The ASSURE Model

<p>การใช้สื่อการสอนอย่างเป็นระบบ โดยใช้แบบจำลอง</p><p></p><p>ในการใช้สื่อการสอนนั้น ผู้สอนควรจะมีการวางแผนการใช้สื่ออย่างรัดกุม และเป็นระบบ ทั้งนี้เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการปฎิบัติ  ซึ่งจะทำให้ผู้สอนเกิดความมั่นใจในการใช้สื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้สูงสุด ตามความสามารถของแต่ละบุคคล และตรงตามวัตถุประสงค์การเรียนรู้ที่วางไว้  การวางแผนการใช้สื่อการสอนโดยใช้แนวคิดของ  วิธีระบบ  เป็นแนวทางหนึ่งที่ทำให้การวางแผนการใช้สื่อการสอนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ” The ASSURE Model” เป็นแบบจำลองที่ได้รับความนิยมในการนำไปใช้  เพื่อวางแผนการใช้สื่อกสารสอนอย่างมีประสิทธิภาพ (Heinich, และคณะ)</p><p>แบบจำลอง The ASSURE Model  มีรายละเอียดดังนี้</p><p> Analyze learners   การวิเคราะห์ลักษณะผู้เรียน</p><p> State objectives  การกำหนดวัตถุประสงค์</p><p> Select instructional methods, media, and materials  การเลือก ดัดแปลงหรือออกแบบสื่อใหม่</p><p> Utilize media and materials   การใช้สื่อ</p><p> Require learner participation  การกำหนดการตอบสนองของผู้เรียน</p><p> Evaluate and revise  การประเมินการใช้สื่อ</p><p>Analyze learners (การวิเคราะห์ลักษณะผู้เรียน)</p><p>การวิเคราะห์ลักษณะของผู้เรียน  จะทำให้ผู้สอนเข้าใจลักษณะของผู้เรียนและสามารถเลือกใช้สื่อการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับผู้เรียนและบรรลุวัตถุประสงค์ของการเรียนการสอน  การวิเคราะห์ผู้เรียนนั้นจะวิเคราะห์ใน 2 ลักษณะ คือ</p><p>1. ลักษณะทั่วไป  เป็นลักษณะที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่จะสอน  แต่เกี่ยวข้องกับการเลือกใช้สื่อการเรียนการสอนโดยตรงได้แก่  เพศ  อายุ  ชั้นปีที่เรียน  ระดับสติปัญญาความถนัด วัฒนธรรม สังคม  ฯลฯ</p><p>2.  ลักษณะเฉพาะ  เป็นลักษณะที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่จะสอน  ซึ่งจะมีผลต่อการเลือกวิธีการสอนและสื่อการเรียนการสอน  ได้แก่</p><p>2.1  ความรู้และทักษะพื้นฐานของผู้เรียนในเนื้อหาที่จะสอน</p><p>2.2  ทักษะที่เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ของผู้เรียน  เช่น ทักษะด้านภาษา  คณิตศาสตร์ การอ่าน  และการใช้เหตุผล</p><p>2.3  ผู้เรียนมีความรู้และทักษะที่จะสอนนั้นหรือยัง</p><p>2.4  ทัศนคติของผู้เรียนต่อวิชาที่จะเรียน</p><p>State objectives  (การกำหนดวัตถุประสงค์)</p><p>การเรียนการสอน ในแต่ละครั้งต้องกำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน  ซึ่งควรเป็นวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม  ที่กำหนดความสามารถของผู้เรียนว่าจะทำอะไรได้บ้าง  ในระดับใด  และภายใต้เงื่อนไขใดไว้อย่างชัดเจน  เพื่อให้สามารถเลือกใช้วิธีการสอนและสื่อการเรียนการสอนได้เหมาะสม</p><p>วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมที่กำหนดขึ้นสำหรับการเรียนการสอนแต่ละครั้ง  ควรให้ครอบคลุมวัตถุประสงค์ทางการศึกษาทั้ง 3 ด้าน คือ</p><p>1. พุทธิพิสัย