นโยบายว่าด้วยท้องถิ่น

นโยบายว่าด้วยท้องถิ่น

3 สิงหาคม 2562

ทีมวิชาการสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย [1]  

ปัญหาการนำนโยบายรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติ ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

นโยบายเป็นภาพฉายใหญ่ที่สะท้อนภาพได้หลายมิติมุมมอง ถือเป็นแก่นสารสาระในการดำเนินกิจการท้องถิ่นเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นกระบวนการของการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจของประชาชน “นโยบายที่กินได้” ของท้องถิ่นส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของท้องถิ่น เพราะ “การปกครองท้องถิ่นคือฐานรากของประชาธิปไตย”  ประเด็นยุทธศาสตร์การพัฒนาของ อปท.เป็น “ปัญหาการนำนโยบายรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติ” โดยราชการส่วนภูมิภาคที่รับคำสั่งและนโยบายมาจากราชการส่วนกลาง ได้นำมาใช้กับราชการส่วนท้องถิ่นด้วย เป็นการบริหารราชการที่ทำให้ท้องถิ่นขาดความเป็นอิสระ เป็นทัศนคติที่ไม่ดี เป็นปฏิปักษ์ต่อหลักการปกครองท้องถิ่นอย่างร้ายแรง เพราะราชการส่วนท้องถิ่นนั้นจะต้องนำความเดือดร้อนความต้องการของประชาชนในเขตพื้นที่มาเป็นนโยบายและนำไปสู่การปฏิบัติ ไม่ใช่ให้ อปท.ไปนำนโยบายรัฐบาลมาปฏิบัติโดยตรง ถือเป็นทัศนคติที่ผิดหลักการนำความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นทั่วประเทศ ด้วยแนวคิดแบบนี้ทำให้งบประมาณท้องถิ่นกว่าร้อยละ 50-60 จึงต้องเสียไป เทศบาลและ อบต.ขนาดเล็กจึงเหลือเม็ดเงินพัฒนาท้องถิ่นแต่ละปีน้อยลง

ประเด็นสำคัญในการจัดทำแผนพัฒนาและการประสานแผนท้องถิ่น ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กำหนดให้ประเด็นการพัฒนาของ อปท.ต้องสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัด กลุ่มจังหวัดยุทธศาสตร์ชาติ [2]มีข้อดีคือ ทำให้ยุทธศาสตร์ชาติไม่หลงทาง มีข้อเสีย คือท้องถิ่นถูกจำกัดแนวคิดสร้างสรรค์ เพราะ อาจมีแต่เรื่องแนวทางการพัฒนาที่ซ้ำซาก และหากขาดการสื่อสารประสานงานแนะนำยิ่งไม่ดี เมื่อแนวคิดสร้างสรรค์ถูกจำกัด แน่นอนการสร้างภาพ มโนภาพในการพัฒนาจึงเกิดขึ้น เป็นการทำงานเอาหน้า ที่ขาดความจริงจัง สวนทางกับ “ความมุ่งมั่นในการวิเคราะห์ความเหมาะสม เพื่อการนำไปสู่การตัดสินใจในเรื่องส่วนรวม และเป็นการวางแผนร่วมกันอย่างเปิดเผย อันเป็นหัวใจของการพัฒนาท้องถิ่น” ไม่เกิดในทางปฏิบัติด้วยระบบการจัดสรรโครงการใหญ่ที่ถูกล็อกสเปคถูกสั่งการมาจากต้นทางส่วนกลาง ที่มีการล็อกเป้าหมายไว้แล้ว มีการวิ่งเต้นซื้องานของผู้รับเหมาอยู่ทั่วไปเป็นจำนวนมาก ด้วยความมุ่งหวังให้มีความสอดคล้องนโยบายของท้องถิ่นกับการพัฒนาจังหวัด

