" จึงเป็นช่วงเวลาที่ผมกับคณะครูเหนื่อยมากมาย หลากหลายเรื่องที่ต้องเตรียม จนรู้สึกสงสารครู แต่ผมจะไม่สงสารตัวเอง เพราะผมอาสามาเป็นผู้บริหาร งานที่มีคุณค่าแบบนี้ ชั่วชีวิตมีครั้งเดียวและเงินก็ซื้อไม่ได้.. "

        ผมเป็นเพียงผู้บริหารธรรมดาๆ ยังไม่ได้เป็นนักบริหาร”มืออาชีพ” ทั้งที่อายุก็มากแล้ว..อาจเป็นเพราะประสบการณ์และการศึกษาเรียนรู้ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันยังไม่มากพอ

    แต่ผมมีความพยายามที่จะไปถึงจุดนั้น เพื่อที่จะเอาไว้สอนลูกหลาน เพราะผมเชื่อว่า ทักษะ..จากงานภาคปฏิบัติ..น่าจะดีและเข้าใจได้ง่ายกว่า..การยึดติดตำรา

    อย่าคิดเลยว่า..บริหารโรงเรียนเล็กๆ จะไม่มีงานทำ ในทางตรงกันข้าม กลับมีเรื่องราวให้คิด ริเริ่มและท้าทาย ทั้งงานจรและงานประจำ ทั้งงานในแผนและงานนโยบาย ตลอดจนงานของชุมชนท้องถิ่น

        บางครั้ง..ก็อยากจะเลือกปฏิบัติ สนใจแต่งานวิชาการอย่างเดียว เพื่อนำพาโรงเรียนสู่ความสง่างาม แต่ในสถานการณ์จริงในสังคมเครือข่าย มิอาจเปิดโอกาสให้คิดเล็กคิดน้อย ทำเรื่องใหญ่ใจต้องกว้าง ผมพร้อมทำวิกฤติให้เป็นโอกาสได้เสมอ..

        วันนี้..ถึงคราต้องรับเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬากลุ่มโรงเรียนในตำบล เตรียมการลุล่วงจนเกือบพร้อม ยอมรับว่าเป็นงานยากและยิ่งใหญ่ที่สุดของชีวิตที่รับราชการครู ยังไม่ถึงกับแสนสาหัส แต่ค่าใช้จ่าย..หลักแสน..แน่นอน

        ผมมีบทเรียนกับงานพัฒนา จากงานเล็กๆ..เรียงร้อยแบบค่อยเป็นค่อยไป สั่งสมจนเป็นงานชิ้นใหญ่ พอพบเจอกับงานกีฬาครั้งใหญ่อีกครั้ง..เริ่มมีความกล้า..

        จึงมีการพูดกันว่า..งานและกิจกรรมเป็นเวทีฝึกใจให้ผู้บริหารกล้าแกร่ง กล้าตัดสินใจ ผู้บริหารจึงไม่ควรเลือกงาน ใช่ว่าจะอ่านแค่ตำราอย่างเดียว จะเสริมส่งให้เป็นนักพัฒนาสูงสุด..ก็คงเป็นไปได้ยาก

       จึงเป็นช่วงเวลาที่ผมกับคณะครูเหนื่อยมากมาย หลากหลายเรื่องที่ต้องเตรียม จนรู้สึกสงสารครู แต่ผมจะไม่สงสารตัวเอง เพราะผมอาสามาเป็นผู้บริหาร งานที่มีคุณค่าแบบนี้ ชั่วชีวิตมีครั้งเดียวและเงินก็ซื้อไม่ได้..   

        ผมมอบหมายและสั่งการ ตลอดจนออกแบบให้ครูดำเนินการทุกเรื่อง..แต่ผมก็ลงไปช่วยทำในทุกเรื่องเหมือนกัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ครูทั้งวัสดุอุปกรณ์ จัดซื้อจัดหาพึ่งพาองค์กรชุมชนท้องถิ่น ต้องการสิ่งใดให้บอก มีปัญหาจะรีบแก้ไขให้ทันที

        ผมโชคดี..เพราะอยู่ในโรงเรียนที่ดี ทุกครั้งที่มีกิจกรรมดีๆ ครูที่ดีของผมจะแสดงออกด้านความสามารถอย่างเต็มที่ โดยที่ไม่มีเงื่อนไข และผมไม่เคยคัดค้านหากครูจะคิดงานสร้างสรรค์เพิ่มเติม

        โจทย์ของผมก็คือ..กองอำนวยการที่ต้อนรับแขกและอำนวยความสะดวกให้ครูและนักกีฬา ต้องร่มรื่น สวยงามและสะอาดตา การบริการเครื่องดื่มต้องพร้อมและฉับไว

        โรงอาหารและมุมน้ำชากาแฟ..แบบบริการตนเอง..ต้องสดใสน่าเข้าใช้บริการ ทำแบบร้านอาหาร ที่มีบรรยากาศแบบบ้านๆ มีมุมหนังสือและต้นไม้ให้พักผ่อนหย่อนใจ

        สนามกีฬา..อาจไม่ต้องหรูหรา แต่ข้างสนามต้องมีสีสัน มีเก้าอี้และศาลาให้นั่งชม บริเวณที่จอดรถกว้างขวาง บอกทางเข้าออก และห้องน้ำห้องส้วมต้องเพียงพอ..

        ผมกับคณะครูช่วยกันเตรียมงานจนใกล้จะแล้วเสร็จ เป็นบทเรียนให้ตระหนักได้ว่า โรงเรียนพอเพียงก็ต้องมีการลงทุน เพราะนี่คือ..วิถีของการให้เพื่อส่วนรวม..ก็อย่างที่บอกจะเป็นนักพัฒนา..ใจต้องกล้าหน่อย..

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๓๐  สิงหาคม  ๒๕๖๒