วันนี้..ครูไปอบรม ๒ คน และครูอีก ๒ คนออกไปประสานงานเพื่อเตรียมการเกี่ยวกับการเป็นเจ้าภาพกีฬากลุ่มโรงเรียน..ผมทำหน้าที่สอนแทน..
ขณะที่สอน ป.๓ และ ป.๖..ผมรู้สึกดีมีไฟแห่งการสอน แต่ก็มีมุมคิดที่อยากสะท้อนอะไรบางอย่างให้ท่านรัฐมนตรีทราบ..ดังนี้
ก่อนอื่น..อยากบอกท่านว่า..กีฬากับโรงเรียนเป็นของคู่กันมานานแล้ว เราแบ่งเวลาได้ เพื่อทำให้เด็กออกกำลังทั้งกายและใจ ทำให้ได้ฝึกการรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย..
กิจกรรมของโรงเรียนอยู่ในแผนงาน/โครงการประจำปี มีการประสานสัมพันธ์ชุมชนเพื่อขอรับการสนับสนุนช่วยเหลือ อันนี้เป็นความผูกพันตามวัฒนธรรมประเพณี ที่มีบ้าน วัดและโรงเรียนเป็นศูนย์กลาง..
พอผมเห็นน้ำใจไมตรีของชุมชนท้องถิ่นมาเกื้อหนุน..ทำให้รู้แจ้งเห็นจริงเลยว่า สพฐ.และกระทรวงศึกษา ..แค่บริหารงบประมาณ..จัดสรรมาให้โรงเรียนก็เพียงพอ..
ผมเห็นท่านมีความตั้งใจ ที่จะมาเปลี่ยนแปลง และอยากเห็นคุณภาพ บังเกิดขึ้นในวงการศึกษา ผมใคร่แนะนำ..ท่านลองสั่งการให้บุคลากรบน สพฐ.ที่มีคนมากมายหลากหลายโครงการ อย่าได้คิดอะไรเยอะแยะ..แล้วส่งลงมาให้ครูทำ..
งานครู..ที่อยู่กับเด็กทั้งวันมีความละเอียดอ่อน..ครูต้องทำทุกเรื่อง..เมื่อเด็กอยู่ที่โรงเรียน..ครูต้องทำงานโครงการที่อยู่ในแผนปฏิบัติการและทำงานพิเศษที่ ผอ.โรงเรียนมอบหมาย..
งานการเรียนการสอนในหลักสูตรสถานศึกษากับงานที่กล่าวมา เชื่อว่ายังพอมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ พอจะเชื่อมโยงและบูรณาการให้เกิดคุณภาพทางวิชาการได้ เพราะครูจะยังพอมีเวลา..เร่งรัดทุกสาระ และพัฒนาการอ่าน-การเขียน
แต่..คุณภาพจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน..ถ้าสพฐ. ศธ. หยิบยื่นนโยบายมากมายสร้างพันธกิจ คิดกิจกรรมใหม่ ให้ครูออกไปอบรมสัมมนา แล้วกลับมาทำที่โรงเรียน..
คิดว่าท่านคงมองออก..ทำงานเอกสาร..ที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานสอนนักเรียน เด็กไม่มีเวลาแลกเปลี่ยนเรียนรู้..หรือครูไม่อยู่ห้องเรียน..การศึกษาของชาติจะเป็นเช่นไร?
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๒
เรียน อาจารย์
ขอแสดงความนับถือ
คุณลิขิต