นโยบายท้องถิ่นที่ผ่านมา 

ที่ผ่านมาการเมืองท้องถิ่นไม่เกิดสาระต่อการพัฒนาท้องถิ่นมากนัก ด้วยสาเหตุในหลายประการอาทิ (1) เป็นเรื่องการต่อรองอำนาจทางการเมือง (2) เป็นการแย่งชิงโครงการงบประมาณพัฒนาลงในพื้นที่ตนเอง (3) การขอโครงการแบบนำงบประมาณไปดำเนินการเอง มีปัญหาการส่งใช้เงินยืม จนเป็นปัญหาท้วงติงจาก สตง. ผูกพันมาอย่างต่อเนื่อง (4) การไม่เข้าใจภารกิจหน้าที่ท้องถิ่นอย่างถ่องแท้ มองแต่เรื่องโครงการก่อสร้างเพราะใช้เม็ดเงินได้มากกว่า ไม่มองเรื่องสาธารณภัยความเดือดร้อนของชาวบ้าน เช่น ความสงบเรียบร้อยภายใน โรคระบาดทั้งพืชสัตว์และ มลภาวะ สุขาภิบาล สิ่งแวดล้อม การศึกษา การพัฒนาชุมชน การพัฒนาอาชีพ การสังคมสงเคราะห์ ฯลฯ เป็นต้น

      นอกจากนี้การบังคับใช้กฎหมายหละหลวม มีการเลือกปฏิบัติหรือหลบเลี่ยงเลือกทำ ทำให้ระบบราชการประจำอ่อนแอรวนไปหมดทั้งระบบ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเสียศูนย์การทำงานขาดความโปร่งใส หวดระแวง ไม่มีความเชื่อมั่น ต้องคอยหลบหลีกหน่วยตรวจสอบ ด้วยความเสี่ยงในความรับผิดทางละเมิดหรือทางอาญามากขึ้น ด้วยความไม่แน่นอนในการใช้อำนาจในของฝ่ายการเมืองท้องถิ่นในหลายรูปแบบ กระบวนการบริหารงานขาดความโปร่งใสสุ่มเสี่ยงต่อการทุจริตการแสวงประโยชน์ส่วนตัวหรือการทับซ้อนในผลประโยชน์ นอกจากนี้ในส่วนของสมาชิกสภา หลายแห่งเป็นสภารับเหมาทั้งขาเล็กขาใหญ่ ทำให้ระบบการควบคุมภายในอ่อนแอเสียหาย

มหาดไทยต้องมีมาตรฐานในการกำกับด้วยความสุจริตโปร่งใส [3]

เพราะข้าราชการส่วนท้องถิ่นฝ่ายประจำเป็น “ผู้ขับเคลื่อนท้องถิ่น” ไม่ใช่ฝ่ายการเมืองที่เข้ามาตามวาระ เข้ามาเพื่อแสวงประโยชน์ มีการแบ่งพวกแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เกิดความแตกแยกในกลุ่มประชาชนตามวิถีปกติของนักการเมือง และ มีปัญหาบกพร่องในจริยธรรมที่มากกว่าฝ่ายข้าราชการ เพราะฝ่ายการเมืองไม่มีโทษทางวินัยเหมือนฝ่ายประจำ

ปัญหาการปฏิบัติงานของ อปท. มีข้อจำกัดที่มากขึ้น ด้วยความไม่แน่นอนของส่วนกลางในเรื่องการกระจายอำนาจ และโดย “การกำกับดูแล” ที่มีแนวโน้มเปลี่ยนเป็น “การบังคับบัญชา” ที่มากขึ้น การรายงานข้อมูลตามสั่งการจากหน่วยเหนือขาดทิศทางกรอบในการชี้แนะนำที่ชัดเจน ทำให้การรายงานกิจกรรมต่าง ๆ ของ อปท. ขาดความน่าเชื่อถือของข้อมูลในการรายงาน เช่น การรายงานจำนวนสัตว์โรคพิษสุนัขบ้า การรายงานความเสียหายด้านสาธารณภัยต่าง ๆ การรายงานข้อมูลปริมาณขยะ ขยะพิษ หรือ การรายงานข้อมูลเชิงคุณภาพต่าง ๆ เป็นต้น เพราะระบบการขอข้อมูลเมื่อวานแต่วันนี้ต้องรายงานให้ได้ ส่วนข้อมูลจะมาจากที่ใดไม่สำคัญขอให้มีรายงาน เป็นการบริหารจัดการข้อมูลยุค 4.0 ที่ขาดระบบการตรวจสอบควบคุมที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อในฐานข้อมูลเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ในภารกิจหน้าที่ของท้องถิ่นไม่มีการกำหนดส่วนราชการ (สำนักหรือกอง) ให้ครบครอบคลุมในทุกภารกิจสำคัญ เช่น กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม กองสวัสดิการสังคม กองส่งเสริมการเกษตร กองการประปา เพื่อรองรับภารกิจการถ่ายโอนที่มีความพร้อม หรือเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เป็นต้น

ยกตัวอย่างในความลักลั่นของกฎหมายพบว่า ท้องถิ่นมีการตราบทบัญญัติใหม่ตามรัฐธรรมนูญที่เข้มงวดในคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของสมาชิกสภาท้องถิ่น (สถ.) หรือผู้บริหารท้องถิ่น (ผถ.) ตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตกำหนดให้ผู้บริหารท้องถิ่นทั่วประเทศ รายเดิมที่เข้ามาดำรงตำแหน่งในวาระใหม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตนเองคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่มีผลให้หลายคนต้องโทษอาญาคดีจงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ แต่ในทางกลับกันที่ผ่านมาหมาด ๆ ปรากฏว่า กรณีนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีใหม่ 6 รายไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์ฯดังกล่าวต่อ ป.ป.ช. แต่อย่างใด [4] แสดงว่า นายก อบต.หรือ รองนายก อบต. จะต้องมีมาตรฐานสูงกว่าคณะรัฐมนตรี ป.ป.ช.มีความจำเป็นใดมาประกอบเหตุผลที่ไม่ต้องยื่นบัญชีฯ เพราะหลักกฎหมายต้องบังคับทั่วไปโดยไม่มีบทยกเว้น

การอภิปรายของ ส.ส.น้ำใหม่ในรัฐสภา

หลังการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภามีโพลสำรวจประชาชนให้คะแนนเชื่อมั่นรัฐบาลใหม่ 4.52 จากคะแนนเต็ม 10 [5] เป็นสีสรรครั้งแรกที่รัฐบาลที่มาจาก คสช. ได้เข้าสู่รัฐสภาอีกรอบ ด้วยนโยบายรัฐบาลรวม 12 ข้อ [6] ประกอบด้วยนโยบายด้านท้องถิ่น ในข้อ 11.8 ที่ทางฝ่าย ส.ส. พรรคทางเลือกใหม่ฝ่ายค้านอภิปรายได้ดี ประกอบกับความบกพร่องผิดพลาดที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับฝ่ายรัฐบาลที่แถลงนโยบายเป็นการตัดคะแนนความน่าเชื่อถือลงไปมาก เช่น การไม่ระบุจำนวนงบประมาณที่จะใช้ในการดำเนินการตามนโยบาย การถวายสัตย์ปฏิญาณของ ครม. ไม่ครบข้อความ เป็นต้น ด้วยที่ผ่านมา รัฐบาลโดย คสช.อยู่บริหารประเทศมาถึง 5 ปี ใช้งบประมาณของรัฐไปมากถึง 13 ล้านล้านบาท [7] ด้วยข้อมูลคนจนที่มากถึง 14.5 ล้านคน [8] (ร้อยละ 21) ปัญหายาเสพติดสิ่งผิดกฎหมายต่าง ๆ แก้ยาก [9] เพราะติดขัดที่ผู้มีอิทธิพล และภาคส่วนราชการที่ละเลยหน้าที่ งบราชการลับ ใช้เงินหลวงไปมาก ตรวจสอบไม่ได้ ฉะนั้นจึงคงมีปัญหายาเสพติด น้ำมันเถื่อน สินค้าเถื่อน แร่เถื่อน แม้แต่ไม้เถื่อน ไม้พะยูง บ่อนเถื่อน สถานบริการเถื่อน วินเถื่อน ฯลฯ ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก แม้การเคลียร์ปมเศรษฐกิจในการแถลงนโยบายรัฐบาลครั้งนี้รัฐบาล (เดิม) รับว่า ที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยมีปัญหาเชิงโครงสร้างเป็นการกินบุญเก่ามา 30 ปี [10] รัฐบาลได้ทุ่มเทเพื่อคนจนมาก เพิ่มการลงทุนจากนักลงทุน เชื่อว่าประวัติศาสตร์จะเป็นผู้ตัดสินว่าสิ่งที่ดีจะอยู่อย่างยั่งยืน

