑลและเจ้าฟ้าหญิงมงกุฎผู้นิพนธ์เรื่องอิเหนาใหญ่ (ดาหลัง) และอิเหนา (เล็ก) พระมหานาควัดท่าทรายผู้แต่งปุณโณวาทคำฉันท์ และโคลงนิราศพระบาท หลวงศรีปรีชา (เซ่ง) เจ้าของกลบทศิริวิบุลกิติซึ่งเป็นกลอนกลบทแบบต่าง ๆ นอกจากนี้พระเจ้าบรมโกศยังทรงเป็นนาฏศิลปิน โปรดการละคร โปรดให้แบ่งละครออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ละครในและละครนอก ละครในเป็นละครหลวงเล่นได้แต่ในวัง บทร้องและบทรำประณีตงดงามเต็มไปด้วยศิลปะใช้ผู้หญิงแสดงทั้งสิ้น ส่วนละครนอกเป็นละครที่เล่นกันตามพื้นบ้าน จะเรียกว่าละครราษฎร์ก็ได้ ความปราณีตงดงามย่อมจะด้อยลงตามธรรมดาและใช้ผู้ชายเป็นตัวแสดงล้วน ๆ ดังนั้นจะถือเอาว่าพระเจ้าบรมโกศทรงเป็นผู้ประทานกำเนิดละครรำก็ไม่ผิด
ความเจริญในทางศาสนา อักษรศาสตร์ วรรณคดี และศิลปะ เป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นถึงความเจริญในด้านการศึกษาโดยไม่ต้องสงสัย การช่างฝีมือต่าง ๆ เจริญถึงขีดสุด ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย และไม่มีสมัยใดจะทัดเทียมได้ไม่ว่าจะเป็นช่างแกะสลัก กลึง หล่อ ปั้น การค้าขายกับต่างประเทศก็มีมากขึ้นกว่าแต่ก่อน เพราะบ้านเมืองไม่มีศึกสงคราม นำความมั่งคั่งมาสู่กรุงศรีอยุธยาเป็นอันมาก มีการขุดพบทองคำที่เมืองกำเนิดนพคุณ ได้ทองคำเนื้อดีมากพอใช้ ถึงกับเอาทองคำมาแผ่หุ้มพระพุทธรูปขนาดใหญ่บ้าง หุ้มยอดมณฑปพระพุทธบาทที่สระบุรีบ้าง ความมั่งคั่งร่ำรวยเป็นเสมือนดาบสองคมเพราะทำให้คนไทยในสมัยนั้นสุขสบายจนกลายเป็นอ่อนแอ รักสนุก เพลิดเพลิน เห็นแก่ตัว ไม่เข้มแข็งเหมือนแต่เดิมมา และเป็นที่หมายปองของประเทศข้างเคียง โดยเฉพาะพม่า ซึ่งในที่สุดถึงกับยกทัพมาตีปล้นเอาแบบโจรปล้นพระนคร เมื่อสิ้นรัชกาลพระเจ้าบรมโกศแล้วอยุธยาถึงสมัยเสื่อมอย่างแท้จริง เสื่อมลงจนกระทั่งเสียกรุงแก่พม่าเมื่อ พ.ศ. 2310 คราวนี้ถึงที่สุดทุกอย่าง แม้กระทั่งวัด


