เช้าวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ผมไปเข้าร่วมประชุมเรื่องการประเมินภายนอก โครงการเครือข่ายผู้นำเพื่อการสร้างสุขภาพ (ที่เรียกย่อๆ ว่า คศน. ที่ผมเล่าไว้เป็นระยะๆ ที่ (๑)) ระยะที่ ๓
ฝ่ายผู้ให้ทุน คือ สำนักภาคีสัมพันธ์ สสส. เป็นเจ้าของการประเมินนี้ ได้ทีมประเมินที่มีความสามารถสูงคือ ดร. ณภัทร ประภาสุชาติ แห่ง มทร. รัตนโกสินทร์ กับ รศ. ดร. ประภาพรรณ อุ่นอบ และ ผศ. ดร. ธีรเดช ฉายอรุณ แห่งคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ผมจ้องไปเรียนรู้ว่าทีมประเมินใช้ทฤษฎีอะไรในการประเมิน และได้ความรู้มาก ว่าทีมมุ่งประเมินทั้งผลลัพธ์และผลกระทบ รวมทั้งประเมินกระบวนการที่นำไปสู่ผลลัพธ์และผลกระทบที่เกิดขึ้น ใช้ทฤษฎี The Four Levels of Training Evaluation ของ Kirkpatrick (1959) และเนื่องจากโครงการ คศน. ดำเนินการโดยใช้ทฤษฎี INN (Individual, Node, Network) ที่เสนอโดย ศ. นพ. ประเวศ วะสี ในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ทีมประเมินจะประเมินพฤติกรรมของ I, N, และ N โดยประเมินการพัฒนาศักยภาพ ๔ ระดับ คือ (๑) ปฏิกิริยาความรู้สึก (๒) การเรียนรู้ ความคิด ความเชื่อ (๓) พฤติกรรม (๔) ผลงาน ทีมประเมินบอกว่าจะเน้นสังเกตการณ์การ “ถ่ายโอน” การเรียนรู้
คำว่า “ถ่ายโอนการเรียนรู้” สะกิดใจผมอย่างแรง และเมื่อมีคำ Training Evaluation อยู่ในทฤษฎีที่คิดมาตั้งแต่ปี 1959 ผมก็ถึงบางอ้อทันทีว่า ทฤษฎีที่ทีมประเมินใช้ เน้นที่การฝึกอบรม และเน้นการถ่ายทอดความรู้ ซึ่งเป็นทฤษฎีที่เก่าและล้าหลัง ก่อนที่วงการศึกษาจะเข้าใจกลไกการเรียนรู้ที่ได้จากผลการวิจัยสมอง และจิตวิทยาการเรียนรู้ ที่เพิ่งชัดเจนเมื่อราวๆ ๒๐ ปีที่ผ่านมา ว่าการเรียนรู้ที่แท้ไม่ได้เกิดจากการรับถ่ายทอดจากภายนอก แต่เกิดจากการสร้างความรู้ใส่ตัวของตนเอง ผ่านการกระทำและคิดใคร่ครวญ (reflection) การสร้างผู้นำต้องไม่เน้นสร้างผ่านการถ่ายทอดเป็นหลัก ต้องเน้นให้เขาเป็นผู้สร้างความรู้เป็นหลัก ภาวะผู้นำจึงจะเกิดขึ้นภายในตน ของผู้เข้าร่วมโครงการ
นพ. วิชัย โชควิวัฒน์ ให้ความเห็นว่า ขอให้มีความชัดเจนว่า งานนี้เป็นงาน “ประเมินผล” (evaluation) ไม่ใช่ “ประเมิน” (assessment) เห็นด้วยว่า ประเมินทั้งผลลัพธ์และผลกระทบ และประเมินทำความเข้าใจกระบวนการที่ก่อผลดังกล่าว รวมทั้งเตือนว่า เครื่องมือ focus-group discussion อย่าหลงใช้แค่ focus-group คำว่า discussion หายไป ทำให้กระบวนการไม่เข้มข้น ไม่ได้ข้อมูลและความคิดที่หลากหลาย
วิจารณ์ พานิช
๑๒ ก.ค. ๖๒