ในส่วนของท้องถิ่นมีการอภิปรายว่า ที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยได้ออกกฎ ระเบียบ กฎหมายรอง รวมทั้งหนังสือแจ้งเวียน ในการกำกับดูแลท้องถิ่นมากมาย ก่อให้เกิดความสับสน เข้าใจผิดไปหลายประการว่าเป็นการกำกับดูแลหรือการบังคับบัญชาสั่งการกันแน่ [11]ทำให้บางท้องถิ่นไม่กล้าตัดสินใจในการปฏิบัติ บางท้องถิ่นมีการใช้งบประมาณอย่างไม่ใยดีว่าคุ้มค่าหรือไม่ ถึงประชาชนหรือไม่ เป็นปัญหาเรื่องการกระจายอำนาจไม่ใช่ให้แต่เงิน แต่ไม่มีมาตรการควบคุม ท้องถิ่นใดกลัวว่าจะทำผิดก็ไม่ดำเนินการอ้างว่าควบคุมเกินไป ท้องถิ่นบางแห่งกลับแสวงประโยชน์จากช่องว่างช่องโหว่ของระเบียบกฎหมายดำเนินการที่นำไปสู่การทุจริต การทับซ้อนผลประโยชน์ได้มาก สะท้อนให้เห็นว่า เป็นเรื่องความพร้อมของบุคคล มันผิดก็ผิดที่คนไม่ใช่ผิดที่กฎหมาย

ที่น่าสนใจมากคือ ข้อเสนอนโยบาย “แนวคิดติดกระดุม 5 เม็ด” [12] เป็นของจริงที่มาจากชาวบ้านรากหญ้าไม่ใช่ทุนใหญ่ เป็นแก้ปัญหาเกษตรกรในเรื่อง (1) สิทธิที่ดินทำกิน (2) วงจรหนี้สิน (3) สารเคมีเกษตร (4) นวัตกรรมแปรรูป และ (5) การท่องเที่ยวเชิงเกษตร เป็นสิ่งที่ดีงามมาก ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของระบบรัฐสภา ที่สอดคล้องกับยุค AI (Artificial Intelligence) หรือ “ปัญญาประดิษฐ์ที่ชาญฉลาด” ในการใช้ภูมิปัญญาอย่างมีชั้นเชิง มีคุณภาพ มีความน่าเชื่อถือ

กรอบความคิดของคนรุ่นใหม่หัวใหม่

ระบบการบริหารราชการแบบเดิมของข้าราชการมีทัศนคติเชิงลบไม่สร้างสรรค์คือ การโง่ให้เป็น เดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัด พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง ฯลฯ เหล่านี้เป็นอุปสรรคการพัฒนาประชาธิปไตย เพราะข้าราชการผู้ขับเคลื่อนนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติจะกลายร่างเป็น ขุนพลอยพยัก สมภารกินไก่วัด อาบน้ำร้อนมาก่อน เป็นระบบที่ครอบงำความคิด จนเลยเถิดไปถึงการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอื่น แต่ในกรอบความคิดของคนรุ่นใหม่หัวใหม่ (liberal and progressive) นั้น คงไม่มีใครกล้าคิดเลยเถิดไปถึงการปฏิวัติล้มล้างระบบต่าง ๆ ในสังคมไทย เหมือนดังที่ฝ่ายอนุรักษ์อีลิทหัวเก่า (Elite) คิดวิตกกัน แต่เป็นเพียงความคิดทางเลือกใหม่ในการสร้างสรรค์สังคมให้ดีงามน่าอยู่มากขึ้น แต่ก็อาจไปกระทบบางเรื่องที่อ่อนไหวได้ เช่น เรื่องการเกณฑ์ทหาร การเกณฑ์แรงงาน การเกณฑ์สั่งการข้าราชการในงานขอความร่วมมือเฉพาะโดยมิใช่งานในหน้าที่โดยตรง ฯลฯ เป็นต้น เหล่านี้ เป็นทัศนคติที่ฝ่ายประจำต้องปรับเปลี่ยน ให้สอดคล้องกับกระแสข่าวว่า พรรคการเมืองทางเลือกใหม่เตรียมตัวส่งคนเข้าสู่สนามเล็กสนามเลือกตั้งท้องถิ่นที่กำลังเริ่มคึกคักกันแล้ว โดยเฉพาะสนาม “องค์การบริหารส่วนจังหวัด” (อบจ.) [13]

