กรุงเพทฯ---พรรคเพื่อไทยที่เป็นพรรคตรงกันข้ามกับทหารได้คะแนนสูงที่สุดในการเลือกตั้งครั้งแรก ตั้งแต่การยึดอำนาจปี 2014 แต่ถึงแม้ว่าจะมีพันธมิตรที่เป็นกลุ่มประชาธิปไตยจำนวนมาก แต่ไม่มีความสามารถในการสร้างรัฐบาล เนื่องด้วยทหารกำกับกฎเกณฑ์ทั้งหลาย

ไม่มีพรรคใดได้ครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร จากการประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธที่ผ่าน ซึ่งหมายความว่าการเลือกตั้งนายกฯเป็นการต่อรองอย่างยืดเยื้อ แต่หัวหน้าของทหาร และเป็นผู้นำในการรัฐประหารเมื่อปี 2014 ชื่อประยุทธ์ จันทร์โอชา มีแนวโน้มที่จะมีอำนาจในฐานะนายกฯต่อไป

Pavin Chachavalpongpun ผู้ช่วยศาสตราจารย์ที่สอนวิชารัฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยเกียวโตกล่าวว่า “นี่เป็นสิ่งที่การเลือกตั้งถูกคำนวณมาให้เป็นแบบนั้น” “การเลือกตั้งถูกออกแบบมาให้การดำรงอยุ่ของทหารยังมีอยู่ต่อไป”

ทหาร ที่เขียนรัฐธรรมนูญปี 2017 ได้ออกแบบโครงสร้างของรัฐบาลต่อไป ได้เขียนให้มีการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิจำนวน 250 คน เป็นหลักประกัน ก่อนมีการโหวตกับสมาชิกสภาผู้แทน

แต่พรรคฝ่ายประชาธิปไตยตั้งคำถามในกรณีที่กