ช่วงบ่ายวันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน 2562 แทนที่จะจัดกิจกรรมละเลยพฤติกรรมในแบบ “บันเทิง” ผมตัดสินใจละลายพฤติกรรมผ่าน “บัตรคำ”ในแบบ “บันเทิงเริงปัญญา” เพราะเหตุผลในหลายประการ เช่น จำนวนคนที่ลดลง เนื่องจากหลายท่านมีภารกิจร่วมกับชุมชน รวมถึงเวลาที่มีอยู่ถูกปรับแต่งใหม่ ไม่สามารถใช้เวลาได้เต็มตามที่กำหนดไว้ตั้งแต่ต้น
เช่นเดียวกับการออกแบบกิจกรรมใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับหัวข้อบรรยายของวิทยากรในภาคเช้าที่ว่าด้วย “การบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล” หรือแม้แต่การบอกเล่าประสบการณ์ของบุคลากรที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว –

ทบทวนชีวิต ทบทวนบรรยากาศองค์กรผ่านบัตรคำ
ผมให้โจทย์ง่ายๆ กับบุคลากรเทศบาลตำบลหัวนา (อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู) ประมาณว่า “ลองทบทวนเหตุการณ์ต่างๆ ในองค์กร แล้วเลือกบัตรคำที่สัมพันธ์กับเหตุการณ์ที่ว่านั้น”
ตอนแรก ผมใช้กระบวนการแค่ 2 กระบวนการ คือ (1) ทบทวนชีวิตการงาน หรือเหตุการณ์ในองค์กร (2) เลือกบัตรคำที่ตรงกับเรื่องราวที่ทบทวน

พอแต่ละคนเลือกบัตรคำเสร็จสิ้นแล้ว ผมก็ให้เวลาแต่ละคนครุ่นคิดอยู่กับตัวเองและบัตรคำอีกรอบ หากอยากเปลี่ยนใจ ผมก็อนุญาตให้เลือกใหม่ได้อีกครั้ง
ครั้นเลือกเสร็จ ผมก็ให้เวลาอีกเล็กน้อยในการใคร่ครวญชีวิตและบัตรคำ ก่อนจะเผยกระบวนการที่ 3 ออกมาว่า “ให้เล่าเหตุผลของการเลือกบัตรคำนั้นๆ พร้อมยกตัวอย่างจริงประกอบให้เห็นเป็นรูปธรรม” ผ่านเครื่องมือของการ “เล่าเรื่อง” หรือ “บรรยาย” โดยให้แต่ละคนนำเสนอประมาณ 2-4 นาที โดยจะใช้ไมโครโฟนประกอบการนำเสนอหรือไม่ก็แล้วแต่ “จะถนัด”

บัตรคำ : กระจกที่สะท้อนความเป็นชีวิตและองค์กร
การนำเสนอของแต่ละคน ผมไม่ได้ตั้งกฎว่าจะเริ่มจากใคร หรือจุดใดดี แถมชวนให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมตัดสินใจเองเสียด้วยซ้ำว่าจะเริ่มยังไง แต่สุดท้าย ผมก็เลือกที่จะใช้ “ความสบายใจ” เป็นที่ตั้ง กล่าวคือ ใครสะดวกใจ-สบายใจ หรือมีความพร้อมจะนำเสนอเรื่องราวก็ยกมือขึ้นเลย หากแต่มีกติกาง่ายๆ ร่วมกัน คือ “มีคนพูด-มีคนฟัง”
และก่อนพูด หรือหลังพูด “เราทุกคนจะปรบมือให้เกียรติ และกำลังใจต่อกัน"

และนี่คือ ส่วนหนึ่งที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เลือกบัตรคำขึ้นมา
- ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม
- น้ำนิ่งไหลลึก
- ผ่อนสั้น ผ่อนยาว
- จับปูใส่กระด้ง
- หวานนอก ขมใน
- พายเรือในอ่าง
- รำไม่ดี โทษปี่โทษกลอง
- หนังหน้าไฟ
- น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก
- ฯลฯ

แน่นอนครับ ผมเลือกที่จะสำรวจบรรยากาศขององค์กรผ่านบัตรคำอย่างไม่ต้องสงสัย การจะให้แต่ละคนพูดตรงๆ ออกมาเป็นการยากลำบากพอสมควร เพราะจะโดยความเขินอาย เกรงใจ หรือไม่เคยชินกับการวิพากษ์องค์กรของตนเองก็อาจเป็นได้
ยิ่งมีผู้บริหารนั่งอยู่ในห้องนี้ด้วย ยิ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่จะสื่อสารความคิดความรู้สึกออกมา-