ถือเป็นกรอบความคิดแบบเสรีของคนรุ่นใหม่หัวใหม่ที่แม้ไม่ไปละเมิดสิทธิส่วนบุคคลใคร แต่ก็ไปกระทบต่อระบบสังคมที่คนรุ่นเก่าได้สร้างกรอบไว้แล้ว ที่เห็นชัดก็คือระบบขุนนาง ลัทธิเจ้าขุนมูลนายที่ได้รับผลกระทบจากแนวคิดของคนรุ่นใหม่มาก แม้ในสังคมมหาวิทยาลัยเองก็มีธรรมเนียมแนวคิดนี้อยู่แฝงเป็นแนวปฏิบัติมากเช่นกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีงามแต่ใน “ความเป็นสถาบัน” นั้นคนรุ่นใหม่คงไม่ได้คิดจะไปล้มล้างยังคงยึดถือในแบบธรรมเนียมดั้งเดิมอยู่ เช่น แบบธรรมเนียมของชาวพุทธทั่วไป แบบธรรมเนียมไทยในเรื่องระบบเจ้าขุนมูลนายในระบบอาวุโสครูบาอาจารย์ แบบธรรมเนียมเทิดทูนในชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ คือ ยังคงรักชาติบ้านเมืองเหมือนเช่นทุกคน [14]กล่าวคือ ก็ยังยอมรับในแบบธรรมเนียมเก่า ๆ ที่ดีงามอยู่เช่นเดิม แต่คนรุ่นใหม่หัวใหม่จะเป็นคนที่ชอบศึกษาเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ เท่านั้นทำให้ถูกมองว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อระบบเดิม นอกจากนี้คงมิใช่ว่า “เมื่อเลือกข้างแนวคิดฝั่งใดฝั่งหนึ่งแล้ว ก็ป่วยการที่จะแสดงความเห็น เพราะมันมีคำตอบอยู่ในใจแล้ว” และ ไม่จำเป็นต้อง “ศีลเสมอกันจึงคบกัน”

ฉะนั้นทุกฝ่าย จึงจำเป็นยิ่งที่ทุกฝ่ายต้องมีทัศนคติเชิงบวกในการยอมรับ “ความเห็นต่าง” [15](Discrimination) ในท่ามกลางสังคมยุค 4.0 5.0 และ ยุค Big Data [16] แห่งโลกโซเชียล

[1] Phachern Thammasarangkoon & Watcharin Unarine, Municipality Officer ทีมวิชาการสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย, หนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ปีที่ 66 ฉบับที่ 46 วันเสาร์ที่ 3 - วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม 2562, บทความพิเศษ หน้า 9  

[2] เรื่องซักซ้อมแนวทางการทบทวนแผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ. 2561-2565) ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุดที่ มท 0810.3/ว 2931 ลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2562, http://www.dla.go.th/upload/document/type2/2019/5/21747_1_1557918909334.pdf    

[3]มหาดไทยต้องมีมาตรฐานในการกำกับดูแล อปท.ด้วยความสุจริตและโปร่งใส, ถวิล ไพรสณฑ์, บทความพิเศษในไทยโพสต์, 16 มีนาคม 2560, https://www.facebook.com/localreformthailand/posts/1152697301505434/    

[4]'บิ๊กตู่-​6รมต.'เฮ! ได้อานิสงส์กฎหมายใหม่ ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน, 24 กรกฎาคม 2562, https://www.naewna.com/politic/428567  

[5]โพลล์เผยประชาชนให้คะแนนเชื่อมั่นรัฐบาลใหม่ 4.52 จากเต็ม 10, 27 กรกฎาคม 2562, https://www.posttoday.com/politic/news/596054     

[6]คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี, ข่าวทำเนียบรัฐบาล, 25 กรกฎาคม 2562, https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/21750   

[7]ส่องงบประมาณ 5 ปี หลังสิ้นสุด 'รัฐบาล คสช.', MThai News, 18 กรกฎาคม 2562, https://news.mthai.com/politics-news/745898.html

รัฐบาล คสช. ตลอดระยะเวลา 5 ปี ที่ผ่านมา ใช้งบประมาณโดยผ่านร่างฯ ของ สนช. กว่า 14 ล้านล้านบาท

[8]'สุวิทย์' สั่งเขย่า 'บัตรคนจน' พร้อมเดินหน้า 'มารดาประชารัฐ', The Bangkok Insight, 30 กรกฎาคม 2562, https://www.thebangkokinsight.com/184149/   

