สวัสดี คณาจารย์ และเพื่อนๆ สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม รวมทั้งผู้อ่านทุกท่าน ดิฉัน นางสาว กัลยานี กำพันธ์ นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพการพัฒนาชุมชน หน่วยฝึกที่4 สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลทรงคนอง วันนี้จะมารายงานความก้าวหน้าของวัน อังคาร ที่ 26 กรกฏาคม 2562 โดยมีรายละเอียดดังนี้
วันนี้ดิฉันตื่น 7โมง อาบน้ำแต่งตัว ออกจากบ้าน8.00 น ไปบ้านเพื่อนเพื่อรอเพื่อนที่จะไปพร้อมกัน ถึงบ้านเพื่อน8.20 และออกเดินทางไปยัง อบต. เพื่อไปเซ็นชื่อ เริ่มงานตอน 9 โมงนะคะที่เตือนฉันให้ไปที่วัดเลยเพราะว่าฝึกอบรมแปรรูปอาหารจากนักศึกษาราชภัฏนครปฐมนะคะวันนี้ทำเยลลี่กัมมี่จาก ส้มเปลือกขาวของส้มโอแช่อิ่มเปลือกส้มโอลองชิมแล้วมันก็เวิร์คถ้าคนชอบมันก็อร่อยแต่นี่ไม่ค่อยชอบไม่ค่อยชอบกินเยลลี่ก็เลยรู้สึกว่าเฉยๆ แต่ว่าคนทำเขาเก่งเพราะว่ามันกินไม่ได้ก็ทำให้กินได้ขั้นตอนมันยุ่งยากมากยืนยันว่าเหมือนน้ำหม่อนซื้อกินดีกว่าง่ายกว่าเยอะก็เริ่มทำใช้เวลาเกือบเที่ยงเสร็จกับที่ยังพอแค่ล่างน้ำก็นานแล้วตั้ง 6-7 ครั้งน้ำเปล่า น้ำเปล่า 7 ครั้งล้างน้ำเกลือ 2 ครั้งล้างน้ำปูนใส 1 ครั้งต้องขยันอ่ะถ้าจะทำกินเองมันต้องขย้ำด้วยอะไรนะเขายังไงน้ำมันอะไรนั่นแหละมันจะได้ออกมันจะได้ไม่ขมไปช่วยเขาทำมาบีบซะปวดนิ้วเลย แล้วก็เสร็จก็ต้องเอาไปต้มต้มเสร็จแล้วก็ต้องเอามาล้างน้ำที่จะเอาน้ำต้มออก ก็เอาไปเชื่อเชื่อมก็ต้องไฟอ่อนแทบไม่เดือดเลยให้มันระเหยด้วยตัวเองเกือบชั่วโมง ยืนเฝ้าเกือบชั่วโมง พอได้แล้วมันจะใสๆน้ำใจงดงวดนี้เหนียว แล้วก็เสร็จจะส่งก็ไปทำเยลลี่มีอะไรบ้าง เจลาตินจำไม่ได้มีอะไรดีกว่าจะเสร็จก็ ซื้อกินดีกว่า ซื้อกินดีกว่า เดี๋ยวมีสูตรด้วยเขาแจกสูตรมาแต่ว่าจะกินอะไรดีสุดๆดูสตรูกว่า
เปลือกส้มโอแช่อิ่มอบแห้ง (เพื่อสุขภาพ)
วัตถุดิบ
1. ส้มโอพันธุ์ทองดี 500 กรัม
2. น้ำตาลทรายมิตรผล 1 กิโลกรัม
3. เกลือเสริมไอโอดีน 1 ถุง
4.ปูนแดง 1 ถุง
5. น้ำดื่มกรัม 2000 มิลลิลิตร
อุปกรณ์.
1.กระทะทองเหลือง 1 ใบ
2. พายไม้ 1 ด้าม
3. เหยือกน้ำงม่ 1 อัน
4. จานชาม 4 ใบ
5. ช้อน 2 คัน
6. ทัพพี 2 ด้าม
7. หม้อ 2 ใบ
8. กะละมังเล็ก 2 ใบ
9. กะละมังใหญ่ 2 ใบ
10. มีด 2 เล่ม
11. เขียง 2 อัน
12. เทอร์โมมิเตอร์ 1 อัน
13. ตราชั่ง 1 เครื่อง
วิธีการทำ
1. นำส้มโอมาปอกเปลือกโดยจะปอกเลือกส่วนเขียวออกให้หมดให้เหลือแต่ส่วนขาว
2. นำเปลือกส้มโอส่วนขาวมาหันเป็นลูกเต๋เป็นชิ้นเล็ก ๆ
3. นำไปล้างทำความสะอาดด้วย น้ำเปล่าพร้อมนวดทั้งหมด 6 ครั้งเพื่อลดความขม (สารกลุ่ม flavonoids) หลังจากนั้นนำล้างด้วยน้ำเกลืออีก 2 ครั้งแล้วล้างนวดน้ำออก
4. ลำดับต่อมานำเปลือกส้มโอมาแช่น้ำปูนใสอีก 2 ชั่วโมงแล้วล้างนวด น้ำออกจากนั้นนำไปล้างนวดน้ำเปล่า 2 ครั้ง
5. นำไปต้มที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 20 นาทีหลักจากต้มเสร็จแล้วนำมานวดล้างด้วยน้ำเปล่าทันที 2 ครั้งบีบน้ำออกให้แห้งแล้วนำไปเชื่อม
6. การแช่อิ่มเปลือกส้มโอโดยใช้น้ำตาลทรายชั่งน้ำ 2000 ml ใส่ลงในกระทะทองเหลืองตั้งไฟปานกลางเติมน้ำตาลทราย 1 กิโลกรัมคนให้ละลายมีวัดความหวานเริ่มต้น 30” Brix แล้วใส่ส้มโอ 500 กรัม
7. ต้มจนเดือดคนเป็นระยะจากนั้นเบาไฟและเคี้ยวจนน้ำงวดเป็นเวลา 45 นาทีแล้วปิดไฟแล้ววัดความ | หวานให้ได้ 70-80 Brix
8. นำไปอบแห้งที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 2 ชั่วโมง
การทำกัมมี่เยลลี่เปลือกส้มโอแช่อิ่มอบแห้ง
วัตถุดิบ
1.น้ำตาลทราย 600 กรัม
2. กลูโคสไซรัป 400 กรัม
3. เจลลาติน 100 กรัม
4. น้ำ 375 กรัม
วิธีการ
1. เตรียมแป้นพิมพ์โดยนำแป้งมันสำปะหลังมาเทลงในถาดความสูงของชั้นแป้งประมาณ 1 นิ้วปรับผิวหน้าให้เรียบน้ำแบบพิมพ์มากดให้เป็นหลุมเพื่อใช้หยอดเนื้อเยลลี่
2. เตรียมส่วนผสมชุดที่ 1 ดังต่อไปนี้
เจลลาตินน้ำ 100 กรัม
น้ำ 200 กรัม
นำเจลลาตินเทลงในน้ำแล้วตั้งทิ้งไว้ 1 ชั่วโมงพอครบเวลาให้นำไปตั้งไฟอ่อน ๆ จนเจลลาติลละลายเป็นของเหลวใสพยายามอย่าให้เจลลาตินเกิดฟอง
3. เตรียมส่วนผสมชุดที่ 2 ดังต่อไปนี้
น้ำตาลทราย 600 กรัม
กลูโครสไซรัป 400 กรัม
น้ำ 175 กรัม
ผสมวัตถุดิบทั้งหมดลงในหม้อต้มคนตลอดเวลาจนกระทั้งกลายเป็นของเหลวใส (อย่าใช้ไฟแดงเทส่วนผสมชุดที่ 1 ซึ่งปาดฟองที่ผิวหน้าออกแล้วผสมกับส่วนผสมชุดที่ 2 คนให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียวกัน
4. ยกลงจากเตานำไปหยอดลงในแป้นพิมพ์แป้งที่เตรียมไว้ทิ้งไว้ 1-2 วันที่อุณหภูมิห้องหรือกว่าจึงแยกเยลลี่ออกจากพิมพ์นำมาปัดแป้งออกให้เกลี่ยง
ประโยชน์ของส้มโอ
1รับประทานส้มโอช่วยขับสารพิษในร่างกายได้ (ผล)
2มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง (ผล)
3ในตำราจีนเปลือกส้มโอใช้เป็นยาแก้ธาตุไม่ปกติ ช่วยแก้อาการไอ ผสมในยาหอมกินแล้วทำให้สดชื่น (เปลือก)
4ในตำราคาไทย เปลือกส้มโอจัดอยู่ในเปลือกส้มทั้ง 8 ประการ ซึ่งประกอบไปด้วย เปลือกส้มโอ เปลือกส้มเขียวหวาน เปลือกส้มจีน เปลือกส้มซ่า เปลือกส้มตรังกานู เปลือกมะนาว เปลือกมะกรูด เปลือกมะงั่น ซึ่งมีสรรพคุณแก้ลม (ระบบไหลเวียนโลหิต) แก้เสมหะ และใช้ปรุงเป็นยาหอม (เปลือก)
5มีความเชื่อว่าสตรีที่ยังไม่ได้แต่งงานจะนำส้มโอมาทาหน้า เพราะเชื่อว่าจะช่วยทำให้ผิวพรรณผุดผ่อง สดใส (ผล)
6เชื่อว่าการรับประทานส้มโอจะช่วยทำให้ตาสดใสและเป็นประกาย (ผล)
7ช่วยให้เจริญอาหาร เหมาะอย่างมากสำหรับผู้ที่เบื่ออาหาร ปากไม่รู้รสอาหาร (ผล)
8ส้มโอมีวิตามินซีสูง จึงช่วยป้องกันและรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน (ผล)
9ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ ด้วยการนำใบมาตำแล้วพอกบริเวณศีรษะ (ใบ)
10ช่วยแก้อาการเมาสุรา (ผล)



รูปภาพตอนเข้าอบรมการผลิตแปรรูปอาหารที่วัดทรงคะนองค่ะ