

เมื่อเดือนมิถุนายน 2548 เรื่องราวของกิจกรรมรับน้องกลายเป็นกระแสสังคมที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ หน้าสื่อทั้งโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ และสื่อออนไลน์ ต่างกันโหมกระพือข่าวกิจกรรมรับน้องหม่ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ปี 2548 เอง เป็นปีสุดท้ายที่มีการจัดกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่ส่วนกลางที่ ม.เกษตร บางเขน จากนั้นแต่ละสถาบันก็จัดกิจกรรมรับน้อง ที่ มข. ประเพณีเชียร์กลางเพิ่งผ่านพ้นไป กิจกรรมรับน้องคณะกำลังดำเนินไป หลายคณะกำลังประชุมเชียร์ได้ครั้งสองครั้ง บางคณะยังไม่ทันได้เปิดเชียร์ด้วยซ้ำไป มีเหตุการณ์ไม่พึงปรารถนาเกิดขึ้นกับนิสิตปี 1 ในสถาบันอุดมศึกษาแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นช่วงของกิจกรรมรับน้องพอดี ยังไม่มีข้อสรุปว่าเกิดจากสาเหตุอะไร แต่กระแสสังคมสรุปว่าน่าจะเกิดจากการจัดกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่ สกอ. ส่งหนังสือเวียนถึงทุกสถาบัน “ขอความร่วมมือให้ยุติกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่” มหาวิทยาลัยขอนแก่น รับลูก ออกประกาศยุติกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่ รวมไปถึงกิจกรรมกีฬาน้องใหม่ที่จะเกิดขึ้นหลังจากปิดเชียร์คณะ...
หลังการประกาศยุติกิจกรรมรับน้องใหม่ มีนักศึกษากลุ่มหนึ่งรวมตัวกัน เขียนป้ายเชิญชวนสั้น ๆ “ใครต้องการกีฬาน้องใหม่ให้บีบแตร” นักศึกษาที่ขับขี่รถผ่านหน้าหอสมุดและคอมเพล็กซ์ ก็ต่างบีบแตรเซ็งแซ่ทั้งวัน บางรายขับวนรอบคอมเพล็กซ์หลายรอบเพื่อ “บีบแตร” ดั่งจะส่งเสียงสัญญาณไปยังผู้มีอำนาจว่าเราเหล่านักศึกษาต้องการกิจกรรมรับน้องคืนมา ผ่านไปสองสามวัน การรวมตัวเพื่อเรีบกร้องก็เพิ่มความเข้มข้นขึ้น เย็นวันหนึ่งขณะไปวิ่งออกกำลังกายที่สระพลาสติก เพื่อนอ๋อมแอ๋มดทรตามขอให้มาช่วยดูแลการชุมนุมที่หน้าคอมเพล็กซ์ ผมก็รีบมาสมทบ ปรากฏเห็นนักศึกษาประมาณ 200 คน รวมตัวกันยืนเรียงรายที่บันไดและล้ำมาที่ถนน เพื่อนยื่นโทรโข่งให้และบอกว่าให้พูดคุยกับเพื่อนนักศึกษาให้นั่งลงก่อน เพื่อนพูดคุยกันว่ามาชุมนุมเพื่ออะไร มีวัตถุประสงค์อะไร สื่อมวลชนหลายแขนงมาทำข่าวก้นคึกคัก พอเริ่มหาแกนนำเจอก็พูกคุยกันเล็กน้อย แต่จำนวนนักศึกษาที่มาชุมนุมเพิ่มากขึ้น รวมทั้งคนที่ให้ความสนใจมามุงดูตามบันไดคอมเพล็กซ์ ก็ทำให้จำนวนเพิ่มขึ้น น่าจะประมาณ 500 คน นำทีมโดยเพื่อนนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์เป็นหลัก มาสมทบกับเพื่อนนักศึกษาจากคณะวิทยาศาสตร์ที่เป็นแกนนำเดิมที่ชุมนุมบีบแตรอยู่แล้ว แกนนำนักศึกษาต้องการให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยออกมาชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นักศึกษาเริ่มชุมนุมล้ำเข้ามาที่ถนน เกรงจะเป็นอันตราย เราจึงหาทางออกว่าขอให้ไปชุมนุมกันที่เวที อน.มข. แล้วผู้บริหารจะมาพบ แกนนำและเพื่อนนักศึกษาจึงยอมย้ายไปที่เวที อน.มข. จากนั้นคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จึงได้เดินทางมาพบปะ พูดคุยทำความเข้าใจ เพื่อนนักศึกษาจึงได้ยอมสลายตัว แต่กระนั้นก็ยังมีนักศึกษากลุ่มใหญ่เดินทางมาสมทบที่บริเวณลานข้างเวทีนับร้อยสองร้อยคนจากคณะเกษตรศาสตร์ ผมจึงได้ไปสอบถามนักศึกษาว่ามาทำอะไร หลายคนบอกว่าเพื่อนชวนมา บ้างก็ว่ารุ่นพี่ขอให้มารวมตัวกัน ผมจึงอธิบายบอกนักศึกษารุ่นพี่ นักศึกษากลุ่มนี้จึงได้สลายตัวไป...
แต่การชุมนุมครั้งนั้นที่ มข. เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแรงกระเพื่อมที่เกิดขึ้นอันเป็นผลมาจากหนังสือเวียน สกอ. ฉบับนั้น ที่ส่งผลให้กิจกรรมต้อนรับน้องใหม่ในหลายสถาบันมีพัฒนาการ เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย
คหสต. การจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง จะช่วยให้กิจกรรมรับน้องงดงามและยั่งยืน หลายครั้งรุ่นพี่คิดว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้ดีแล้ว แต่เราไม่เคยถามรุ่นน้องเลยว่า “เขาต้องการหรือเปล่า “ หรือเรายัดเยียดให้เขามากไป
ยังพอมีข่าวออนไลนืหลงเหลืออยู่บ้าง เช่น https://mgronline.com/local/detail/9480000080773
https://mgronline.com/qol/detail/9480000079126
เมื่อเฟสบุ๊คขึ้นเตือนรูปภาพเก่า จึงได้เขียนเล่าเรื่องราวที่มอดินแดง
5 พฤศจิกายน 2562
ณ มอดินแดง
ขอบคุณภาพจาก ผู้จัดการออนไลน์