แล้ววันหนึ่งเมื่อเขาเข้มแข็งทั้งด้านกายภาพและคุณภาพ พวกคุณจะมาจับเขาโยนทิ้ง ให้โรงเรียนหายไปจากชุมชน..คุณคิดว่าจะทำได้ง่ายดายเช่นนั้นเลยหรือ?

        ผมหมายถึงโรงเรียนขนาดเล็ก ที่มีเด็กต่ำกว่า ๑๒๐ คน ที่สพฐ.และศธ. กำลังสั่งการให้แต่ละจังหวัดจัดทำแผนการควบรวม ซึ่งหมายถึงการยุบโรงเรียนนั่นเอง

    ความพยายามมีมาอย่างต่อเนื่อง และดูเหมือนจะจริงจังมากขึ้นในปีการศึกษา ๒๕๖๒  โดยเปลี่ยนจากคำว่ายุบเป็นควบรวมโรงเรียน เพื่อกระทบความรู้สึกให้น้อยที่สุด

        เหตุผลที่มุ่งมาควบรวม ก็เพราะอ้างเหตุผลเกี่ยวกับการจัดสรรทรัพยากรการศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเลือกโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน มารวมกัน แล้วก็เลือกโรงเรียนบางโรงให้เป็นโรงเรียนหลัก

        โรงเรียนที่มีเด็กนักเรียนต่ำกว่า ๑๐๐ คน..เป็นแผนระยะสั้น ที่มีนัยว่าต้องดำเนินการก่อน..เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๖๓..เป็นต้นไป

        เมื่อคำนึงถึงประโยชน์ของนักเรียนเป็นสำคัญ..โรงเรียนที่มีเด็กต่ำกว่า ๕๐ คน นับว่าสุ่มเสี่ยงมาก เนื่องจากหลายโรงเรียนไม่มีผู้บริหาร..และจังหวัดไม่จัดสรรอัตราให้ ไม่ว่าจะบรรจุหรือรับย้ายก็ตาม..

        นี่คือ..เงื่อนไขภายใต้ความกดดัน ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณครูจะมีพลังที่จะสู้ได้มากน้อยหรือนานแค่ไหน..เป็นเรื่องที่จะต้องพิสูจน์ตัวเองอยู่เหมือนกัน

        แต่อย่าลืมว่า..โรงเรียนอยู่ในชุมชน ไม่ได้อยู่แบบหัวเดียวกระเทียมลีบ จึงไม่ง่ายที่จะทำให้หายไปได้อย่างใจนึก โรงเรียนขนาดเล็กมากมายหลายแห่ง ชุมชนผู้ปกครองและผู้นำท้องถิ่นมีความเข้มแข็งเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

        แล้วยิ่งโรงเรียนมีผู้บริหารโรงเรียนกำกับอยู่ รัฐน่าจะต้องเข้าไปบริหารจัดการแบบธรรมาภิบาลมากกว่า แล้วหยิบยื่นความรับผิดชอบให้เขา เพื่อให้ช่วยกำกับเป้าหมายทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มากกว่าที่จะคอยคิดนโยบายที่พิสดารแบบนี้

        โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะต้องกำหนดให้มีความรับผิดชอบต่อตัวชี้วัดเรื่องผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จึงจะสามารถวัดได้ว่าผู้บริหารสามารถพัฒนาระบบการศึกษา ได้ให้นักเรียนได้มีการเรียนรู้ที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้นหรือไม่?

        ขณะเดียวกัน..อย่ารีบด่วนสรุป และอย่ารีบเร่งดำเนินการ เพื่อทำให้โรงเรียนเล็กๆหายไป เพียงเพราะเขามีเด็กน้อยและจำนวนครูไม่มาก เพราะเรื่องนี้ต้องมีการกระจายอำนาจ..กลับไปให้ชุมชนให้มีอำนาจในการตัดสินใจตามความเหมาะสม รวมทั้งรับฟังประเด็นสำคัญในการสร้างเครือข่ายโรงเรียนขนาดเล็กด้วย เพื่อใช้ทรัพยากรและจัดการเรียนการสอนร่วมกัน โดยที่ไม่ต้องควบรวม..

        เมื่อ สพฐ.และศธ. แก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำขั้นรากฐานไม่ได้ ไม่สามารถหารูปแบบวิธีการที่จะให้โอกาสการศึกษาที่เท่าเทียมกัน ตั้งแต่ระดับปฐมวัยและระดับประถมศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็ก ก็น่าจะสำรวจและหาข้อมูลก่อนตัดสินใจ

        โรงเรียนขนาดเล็กได้มีการพึ่งพาตนเองมาโดยตลอด ทั้งการจัดหางบประมาณเพิ่มเติม เพื่อจัดจ้างครูพิเศษ เพื่อสร้างแหล่งเรียนรู้และสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงพึ่งพาภาคเอกชนในการหางบประมาณในการสร้างอาคารเรียน..โดยที่ไม่เคยเรียกร้องสิ่งใด

        แล้ววันหนึ่งเมื่อเขาเข้มแข็งทั้งด้านกายภาพและคุณภาพ พวกคุณจะมาจับเขาโยนทิ้ง ให้โรงเรียนหายไปจากชุมชน..คุณคิดว่าจะทำได้ง่ายดายเช่นนั้นเลยหรือ?

        วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการศึกษามีไว้เพื่อผู้เรียน เพราะ “การศึกษาสร้างคุณค่า"มากกว่าจะมาคิดเรื่องกำไรหรือขาดทุน ต้องคำนึงถึงคุณค่าของความเป็นมนุษย์ด้วย กลุ่มคนที่คิดเรื่องยุบควบรวมโรงเรียน จึงถือว่ายังไม่เข้าใจเป้ามายของการศึกษาอย่างแท้จริง

        การจัดการศึกษาก็เพื่อมุ่งสร้างและอบรมมนุษย์ให้มีปัญญาและสร้างคุณลักษณะที่เกิดคุณค่าแก่ชีวิตของตนเองและแก่สังคมในเวลาเดียวกัน ตลอดจนสามารถสร้างความสุขเพื่อตนเองและเพื่อผู้อื่นด้วย

        คุณภาพอันพึงประสงค์ของการจัดการศึกษา ก็เพื่อให้นักเรียนสามารถคิดและวิเคราะห์ได้ สามารถศึกษาต่อในระดับสูงต่อไปได้ โดยไม่มีข้อจำกัดด้านศักยภาพภายในของนักเรียน และพร้อมที่จะสร้างประโยชน์อันมีคุณค่าให้กับตนเองและสังคม

        ที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนี้..เป็นผลงานเชิงประจักษ์โดยรวม ที่โรงเรียนขนาดเล็กได้ทำมาแล้วทั้งสิ้น..ผ่านกระบวนการที่เรียกว่าบริหารจัดการศึกษา เพียงแต่ยังไม่ได้รับการยอมรับจากผู้มีอำนาจที่ทำงานแบบไม่มีข้อมูล จึงทำให้ผมต้องเชื่อมั่นไว้ก่อนว่า.

        โรงเรียนขนาดเล็ก..ยังไม่หายสาบสูญอย่างแน่นอน

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๓๐  กันยายน  ๒๕๖๒