แต่ละคนที่เลือกบัตรคำ ชัดเจนมาก –
"ชัดเจน" ในที่นี้หมายถึง มีเหตุการณ์ สถานการณ์ เรื่องราวในชีวิตและองค์กรเป็น “ข้อมูล-ฐานข้อมูล” ในการตัดสินใจ
ครั้นแต่ละคนพอเล่าออกมา ถึงแม้เจ้าตัวจะไม่เฉลยหรือบอกกล่าวว่า “ทำหน้าที่อะไร” ผมก็ทายได้เลยว่า แต่ละคนมีหน้าที่ หรือสถานะใดในองค์กร เพราะเรื่องที่เล่านั้นสัมพันธ์กับหน้าที่อย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งมีทั้งในสายงานการเงิน พัสดุ การศึกษา บุคคล ป้องกันสาธารภัย ตลอดจน “สายบริหาร”
โดยเมื่อแต่ละคนบอกเล่าเรื่องราวเสร็จสิ้น ผมจะทำหน้าที่่สรุปความ และเชื่อมร้อยเรื่องราวอื่นๆใน "เชิงบวก" เข้ามาหนุนเสริมไว้ ก่อนส่งเวทีไปยังคนถัดไป

แต่ที่แน่ๆ ผมพยายามหลีกเลี่ยงที่จะไม่วิพากษ์ หรือถามทักเชิงลึกถึงเรื่องราวของแต่ละคน เพราะเจตนาหลักๆ คือสร้างกระบวนการนี้ให้แต่ละคนได้ “เปิดเปลือย ร่ำระบาย แสดงแนวคิด ความรู้สึกของตนเองที่มีต่อองค์กรและเพื่อนร่วมงาน” เป็นหัวใจหลัก
เช่นเดียวกับการไม่เปิดโอกาสให้แต่ละคนได้วิพากษ์ เสริมหนุนเรื่องราวของกันและกัน
แต่ก็ชัดเจนว่า แต่ละคนต่างตั้งใจฟังเรื่องราวของกันและกันเป็นอย่างดีเยี่ยม ซึ่งขณะที่เล่า ทั้งผู้เล่าและผู้ฟังบางคนถึงขั้นมีน้ำตาคลอ ทั้งในมิติ
- ปลื้มปริ่มดีใจ
- อาทร เห็นใจ
- อึดอัด หนักหน่วง
และเมื่อฟังด้วยหัวใจ จะสัมผัสได้ว่า สิ่งที่สะท้อน หรือสื่อสารออกมานั้น คือปรากฏการณ์จริงที่เกิดขึ้น -เป็นอยู่ในองค์กร หรือแม้แต่ในชุมชน อาทิเช่น
- ความสำเร็จเชิงนโยบาย
- ความรักในองค์กร
- การเติบโตแบบก้าวกระโดดขององค์กร
- การย่ำยืนอยู่กับที่ หรือลังเลไม่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง
- การขาดทักษะการเรียนรู้
- การแบกหามปริมาณงานอันล้นบ่า
- การแบกรับเรื่องราวแทนเพื่อนร่วมงาน
- การสร้างนวัตกรรมทั้งเพื่อสมาชิก เพื่อองค์กร เพื่อชุมชน

บัตรคำ : บันเทิงเริงปัญญา เยียวยาคน เยียวยาองค์กร
ท้ายที่สุดแล้ว ผมไม่ได้ถามผู้เข้าร่วมกระบวนการหรอกนะว่า “ได้เรียนรู้-ได้อะไรจากกิจกรรม” แต่สรุปเจตนาให้รับรู้ว่า ...
- ฝึกทักษะการทบทวนชีวิต ทบทวนประสบการณ์และเรื่องราวองค์กรของตนเอง เสมือนการถอดบทเรียนตัวเอง และจัดกระทำเป็นฐานข้อมูลของตนเอง
- ฝึกการวิเคราะห์เรื่องราวเชื่อมโยงกับสื่ออันเป็นสำนวนสุภาษิตคำพังเพยแบบไทยๆ เสมือนการเลือกทำงานบนฐานข้อมูลและความรู้
- ฝึกการสื่อสารสาธารณะอย่างสร้างสรรค์ ผ่านบัตรคำ ผ่านเรื่องเล่า ผ่านการบรรยาย เพื่อเป็นพื้นฐานของการปรับแต่งทัศนคติในการอยู่ร่วมกัน - ทำงานร่วมกัน เสมือน “คนบ้านเดียวกัน” ที่ “สุขและทุกข์ร่วมกัน”
หรือแม้แต่การขมวดเป็นวาทกรรมที่ผมชอบพูดบ่อยๆ คือ “จัดการความรักคู่ความรู้ – ไม่ใช่ญาติก็เหมือนญาติขาดไม่ได้” และ “ใจนำพาศรัทธานำทาง”

นี่คืออีกหนึ่งกระบวนการของการจัดการเรียนรู้ที่ผมนำมาใช้ในเวทีการถอดบทเรียนฯ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 ณ เทศบาลตำบลหัวนา อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู
เป็นกระบวนการเรียนรู้ง่ายๆ กระชับๆ ทะลุถึงข้อมูลผู้คน ข้อมูลองค์กรไปในตัวอย่างเสร็จสรรพ และที่สำคัญคือเป็นกระบวนการที่มีประโยชน์ต่อผู้คนในเวทีได้เป็นอย่างดี ทั้งในแง่ของการเยียวยาและเสริมพลัง หรือแม้แต่การ SWOT องค์กรแบบกรายๆ ด้วยเช่นกัน

ภาพ : เทศบาลตำบลหัวนา
เขียน : พฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2562
มหาสารคาม