ท่องราตรีที่เสิ่นหยาง

เสิ่นหยาง (Shenyang) เดิมชื่อมุกเดนหรือเฟิ่งเถียน เป็นเมืองเอกของมณฑลเหลียวหนิง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐประชาชนจีน มีพื้นที่ 12,924 ตารางกิโลเมตร มีประชากร 7.2 ล้านคน เสิ่นหยางเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี ในอดีตเคยเป็นราชธานีของราชวงศ์ชิงก่อนจะย้ายมายังปักกิ่ง ปัจจุบันเป็นศูนย์กลางการเมือง เศรษฐกิจ การคมนาคมของมณฑลเหลียวหนิง และยังคงรักษาร่องรอยอดีตของวัฒนธรรมโบราณเอาไว้เป็นอย่างดี

ค่ำคืนนี้ที่เสิ่นหยางเริ่มต้นที่ถนนคนเดินไท่หยวนเจีย (Tai Yuan Jie) แหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญของเสิ่นหยาง ถนนสายนี้เป็นShopping Street มีความยาวไปจนถึงสถานี Dong Zhong Jie ถนนถูกปิดให้เป็นWalking Street มีห้างร้านเรียงรายตลอดทาง มีทั้งแบรนด์ดังจากต่างชาติและร้านค้า Local Brand มีทั้งเสื้อผ้าของกิน ของใช้ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ร้านอาหาร มีผู้คนมาเดินเที่ยวชมมากมายตลอดทั้งวัน เหมือนกับสยามสแคว์ในบ้านเรา

อาหารค่ำมื้อนี้ที่ภัตตาคารย่านไท่หยวนเจียมีเมนูที่น่าสนใจคือเป็ดเสิ่นหยาง ซึ่งมีส่วนคล้ายกับเป็ดปักกิ่งคือรับประทานกับแผ่นแป้งปอเปี๊ยะ นำเนื้อเป็ดและต้นหอมซอยวางบนแผ่นแป้ง ราดน้ำจิ้ม แล้วม้วนแผ่นแป้งแบบปอเปี๊ยะสด แต่มีความต่างจากเป็ดปักกิ่งคือเป็ดปักกิ่งใช้แต่หนังของเป็ดเท่านั้น แต่เป็ดเสิ่นหยางใช้ทั้งเนื้อและหนังหั่นสไลด์บางๆ ถ้าไม่ชอบแผ่นแป้งปอเปี๊ยะจะใช้แผ่นโรตีที่เขาจัดมาให้อีกอย่างก็ได้

การท่องราตรีเมืองเสิ่นหยางเริ่มต้นหลังจากอาหารเย็นผ่านไป ค่อยๆเดินจากร้านอาหารชมแสงสีไปเรื่อยๆจนถึงถนนคนเดินจงเจีย (Zhong Jie) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากพระราชวังกู้กงเสิ่นหยาง เป็นถนนคนเดินแห่งแรกของเมืองจีนที่คึกคักไม่แพ้ย่านชินจูกุที่โตเกียว หรือย่านซีเหมินติงที่ไต้หวัน มีความยาวประมาณ 1,500 เมตร นอกจากมีสินค้าต่างๆมากมายแล้ว ยังมีร้านอาหารประเภทปิ้งๆย่างๆ ซอสหม่าล่าให้เลือกซื้อมากมายหลายร้าน

สภาพอากาศในเสิ่นหยางค่ำคืนนี้เหน็บหนาวจับใจเนื่องจากได้รับอิทธิพลจากพายุไต้ฝุ่นฮากีบิสที่พัดเข้าถล่มญี่ปุ่นช่วงกลางเดือนตุลาคม 2019 สภาพอากาศที่เสิ่นหยางจึงแปรปรวนมีฝนตกปรอยๆและมีหิมะตกบางๆ อากาศหนาวเย็นลงจนอุณหภูมิในตอนเย็นอยู่ที่ประมาณ 4 องศา จึงต้องเข้าไปหลบลมหนาวในห้างสรรพสินค้าที่อยู่ในย่านนั้น ทำให้ได้เห็นว่าสินค้าของจีนในปัจจุบันนี้ได้พัฒนาคุณภาพไปมากจนทัดเทียมสินค้าแบรนด์ต่างประเทศ และราคาก็ปรับขึ้นจนอยู่ในระดับเดียวกับแบรนด์ดังๆแล้ว สินค้าของจีนไม่ใช่สินค้าก็อปเกรดเอ เกรดบี อีกต่อไป

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน จุดหมายปลายฝัน



ความเห็น (0)