[9]"สมศักดิ์"เชื่อ รัฐบาลอยู่ยาว สวน"สุทิน"สถิติยาเสพติดอีสานดีขึ้น, ไทยรัฐ, 27 กรกฎาคม 2562, https://www.thairath.co.th/news/politic/1624125 & สุทิน อัดรัฐบาล คสช. 5 ปี แก้เศรษฐกิจล้มเหลว เปิดปมล็อกสเปกเอื้อบริษัทยาง, 27 กรกฎาคม 2562, https://mgronline.com/politics/detail/9620000071480  

[10]“สมคิด” สะกดรัฐสภาเคลียร์ปมเศรษฐกิจ, 26 กรกฎาคม 2562, http://www.thansettakij.com/content/405902  

[11]เลื่อนลอย โลเล หลอกลวง : ปิยบุตร แสงกนกกุลอภิปรายนโยบายรัฐบาลประยุทธ์, ประชาไท / ข่าว, 26 กรกฎาคม 2562, https://prachatai.com/journal/2019/07/83584

นโยบายหลักของ ครม. ได้กำหนดไว้ในข้อ 11.8 เรื่องการกระจายอำนาจ ความรับผิดชอบ และเพิ่มบทบาทการปกครองขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เรื่องกระจายอำนาจเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เขียนเอาไว้ ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งเลยที่ผมไม่มั่นใจเลยว่าจะเกิดขึ้นจริงของ ครม. ชุดนี้ เนื่องจากดูพฤติกรรมของตอนที่ท่านครองอำนาจกันมาเมื่อ 5 ปีแล้วบังเอิญว่าท่านรัฐมนตรีมหาดไทยก็ยังเป็นคนเดิมด้วย ด้วยความหวังว่าจะมีรัฐมนตรีที่ได้รณรงค์หาเสียงเรื่องกระจายอำนาจเอาไว้ก็คิดว่าน่าจะเดินหน้าได้

นโยบายเรื่องการกระจายอำนาจตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เราไม่มีการเลือกตั้งท้องถิ่นเลย รัฐบาลชุดที่แล้วได้ทำลายหลักการกระจายอำนาจท้องถิ่นอย่างสิ้นเชิงคือไม่ให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่น แล้วก็เอาอำนาจไปแทรกแซง แต่งตั้ง โยกย้าย ตอนนี้เรามีพระบัญญัติเลือกตั้งท้องถิ่นใช้แล้วครับ แต่ปรากฏว่าก็ยังมีมาตราที่เขียนไว้ว่าให้ ครม. เป็นคนตัดสินใจว่าจะให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อไหร่ ดังนั้นอยากจะขอให้ ครม. ได้ระบุให้ชัดเจนว่าจะเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อไหร่ การกระจายอำนาจไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลยถ้าไม่กลับไปเลือกตั้งท้องถิ่น ในอดีต ตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญ 2540 เรามีกฎหมายขั้นตอนการกระจายอำนาจออกมาปี 2542 เราทำแผนเพื่อจะกระจายอำนาจกันออกมาเพื่อวางกันเอาไว้เพื่อว่าจะทยอยการแบ่งสรรปันส่วนงบประมาณกับท้องถิ่นส่วนกลางไปให้ถึงฝันอยู่ที่ 70:30 แต่ทุกท่านก็ทราบดีว่า เวลานี้ภารกิจของท้องถิ่นมากขึ้น งบประมาณเพียงเท่านี้ยังไม่พอ ถ้าเป็นไปได้อยากให้ขยับขึ้นเป็น 60:40 หรือ ครึ่งต่อครึ่งก็ได้ เหมือนที่เป็นนโยบายของพรรคอนาคตใหม่ได้รณรงค์หาเสียงไว้ ในประเทศญี่ปุ่นก็เป็นลักษณะแบบนี้เพราะท้องถิ่นมีภารกิจมาก มีอำนาจมากขึ้น งบประมาณก็จะมากขึ้นตาม

