สวัสดีค่ะดิฉัน นางสาวรัตตะวัน พุ่มสวาท นักศึกษาสาขาการพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม หน่วยฝึกที่ 4 องค์การบริหารส่วนตำบลทรงคะนอง ก็จะมาเล่าถึงการเริ่มฝึกงานในวันที่สี่ให้ฟังกันค่ะ โดยมีเนื้อหา ดังนี้

วันนี้ก็เป็นวันที่ 4 แล้วที่มาทำงานที่อบต.ทรงคะนอง โดยวันนี้หนูก็เริ่มวันโดยการตื่นมาประมาณ 07.00 เพราะลืมตั้งนาฬิกาปลุก พอตื่นมาเลยรีบอาบน้ำแต่งตัวแล้ววันนี้พ่อก็ขี่รถไปส่ง  ก่อนไปทำงานก็ได้แวะไปซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งเป็นมื้อเช้าให้ตัวเอง และก็เพื่อนๆที่ฝากซื้อจากนั้นระหว่างที่พ่อขี่ไปส่งที่อบต.ระหว่างทางก็เลยจัดการกินข้าวเหนียวหมูปิ้งที่พึ่งซื้อมาจนหมดเกลี้ยง พอถึงที่อบต.แล้วก็เดินไปเซ็นชื่อเข้างานแล้วก็ไปนั่งกันอยู่ที่โต๊ะทำงานของพวกเราเพื่อนั่งคุยกันเรื่องงานเก็บข้อมูลที่อาจารย์จะลงมาปฐมนิเทศแล้วก็การเก็บข้อมูลชุมชน จากนั้นก็มานั่งดูข้อมูลว่าขาดข้อมูลตรงไหนบ้างเพื่อที่จะประสานงานกับพวกพี่ๆในการหาข้อมูลเพิ่มเติม และวันนี้พี่เลี้ยงก็ได้เข้ามาหาตอนเช้าเพื่อมอบหมายงานให้เราทำนั่นก็คือการบันทึกข้อความที่เราได้ลงปฏิบัติหน้าที่ตรวจเยี่ยมผู้ป่วยในพื้นที่โดยเข้ามาตอนที่เกือบจะลุกไปกินข้าวกันแล้ว เกือบไม่ได้งานทำแล้วจริงๆ จากนั้นพี่เลี้ยงก็ได้สอนให้เราทำบันทึกข้อความในรูปแบบของข้าราชการจริงๆเอาตัวอย่างมาให้อธิบายให้ทำเราเราก็ได้ความรู้ใหม่ว่าหนังสือบันทึกข้อความราชการเป็นยังไง แล้วก็มีงงๆบ้างในบางช่วงบางตอนเพราะว่าไม่เคยทำแต่ก็พอเข้าใจแล้วบ้างบางส่วน ส่วนๆที่ไม่เข้าใจก็ได้ถามพี่เลี้ยงบ้าง พี่ๆในอบต.บ้าง และก็อาจารย์ประจำกลุ่ม ตอจากนั้นเราก็ไปขอข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค บอกเลยว่าตอนนั้นพวกเรางงมากว่าต้องเอาของหน่วยงานราชการทั้งหมดหรือเปล่าเราเลยตัดสินใจ LINE ไปหาอาจารย์ว่าเราต้องหาข้อมูลของหน่วยงานราชการทั้งหมดเลยไหมตรงข้อนี้ในการบอกว่าไม่ใช่ให้เราเลือกหมู่บ้านที่เราจะทำงานแล้วก็หาข้อมูลของหมู่บ้านนั้นมา

พอประมาณ 14:00 น. เราก็กลับเข้าไปในที่ทำงานเพื่อไปนั่งพิมพ์เอกสารต่อเนื่อง และมีการปรึกษาหารือกันว่าสรุปในแต่ละเคสที่เราไปลงเคสไหนที่ควรจะได้การช่วยเหลือบ้าง ก็มีเคสพี่โจ้ที่บอกมาว่าอยากจะออกไปวาดรูปข้างนอกบ้าง ซึ่งในตอนแรกพวกเราคิดว่ามันพอทำได้หากไม่คำนึงถึงความปลอดภัย แต่ถ้าเราลองคิดให้มันลึกและลงรายละเอียดเข้าไปก็คือตอนที่เราไปเยี่ยมพี่เขาในวันแรก ตอนที่พี่หมอให้พวกเราช่วยจับตัวพี่เขาลุกขึ้นมานั่ง ตอนนั้นเขาบอกว่าต้องทำค่อยๆเพราะพี่หัวใจพี่เขามันเปราะบางมาก จะตอนขยับร่างกายพี่เขาให้ช้าอย่าเร็วเพราะจะมีผลกระทบต่อพี่เขา และตอนที่หนูช่วยจับพี่เขาก็รู้ได้เลยว่าพี่เขาพยายามพิสูจน์ให้เราเห็นว่าพี่เขานั่งได้นานนะ จากจะพาไปวาดรูปก็สามารถทำได้ แต่ในความคิดหนูคือตอนจับตัวพี่เขาสั่นมาก และก็พยายามที่จะฝืนตั้งคอยกหัว ซึ่งพอมาคิดถึงเรื่องร่างกายของพี่เขาแล้ว การที่จะพาพี่เขาออกไปข้างนอกนั้นก็มีความเสี่ยงอยู่มาก เพราะหากเราพาพี่เขาออกมาแล้วพี่เขาเป็นอะไรไปความผิดก็คือพวกที่พาไป ก็เลยนั่งคิดกันไปมาจนเวลาประมาณ 16:30 น. พวกเราก็กลับบ้านโดยใช้เส้นทางเดิม และถึงบ้านอย่างปลอดภัย ก็จบไปกับการฝึกงานในวันที่สี่ของพวกเรา ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านกันนะค่ะ^^