"ผอ.ไม่ได้รู้ทุกเรื่อง แต่มีหน้าที่สร้างครูให้เป็นผู้นำทางวิชาการ ผอ.ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงว่าครูสมัยนี้เขาเก่งและทันสมัย จงเปิดโอกาสให้ครูได้แสดงออก"

                    โรงเรียนขนาดเล็ก ไม่มีระเบียบบริหารการจัดการที่ตายตัว ไม่มีกฎเกณฑ์กติกาให้ต้องกังวลสงสัย เพราะถึงอย่างไร?เป้าหมายปลายทางก็คือ..คุณภาพ..เชื่อผม

            เพราะผมทำมาแล้ว..ด้วยการปรับวิธีการทำงานทุกปี..ที่สุดแล้วผลสัมฤทธิ์ก็ดีขึ้น ภาพรวมก็ดีขึ้น..ผมมิได้มีเจตนาโฆษณาชวนเชื่อ แต่ต้องการมาบอกกล่าวให้ท่านที่สนใจ...ลองทำดูเผื่อว่า..จะหนักเป็นเบา

                จากที่เคยประชุมกลุ่มใหญ่ ก็ลองออกแบบการประชุมกลุ่มย่อย เคย PLC เต็มรูปแบบ ก็ลองหลุดกรอบมาPLC แบบง่ายๆ สไตล์ที่สอดคล้องกับโรงเรียน..

                สุดท้ายการจัดการที่ได้ผล..จะช่วยสร้างความมั่นใจในการทำงาน สร้างขวัญกำลังใจ ให้รู้รักสามัคคี ถ้าตอบโจทย์ได้ทุกเรื่อง จะกลายเป็นวิธีปฏิบัติที่ดีในที่สุด

                เมื่อก่อน..ผมตั้งใจจะประชุมครูเดือนละ ๑ ครั้ง เป็นประธานหัวโต๊ะ พูดมันทุกเรื่อง ครูก็นั่งฟัง..ครูจะมีโอกาสได้พูดก็ต่อเมื่อถึงวาระเพื่อพิจารณา..

                การประชุมดังกล่าว เป็นการประชุมทั่วไป..จะเน้นที่วิชาการอย่างเดียวก็คงไม่ได้ ทั้งที่งาน”วิชาการ”คือหัวใจของทุกสิ่งทุกอย่าง

                วันนี้..จะสร้างมิติใหม่..ให้ครูคุยกันเองเลย ในรอบเกือบ ๑ เดือนที่ผ่านมา ใครไปอบรมสัมมนาเรื่องอะไร? นำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ..

                ครูอบรมคณิตศาสตร์พร้อมที่จะถ่ายทอด ครูที่อบรมวิทยาศาสตร์ก็พร้อมเช่นเดียวกัน รวมทั้งครูที่อบรมสัมมนาDLTV..มีเรื่องราวดีๆจะเล่าให้ฟัง..

                ผอ.ไม่จำเป็นต้องนั่งเป็นประธานในที่ประชุมของครู การนั่งหัวโต๊ะ แล้วไม่ได้ช่วยให้ที่ประชุมแสดงความคิดเห็น..ก็ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อันใด

                ครูที่ผ่านการอบรมสัมมนา เขาจะรู้ทุกเรื่องและพูดได้เต็มปาก และการพูดจากภาษาครู(น้อย)ด้วยกัน จะเป็นที่รู้เรื่องและเข้าใจง่ายมาก..ผมเชื่ออย่างนั้น..

                ผอ.ไม่ได้รู้ทุกเรื่อง แต่มีหน้าที่สร้างครูให้เป็นผู้นำทางวิชาการ ผอ.ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงว่าครูสมัยนี้เขาเก่งและทันสมัย จงเปิดโอกาสให้ครูแสดงออก

                ผมสังเกตพบว่า..ในที่ประชุมกลุ่มย่อย..ครูจบปริญญาโทด้านบริหารถึง ๓ คน..นั่นหมายถึงเขาจะต้องเติบโตได้อีกในวันข้างหน้า โดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเพื่อไปต่อ

                ประสบการณ์ในเวทีความคิดเช่นนี้ สักวันหนึ่งจะช่วยให้ครูย้ายออกจากโรงเรียนเล็กอย่างสง่างาม /พร้อมที่จะทำวิทยฐานะ/ และพร้อมที่จะเรียนต่อปริญญาเอก

                ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนก็คือ..ได้รองรับการนิเทศติดตามของเขตฯ ทุกคนจะรู้และเข้าใจว่าต้องเตรียมอะไรอย่างไร? เป็นไปในแนวทางเดียวกัน..

                หรือถ้าเขตไม่ติดตาม..ประโยชน์ก็เกิดกับโรงเรียน ห้องเรียนและนักเรียนอย่างแน่นอน..ดังนั้น..ผมจะไม่ปล่อยให้การไปอบรมสัมมนาของครูหลายครั้งและหลายวันต้องสูญเปล่า..

                จงเชื่อมั่นในบทบาทของครู..แล้วการนิเทศงาน..จะง่ายและเป็นระบบมากขึ้น หมดเวลาแล้วจริงๆ..ที่ผู้บริหาร..จะห่วงใยและใส่ใจไปซะทุกเรื่อง..ผมลองทำดู..ครับ

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๓๐  กรกฎาคม  ๒๕๖๒