เป็นวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้เพื่อวัดการเรียนรู้ของผู้เรียนเกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจ สติปัญญา และการพัฒนา</p><p>2. จิตตพิสัย เป็นวัตถุประสงค์ทางด้านความคิด  ทัศนคติ  ความรู้สึก  ค่านิยมและการเสริมสร้างทางปัญญา</p><p>3. ทักษะพิสัย เป็นวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการกระทำ การแสดงออกหรือการปฏิบัติ </p><p>Select instructional methods, media, and materials  การเลือก ดัดแปลงหรือออกแบบสื่อใหม่</p><p>การที่จะมีสื่อที่เหมาะสมในการเรียนการสอนนั้น  สามารถทำได้ 3 วิธีด้วยกัน คือ</p><p>การเลือกสื่อที่มีอยู่แล้ว</p><p>เป็นการพิจารณาเลือกสื่อการเรียนการสอน  ที่มีอยู่แล้วจากแหล่งต่างๆ เพื่อนำมาใช้ในการเรียนการสอน การเลือกสื่อที่มีอยู่แล้วควรมีเกณฑ์ในการพิจารณาดังนี้ </p><p>•  ลักษณะผู้เรียน</p><p>•  วัตถุประสงค์การเรียนการสอน</p><p>•  เทคนิคหรือวิธีการเรียนการสอน </p><p>•  สภาพการณ์และข้อจำกัดในการใช้สื่อการเรียนการสอนแต่ละชนิด</p><p> การปรับปรุง หรือดัดแปลงสื่อที่มีอยู่แล้ว</p><p>กรณีที่สื่อการเรียนที่มีอยู่แล้วไม่เหมาะสมกับการใช้ในการเรียนการสอน  ให้พิจารณาว่าสามารถนำมาปรับปรุงให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การเรียนการสอนได้หรือไม่  ถ้าปรับปรุงได้ก็ให้ปรับปรุงก่อนนำไปใช้</p><p>การออกแบบสื่อใหม่</p><p>กรณีที่สื่อการเรียนการสอนที่มีอยู่ไม่สามารถนำมาใช้ได้หรือไม่เหมาะสมที่จะนำมาปรับปรุงใช้ หรือไม่มีสื่อการเรียนการสอนที่ต้องการใช้ในแหล่งบริการสื่อการเรียนการสอนใดเลย ก็จำเป็นต้องออกแบบและสร้างสื่อการเรียนการสอนขึ้นมาใหม่</p><p>Utilize media and materials (การใช้สื่อ)</p><p>ขั้นตอนการใช้สื่อการเรียนการสอน  มีขั้นตอนที่สำคัญอยู่ 4 ขั้นตอน คือ</p><p>1.  ดูหรืออ่านเนื้อหาในสื่อ / ทดลองใช้ </p><p>ก่อนนำสื่อการเรียนการสอนใดมาใช้จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการตรวจสอบเนื้อหาว่าตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่ และทดลองใช้ดูว่ามีปัญหาหรือไม่ ถ้ามีจะได้แก้ไขปรับปรุงได้ทัน </p><p>2.  เตรียมสภาพแวดล้อม / จัดเตรียมสถานที่</p><p>การที่จะใช้สื่อการเรียนการสอนจำเป็นที่ต้องมีการเตรียมสถานที่  สิ่งอำนวยความสะดวก แสง  การระบายอากาศ  และอื่น ๆ ให้เหมาะสมกับการใช้สื่อการสอนแต่ละชนิด</p><p>3.  เตรียมผู้เรียน</p><p>ผู้เรียนจะเกิดการเรียนรู้จากการใช้สื่อการเรียนการสอนได้ดีนั้น  จะต้องมีการเตรียม</p><p>ผู้เรียนให้พร้อมที่จะเรียนเรื่องนั้น ๆ  โดย การแนะนำสิ่งที่จะนำเสนอ  อาจจะเป็นเรื่องย่อ  สิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น  การเร้าความสนใจ  หรือเน้นจุดที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ  ปัจจัยเหล่านี้จะทำให้ผู้เรียนมีเป้าหมายในการฟังหรือดูสิ่งที่ผู้สอนนำเสนออันจะนำไปสู่การเรียนรู้ที่ดีได้</p><p>4.  การนำเสนอ / ควบคุมชั้นเรียน</p><p>ผู้สอนที่ทำหน้าที่ผู้เสนอสื่อการเรียนการสอนนั้น  ในการนำเสนอควรปฏิบัติดังนี้</p><p>4.1  ต้องทำตัวเป็นตัวกลางที่จะทำให้การนำเสนอครั้งนั้นประสบความสำเร็จ </p><p>โดยการทำตัวให้เป็นธรรมชาติ  หลีกเลี่ยงท่าทางที่ไม่เหมาะสมที่ติดเป็นนิสัย  เช่น  หักนิ้ว บิดข้อมือ  กดปากกา  พูดเสียง เอ้อ………อ้า…… เพราะจะทำให้ผู้เรียนสนใจ ท่าทางเหล่านี้แทน</p><p>4.2  ท่าทางการยืน  ต้องยืนหันหน้าให้ผู้เรียนถ้ายืนเฉียงก็ต้องหันหน้าหาผู้เรียนไม่ควรหัน ข้างหรือหันหลังให้ผู้เรียน</p><p>4.3  ขณะที่บรรยายนำเสนอสื่อการเรียนการสอนต้องสอดแทรกอารมณ์ขันบ้าง</p><p>4.4  ประเมินความสนใจของผู้เรียน โดยใช้การกวาดสายตามองผู้เรียนให้ทั่วทั้งชั้นซึ่งเป็นการแสดงความสนใจผู้เรียน  และวิเคราะห์สีหน้า  ท่าทางของผู้เรียนไปพร้อมกัน</p><p>4.5  อย่าใช้เวลาเตรียมสื่อนานเกินไปจะทำให้ผู้เรียนเกิดความเบื่อหน่าย</p><p>4.6  นำเสนอให้ถูกวิธีตามที่ได้มีการทดลองใช้มาก่อนแล้ว</p><p>Require learner participation  (การกำหนดการตอบสนองของผู้เรียน)</p><p>การใช้สื่อในการเรียนการสอนแต่ละครั้ง  ผู้สอนต้องจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมและกระตุ้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนให้มากที่สุด  โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถ  ตอบสนองโดยเปิดเผย ( overt respone ) โดยการพูดหรือเขียน  และการตอบสนองภายในตัวผู้เรียน ( covert response ) โดยการท่องจำหรือคิดในใจเมื่อผู้เรียนมีการตอบสนองผู้สอนควรให้การเสริมแรงทันที เพื่อให้ผู้เรียนทราบว่าตนมีความเข้าใจและเกิดการเรียนรู้ที่ถูกต้องหรือไม่ โดยการให้ทำแบบฝึกหัด การตอบคำถาม การอภิปราย หรือการใช้บทเรียนแบบโปรแกรม </p><p>Evaluate and revise  (การประเมินการใช้สื่อ)</p><p>หลังจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแล้ว  จำเป็นต้องมีการประเมินผลกระบวนการเรียนการสอนเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ช่วยให้ผู้สอนทราบว่า  การเรียนการสอนบรรลุวัตถุประสงค์มากน้อยเพียงใดสิ่งที่ต้องประเมินได้แก่</p><p>การประเมินผลกระบวนการเรียนการสอนจะทำให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงและพัฒนาวิธีการสอนและการใช้สื่อการเรียนในครั้งต่อ ๆ ไปให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น</p><p>การประเมินสื่อและวิธีการเรียนการสอนเพื่อให้ทราบว่าสื่อและวิธีการสอนที่ใช้มีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด  ต้องปรับปรุงแก้ไขหรือไม่  ช่วยให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์เพิ่มขึ้นหรือไม่ การประเมินผลสื่อการเรียนการสอนควรให้ครอบคลุม  ด้านความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเรียนการสอน  ด้านคุณภาพของสื่อ  เช่น ขนาด รูปร่าง สี ความชัดเจนของสื่อ</p><p>การประเมินผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน  ว่าบรรลุตามวัตถุประสงค์แต่ละข้อที่กำหนดไว้มากน้อยเพียงใด</p><p>สรุป</p><p>จากรูปแบบจำลอง The ASSURE model จะเน้นถึงการวางแผนการใช้สื่ออย่างเป็นระบบในสภาพของห้องเรียนจริง เพื่อให้ผู้สอนสามารถนำรูปแบบจำลองนี้ มาใช้วางแผนการสอนได้อย่างมีประสิทธิผล ถ้าหากผู้สอนสามารถดำเนินการได้ตามกระบวนการได้ถูกต้องทุกขั้นตอนจะทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี</p><p>ที่มา</p><p>http://52040337kanokphan.blogs…</p>