ในช่วงเวลาที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยมีการประกาศระเบียบคำสั่งกระทรวงที่ใช้กันภายในเยอะแยะเต็มไปหมด แต่ปรากฏว่ากฎเกณฑ์เหล่านี้ได้ทำลายหลักการกำกับรุนแรงของส่วนกลางกับท้องถิ่นเปลี่ยนจนกลายเป็นเหมือนบังคับบัญชา ท้องถิ่นจะทำอะไรแต่ละอย่างต้องกังวลใจเสมอว่ามหาดไทยจะยอมหรือไม่ ท้องถิ่นต้องคอยกังวลกับเรื่องการตรวจเงินแผ่นดินของ สตง. (สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน) ตลอดเวลา จนส่วนท้องถิ่นไม่กล้าจะทำอะไรเลย ดังนั้นอยากให้จัดการแก้ไขปัญหาตรงนี้ด้วยเพื่อให้การกระจายอำนาจสมอย่างที่ท่านเขียนไว้ในนโยบาย

[12]“พิธา” เสนอติดกระดุม5เม็ดนโยบายแก้ปัญหาเกษตรกร, 26 กรกฎาคม 2562, https://news.thaipbs.or.th/content/282079   

[13]ชิงสนาม อบจ.โคราชเดือด มีผู้สมัครนายก 6 คน, 31 กรกฎาคม 2562, http://www.komkhaotuathai.com/content/15213  

& กกต.เชียงใหม่ เผยมีผู้สมัครชิงนายก อบจ.5คนแล้ว-‘ถาวร’ลั่นลงสมัครอิสระ เล็งเปิดทีมบริหารสค.นี้, 13 กรกฎาคม 2562, https://www.matichon.co.th/region/news_1579953

& กกต.เร่งพิจารณาร่างระเบียบเลือกตั้งท้องถิ่น หวังเสร็จก่อนรัฐบาลประกาศเลือกตั้ง, 23 กรกฎาคม 2562, https://www.matichon.co.th/politics/news_1593614

& กรม สถ. ร่อนแบบสอบถาม “ความพร้อมการเลือกตั้งขององค์การบริหารส่วนจังหวัด”, 1 สิงหาคม 2562, http://www.thailocalmeet.com/index.php/topic,67369.0.html?fbclid=IwAR3EY5dvbpvis3_MzXGKQTkw7AOW9wS0FXeB9QPvfhcBFmCj-LsDNJv9FIQ    

โดยขอให้ตอบแบบสอบถามให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 23 สิงหาคม 2562

[14]'อุ๊' กลับมาแล้ว! จัดหนัก 'ธนาธร' ใส่ร้ายปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกดขี่ราษฎร, 25 กรกฎาคม 2562, https://www.thaipost.net/main/detail/41950      

& เปิดคำร้อง ศาล รธน. ยุบพรรคอนาคตใหม่ ล้มล้างการปกครอง บอกเป็น อิลลูมินาติ (Illuminati), 25 กรกฎาคม 2562, https://hilight.kapook.com/view/191244

[15]ปัญญา อุดชาชน, หลักความเสมอภาคและการห้ามการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม :กรณีศาลรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (The Principle of Equality and Prohibition of Discrimination : The Constitutional Court of the Kingdom of Thailand), รัฐสภาสาร ปีที่ 62 ฉบับที่ 2 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557, Vol. 62 No. 2 February 2014, https://www.parliament.go.th/ewtadmin/ewt/parliament_parcy/download/article/article_20140512143947.pdf   

[16] 4 G คืออะไร , starsoftware, 28 ธันวาคม 2558,

http://starsoftware.co.th/content/2343

4 G คือชื่อที่ใช้เรียกแทนยุคที่ 4 ของเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือ โดยตัวอักษร G นั้นย่อมาจาก Generation ที่แปลว่ายุคสมัย ซึ่งก่อนหน้านี้มีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ 1G, 2G และ 3G ที่คนไทยส่วนใหญ่ใช้กันในปัจจุบัน สำหรับความเปลี่ยนแปลงในแต่ละยุคมีดังนี้

1 G = ยุคเริ่มต้นของโทรศัพท์มือถือ ใช้สัญญาณแบบอนาล็อกล้วน ๆ โทรคุยกันได้อย่างเดียว

2 G = ยุคที่โทรศัพท์มือถือเริ่มมีการส่งข้อมูลแบบดิจิตอล เริ่มมีการส่งข้อความ SMS หลังจากนั้นก็มีการพัฒนาให้สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วยเทคโนโลยีอย่าง GPRS และ EDGE ได้

3 G = ยุคที่โทรศัพท์มือถือกลายเป็นสมาร์ทโฟนอย่างเต็มรูปแบบ สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงด้วยเทคโนโลยีอย่าง HSPA (หรือที่เราเห็นไอคอน H บนจอมือถือ)

4 G = ยุคล่าสุดที่เปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยี LTE ซึ่งทำให้สามารถใช้อินเทอร์เน็ตด้วยความเร็วที่สูงกว่า 3G หลายเท่าตัว

ทั้งนี้แท้จริงแล้วในแต่ละยุคจะมีการพัฒนาแบบย่อย ๆ อีกมากมาย เช่น 2.5 G 2.75G, 3.5G, 3.75G, 3.9G ซึ่งจะมีเทคโนโลยีที่ค่อนข้างหลากหลายกันออกไป

& ส่วนยุค 5G มันคือ Generation 5 หรือรุ่นที่ 5 ของการสื่อสารที่อนาคตมันจะไม่ใช่แค่มือถือแล้ว แต่เป็นอุปกรณ์ทุกชนิดที่เชื่อมอินเตอร์เน็ตได้ ( Internet of Things หรือ IoT) ว่ากันว่าถ้าเรามี 5G เราจะดาวน์โหลดวีดีโอ หนังหรือแอปฯได้เร็วถึง 10,000 Mbps! 5 ธันวาคม 2561

ดู 5G คืออะไร? เข้าใจ 5G ง่ายๆไม่ถึง 5 นาที, Marketing Oops!, Sarunjade, 5 ธันวาคม 2561, https://www.marketingoops.com/reports/understand-what-is-5g/

& Big Data หรือ อภิมหาข้อมูล , รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์, คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, บทความของอาจารย์ประจำคณะประจำปี 2556, http://library.acc.chula.ac.th/PageController.php?page=FindInformation/ArticleACC/2556/Pasu/BangkokBiznews/B2901131

Big Data หรือ อภิมหาข้อมูล หรือ ข้อมูลที่มากมายมหาศาล” ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจากในปัจจุบันด้วยพัฒนาการของเทคโนโลยีและระบบต่างๆ ทำให้องค์กรมีการเก็บข้อมูลต่างๆ อย่างมากมายมหาศาลแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และองค์กรที่ให้ความสำคัญกับข้อมูลเหล่านี้ก็ย่อมรู้จักที่จะใช้หรืออภิมหาข้อมูลเหล่านี้มาใช้ในการตัดสินใจเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร ซึ่งมีงานวิจัยชี้ออกมาแล้วเหมือนกันครับว่าองค์กรที่ให้ความสำคัญกับข้อมูลในการตัดสินใจ หรือ เป็นลักษณะ Data-Driven นั้นจะมีผลการดำเนินงานที่ดีกว่าองค์กรที่ไม่ได้ให้ความสำคัญแก่ข้อมูล

ดูเพิ่ม Big data, From Wikipedia, the free encyclopedia, https://en.wikipedia.org/wiki/Big_data

& Big Data คือ สำคัญอย่างไรในยุคปัจจุบัน ?, Terebinth Cloud ERP, 15 มกราคม 2562,

https://www.tereb.in.th/erp/big-data-คือ/   

& Big Data คืออะไร อยู่ในชีวิตประจำวันของเราตอนไหน ใช้ประโยชน์อะไรได้?,

By Phatphicha Lerksirinukul, 12 มีนาคม 2562,

https://www.salika.co/2019/03/12/big-data-introduction/

‘Big Data’ คือ ข้อมูลที่มีขนาดใหญ่มาก มีทั้งที่เป็นข้อมูลที่มีโครงสร้างชัดเจน (Structured Data) ข้อมูลกึ่งมีโครงสร้าง (Semi-Structured Data) และไม่มีโครงสร้าง (Unstructured Data) โดยข้อมูลจะมีความซับซ้อนและต้องการซอฟต์แวร์ที่รองรับการจัดการหรือการวิเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อการประมวลผลและนำไปใช้ประโยชน์ได้แบบเรียลไทม์

Big Data มีคุณลักษณะสำคัญอยู่ 4 อย่างคือ ต้องเป็นข้อมูลที่มีจำนวนมากขนาดมหาศาล (Volume) มีความซับซ้อนหลากหลาย (Variety) มักจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอยู่ตลอดเวลา (Velocity) และยังไม่สามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลที่สมบูรณ์เพื่อนำมาใช้ในการประกอบการพิจารณาได้ (Veracity)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Local Administration



ความเห็น (0)