เชจู เกาะสวรรค์(เกาหลีใต้) ตอนที่ 3

ครูแอ๋ม
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

เช้าวันที่ 25 สิงหาคม  2562 บนเกาะเชจู ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็รวันที่สองของการทาเที่ยวในครั้งนี้ มากับทัวร์ใครว่าแย่??
หลายคนแค่ได้ยินว่าไปกับทัวร์ก็ดูเบื่อหน่าย แต่ไม่จริงเลย นี่มันดี มันสะดวกสบายมากไม่ต้องหารถเดินทางเอง ไม่ต้องหาร้านกินเอง พาเที่ยวที่ที่ต้องไปแบบครบ แถมได้ความรู้เรื่องต่างๆจากมัคคุเทศก์อีกต่างหาก และสนุกมาก ได้เจอเพื่อนร่วมทัวร์ใหม่ๆอีก และจะบอกว่าที่มัคคุเทศก์น้องแพรวา อยู่กับทริปนี้ดูแลพวกเราอย่างดีค่ะ การเป็นผู้สูงอายุเดินทางท่องเที่ยวกับกรุ๊ปทัวร์เป็นสิ่งที่สะดวกที่สุดค่ะขอบอก

“อัน-ยอง ฮา-เซ-โย” แสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณ(จากหน้าต่างโรงแรม) ท้องฟ้ามีเมฆมากค่ะ

ทำภารกิจส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว  ลงมาห้องอาหาร......อาหารเช้าที่ ciel bleu hotel  อาหารหลากหลาย เกาหลีแท้ ๆ ชอบมากคือ "ซุปสาหร่าย " ของจริง  ของแท้ สุดยอดค่ะ

~~ที่นี่ไม่มีซ่อม มีช้อนกับตะเกียบ ไม่มีช้อนกาแฟ มีให้คนกาแฟเป็นส่วนกลาง คนกาแฟแล้วใส่แก้วแช่น้ำไว้ ไม่มีช้อนซุป 

 #ชอบแบบนี้ ที่JEJU เมื่อเรากินเสร็จแล้วต้องเก็บภาชนะด้วยตัวเอง ไปวางในที่เขาจัดให้ แยก จาน ถ้วย แก้วน้ำ แก้วกาแฟ และเศษอาหารกับขยะ ก็ต้องแยกออกจากกัน เพราะเขาเน้นเศษอาหารนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป เช่น อาหารหมู 

ประมาณ 08.00 น. พวกเราขึ้นรถบัสเดินทางไปยัง พิพิธภัณฑ์แฮนยอ

พิพิธภัณฑ์แฮนยอ (HAENYEO MUSEUM)
แฮนยอ คือนักดํานํ้าที่ลงไปเก็บอาหารทะเลบริเวณรอบๆชายฝั่งของเกาะเชจูด้วยวิธีการตามแบบฉบับดั้งเดิมของเกาหลีบางคนก็ยกให้แฮนยอเป็นนางเงือกแห่งท้องทะเลซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก ภายในพิพิธภัณฑ์
ได้พบภาพถ่ายแฮนยอที่สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของผู้หญิงบนเกาะเชจูโดยรูปแบบการจัดแสดง เป็นอาคารและวัตถุบอกเล่า เรื่องราว วิถีชีวิตความเป็นอยู่ ซึ่งข้าวของเครื่องใช้ที่นํามาแสดงส่วนใหญ่จะเป็นของใช้ที่เจ้าของบ้านได้ใช้งานจริง อาทิเช่นการแต่งกาย

ชั้นบนเป็นจุดชมวิว (ชั้นสาม) เก็บภาพสวยในพิพิธภัณฑ์เฮนยอ

“แฮนยอ” ป้านักดำน้ำจับสัตว์ทะเลแห่งเกาะเชจู ที่ยูเนสโกยกย่องเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

นักดำน้ำหญิงแห่งเกาะเชจูได้รับการเพิ่มชื่อไว้ในมรดกโลก (UNESCO World Heritage)  องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโก ได้เพิ่มนักดำน้ำหญิงแห่งเกาะเชจูไว้ในมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ซึ่งประกาศในการประชุมที่เมือง แอดิส อาบาบา ประเทศเอธิโอเปีย เมื่อวันที่ 30ธันวาคม แฮนยอ นั้นถือเป็นตัวแทนของวัฒนธรรมเกาหลีอันดับที่ 19ที่ถูกจารึกไว้ในมรดกทางวัฒนธรรมของโลก  แฮนยอ คือผู้หญิงในช่วงวัย 80 ปี ที่มีชื่อเสียงในการว่ายน้ำลึกกว่า 10 เมตรโดยไม่ใช้เครื่องมือดำน้ำหรือเครื่องช่วยหายใจใดๆ เพื่อเก็บหอยเป๋าฮื้อ สาหร่าย หรือของต่างๆที่อยู่ใต้ท้องทะเล พวกเธอสามารถทำงานได้วันละ 7 ชั่วโมง หรือ 90 วันต่อปี ก่อนที่พวกเธอจะดำน้ำ แฮนยอ จะสวดมนต์ภาวนาของให้ปลอดภัยและได้ของดีๆกลับมา วัฒนธรรมการดำน้ำนี้ได้สืบทอดกันได้ครอบครัว ชุมชน และไปจนถึงโรงเรียนที่สอนโดยเฉพาะ   บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์มีรูปปั้นแฮนยอ เราก็เก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก

ตำนานหญิงเป็นใหญ่

ประเด็นสุดท้าย ที่เป็นประเด็นสำคัญ อันเป็นที่มาของหัวเรื่อง “ตำนานหญิงเป็นใหญ่นั้น” คือเรื่องของ “หญิงเยอะ” ผู้หญิงที่เกาะแห่งนี้เยอะจริงๆ ครับ เจอผู้ชายเนี่ยน้อยจนนับหัวได้ หนำซ้ำยังแข็งแรงถึกบึกบึนเกินหญิงอย่างร้ายกาจ ผู้หญิงที่เกาะแห่งนี้มีมากขนาดไหนนั้น เอาเป็นว่าเมื่อก่อนที่เกาะเชจูแห่งนี้มีการออกกฎหมายอนุญาตให้ผู้ชายนั้นสามารถมีภรรยาได้ถึง 5 คนเลยทีเดียว  สาเหตุสำคัญของการออกตรากฎหมายดังกล่าวนั้นเป็นเพราะผู้ชายเกาหลีสมัยก่อนจำนวนมากล้วนไปเสียชีวิตในสนามรบ ทำให้จำนวนผู้ชายน้อยลงไปอย่างน่าใจหาย ซึ่งเมื่อเลิกสงครามกลับมาอยู่ที่บ้านแล้ว ผู้ชายเหล่านี้ส่วนใหญ่มีอาชีพทำประมง เมื่อออกทะเลไปหาปลา ก็เหมือนฟ้ากลั่นแกล้ง จู่ๆ เจอคลื่นลมพายุอย่างไม่ทราบสาเหตุ ทำให้เรืออับปางล่มเสียชีวิตลงเรื่อยๆ จนจำนวนผู้ชายที่มีน้อยก็ยิ่งน้อยจนน่าใจหาย  เมื่อถึงยามยาก เหล่าหญิงก็กอดคอลุกขึ้นสู้ ตั้งโต๊ะกลุ่มประชุมเครียด ทั้งหญิงยังไม่แต่งงาน หญิงแต่งงานแล้ว และหญิงที่เป็นม่ายสามีตาย ต่างลงความเห็นให้ผู้ชายของเกาะเชจู อยู่บ้านเลี้ยงลูกเพียงอย่างเดียวพอ ไม่ต้องออกไปทำมาหารับประทานอีกต่อไปแล้ว เพราะถ้าออกไปตายหมดก็ขาดพ่อพันธุ์กันพอดี ซึ่งเมื่อผู้ชายอยู่บ้านเลี้ยงลูก ผู้หญิงจึงทำหน้าที่ออกไปทำมาหารับประทานแทนเอง ทั้งทำสวน ทำไร่ และทำประมง ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลก เมื่อผู้หญิงลงทะเลหาปลา กลับไม่มีผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด ต่างจากผู้ชายโดยสิ้นเชิง จึงเกิด "แฮนยอ" และ 
"โทลฮารูบัง " แทนสัญลักษณ์ผู้ชายบนเกาะเชจูด้วย
โทลฮารูบัง (돌하루방) เป็นสัญลักษณ์ของเกาะเชจูที่ทุกคนจะต้องไ้ด้เจอแน่นอน 100% ในภาษาไทยเรียกว่า "หินปู่" เป็นรูปปั้นที่สร้างจากหินลาวาของภูเขาไฟ (ที่เกาะเชจูมีหินลาวาเยอะมากๆ ค่ะ) โดยปั้นเป็นรูปเหมือนชายแก่ดูใจดี และมีความเชื่อว่าเป็นเหมือนผู้พิทักษ์เกาะและคนบนเกาะ หากใครอยากรวย ให้เอามือลูบที่ท้องของโทลฮารูบัง(ขอลูบสัก 100 ที) ดังนั้นใครไปเกาะเชจูแล้วไม่ได้ถ่ายรูปคู่กับโทลฮารูบังเหมือนมาไม่ถึงเกาะเชจูจริงๆ นะจะบอกให้ อ้อ นอกจากนี้โทลฮารูบังยังถูกนำมาทำเป็นของที่ระลึกด้วยค่ะ สามารถซื้อกลับบ้านได้จ้า

ของฝากค่ะ


เที่ยงได้เวลาอาหารกลางวัน มื้อกลางวัน..25/8/62..#แทจีพลูแบ๊ก เป็นการนำเอาเนื้อหมูหมักกับเครื่องปรุงรสสูตรพิเศษ ก่อนนำไปผัดคลุกเคล้าพร้อมน้ำซุปลักษณะเป็นแบบขลุกขลิก มีรสชาติออกหวานและเผ็ดเล็กน้อย คล้ายๆ พะแนงหมูของบ้านเรา เมื่อสุกแล้วจะทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ หรือห่อด้วยผักสดพร้อมกับกิมจิใส่เข้าปากแบบคำโตตามแบบฉบับเกาหลีแท้ๆ

อิ่มแล้วกลับขึ้นรถ บ่ายนี้เราจะไปหมู่บ้าน "ซองอึบ" ......

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สังคมแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้



ความเห็น (0)