ในการประชุมคณะกรรมการบริหาร ศอ.พว. (ศูนย์อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ) เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.49 มีการหารือเรื่องการประชุมวิชาการประจำปี 2550 ของ สวทช. ซึ่งจะจัดในหัวข้อ "มุ่งขยายพันธมิตร สร้างปัญญาคู่จริยธรรมในสังคม" หารือกันว่าจะนำเสนอเรื่องปัญญาคู่จริยธรรมอย่างไรดี มีคนกล่าวว่าน่าจะเชิญ อ. หมอประเวศมาพูดให้สติ เชิญคนที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่น่านับถือมาพูด
ผมนึกในใจว่า นั่นคือวิธีการตามมาตรฐานสังคมไทย คือใช้วิธีคิดแบบ "คุณธรรมไกลตัว" คนเล็กคนน้อยไม่มีทางเข้าถึงคุณธรรมจริยธรรม
ผมจึงเสนอต่อที่ประชุมว่า น่าจะคิดและนำเสนอแบบทวนกระแส นำเสนอ "คุณธรรมใกล้ตัว" เอาเรื่องราวดี ๆ ของคนเล็กคนน้อยภายในชุมชน ภายในบริษัท ภายในองค์กรต่าง ๆ ที่เขาอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เน้นคุณธรรมจริธรรมของการอยู่ร่วมกัน
อธิบดีปราโมทย์ วิทยาสุข เสนอว่าให้เอา best practice ขององค์กร/หน่วยงานที่คนทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข ราบรื่น เคารพและเห็นคุณค่าซึ่งกันและกัน
ผมบอกที่ประชุมว่า ผมสามารถเสนอหน่วยงานหรือชุมชนแบบนี้ให้เลือกได้จำนวนหลายสิบ และที่เพิ่งประชุม ลปรร. กันไปหยก ๆ ก็คือบริษัทที่เป็น Happy Workplace 11 บริษัท ดังตัวอย่างที่คุณจ๋าได้บันทึกไว้แล้วที่ http://gotoknow.org/blog/firsttime/66384
วิจารณ์ พานิช
8 ธ.ค.49
เห็นด้วยครับกับการได้ฟังสิ่งที่ เป็นมงคล เป็นแง่คิด เป็นแนวทางจากบุคคลอันเป็นที่เคารพ ศรัทธา แต่หากในวิถีชีวิตจริง ไม่มีระบบปฏิบัติ หรือกระบวนการ สร้าง คุณธรรม-จริธรรม ที่สอดประสาน กลมกลืน ไปกับชีวิตประจำวัน ไม่บูรณาการเข้าไปในหน้าที่การงาน สำนึกที่ดีจะมีก็แต่ตอนได้ฟัง พอออกมาเจอ Pollution ในสังคม ก็คงเหมือนเดิมครับ
เห็นด้วยกับอาจารย์ค่ะ กำลังจะติดตามมาชื่นชมค่ะ
เห็นด้วยค่ะ เพราะคุณธรรมจริยธรรมสามารถที่จะนำให้ทุกคนปฏิบัติตามแล้วมีผลดี ถ้าผู้ใดไม่มีคุณธรรมจริยธรรมในจิตใจคนผู้นั้นก็ไม่เจริญค่ะ