ผมเป็นคณะทำงานจัดทำแผนบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก จังหวัดกาญจนบุรี ระดับอำเภอเลาขวัญ ประชุมเมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๒ ณ ห้องประชุมของอำเภอเลาขวัญ
โดยมีท่านนายอำเภอเป็นประธาน ผู้เข้าร่วมประชุมมาจากเขตพื้นที่การศึกษา จากสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด มีทรงคุณวุฒิ ตัวแทนชุมชนและผู้นำท้องถิ่น ผมเป็นหนึ่งในสามของตัวแทนผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็ก จากทั้งหมด ๒๓ โรงเรียน
วาระเร่งด่วนก็คือ จะพิจารณาให้โรงเรียนใดควบรวมกับโรงเรียนหลัก ซึ่งในแผนการควบรวมจะต้องดำเนินการตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ – ๒๕๖๕
ท่านนายอำเภอผู้เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม แล้วกางแผนงานควบรวมโรงเรียนปี ๒๕๖๓ ทันที มีทั้งหมด ๗ โรงเรียน ซึ่งมีเด็กนักเรียนไม่ถึง ๒๐ คนไปจนถึง ๖๐ คน ส่วนโรงเรียนที่มีนักเรียนมากกว่านี้ไปจนถึง ๑๑๙ คน จะต้องควบรวมในปี ๒๕๖๔ – ๒๕๖๕ เป็นลำดับ..
เวลาล่วงเลยไป ๑ ชั่วโมง การพิจารณาเสร็จสิ้นไป ๓ โรงเรียน แต่ละโรงเรียนมีเด็กนักเรียน ๑๘ – ๕๐ คน มติที่ประชุมไม่สามารถควบรวมได้เลยแม้แต่โรงเรียนเดียว
ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้นำชุมชนที่เป็นกรรมการสถานศึกษาต่างแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย นอกจากจะไม่เห็นด้วยกับนโยบายควบรวมแล้ว ยังได้เสนอแนวคิดที่จะสนับสนุนช่วยเหลือโรงเรียนในทุกรูปแบบอย่างจริงจังมากขึ้น
ผมร่วมอภิปรายบ้างเล็กน้อย เนื่องจากโรงเรียนที่กล่าวถึงนั้น เป็นโรงเรียนที่อยู่กันคนละตำบลกับผม สมควรที่ผมจะต้องให้ข้อมูลแต่พอเหมาะพอดี
ท่านประธานเริ่มตั้งข้อสังเกตว่า ๓ โรงเรียนแรกยังมีความพร้อมขนาดนี้ ไม่สามารถที่จะควบรวมได้ จึงคิดว่าโรงเรียนที่เหลือก็น่าจะเหมือนกัน ก็คงต้องยุติกันไว้แต่เพียงเท่านี้ แต่..ท่านประธานให้ข้อคิดว่า..ความพร้อม..ไม่ควรจะพูดลอยๆ ควรทำเป็นเอกสารรายงานเป็นภาพรวมของอำเภอ และจัดทำรายงานเป็นรายโรงเรียนด้วย
เขตพื้นที่จึงวางกรอบแนวคิดในการจัดทำรายงานให้แล้วเสร็จในวันที่ ๓๐ ตุลาคม เพื่อส่งมอบให้ท่านนายอำเภอนำเข้าที่ประชุมของจังหวัดในวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๒
ปัญหาก็คือใครจะเป็นผู้เขียนรายงานดังกล่าว..ผมรีบยกมืออาสาทันที มีผู้สนับสนุนหลายคน ที่ผมรับอาสาเขียนรายงานด้วยตนเองก็เพราะมั่นใจว่าจะทำได้ทันและผมก็เข้าใจว่าอะไรที่เรียกว่า “ความพร้อม”ของโรงเรียนขนาดเล็ก
ผมลงมือเขียนตั้งแต่เวลา ๒๐.๐๐ น – ๒๒.๐๐ น. แล้วรีบส่งให้คณะกรรมการฯตรวจทาน และให้ส่งต่อเขตพื้นที่การศึกษาในทันที ถ้ารายงานนี้พอใช้ได้ จะเป็นต้นแบบให้โรงเรียนต่างๆใช้เป็นแนวทางในการเขียนต่อไป
หัวข้อรายงานก็คือ “รายงานความพร้อมในการบริหารจัดการ โรงเรียนขนาดเล็ก ในอำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี” ผมเขียนความพร้อมในหลายๆด้าน จำนวน ๔ หน้า ผมขอหยิบยกด้านที่สำคัญ ดังนี้
ความพร้อมในด้านการประยุกต์ใช้ศาสตร์พระราชา
เชื่อว่า.ทุกคนคงยังไม่ลืมกระแสรับสั่ง พระบรมราโชวาทและโครงการพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ที่ทรงฝากครู ผู้บริหารและนักการศึกษา ให้ดูแลเด็กๆที่ด้อยโอกาส ดูแลโรงเรียน นักเรียนและครูในท้องถิ่นกันดาร อำเภอเลาขวัญคือถิ่นกันดารอย่างแท้จริง มีข้อที่พิสูจน์ได้อย่างถ่องแท้ ด้วยน้ำพระทัยของพ่อหลวงทำให้โรงเรียนขนาดเล็กประสบความสำเร็จในด้านการประยุกต์ใช้ “ศาสตร์พระราชา” ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งในด้านการเรียนการสอน การพัฒนาสิ่งแวดล้อม และการสร้างสรรค์แหล่งเรียนรู้...
การควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กในอำเภอเลาขวัญ ที่มีความพร้อมในการประยุกต์ใช้ศาสตร์พระราชา ยึดมั่นในปรัชญาฯและคำสอนของพ่อหลวง จึงเป็นสิ่งที่ไม่พึงกระทำ บุคลากรทุกคนมีปณิธานที่จะเดินตามรอยพ่อ สานต่องานที่พ่อทำ..แม้ว่าจะยากลำบากและขาดแคลนสักเพียงใด..เพราะบุคลากรในโรงเรียนขนาดเล็กทุกคน ตระหนักในภารกิจการศึกษา ไม่มีปัจจัยใดที่จะมาขวางกั้น มิให้ทำงานเพื่อแผ่นดินนี้ ในเมื่อพ่อหลวงทรงเป็นแบบอย่างในการทรงงาน และเป็นครูของครูในโรงเรียนขนาดเล็ก..ในแผ่นดินนี้
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๒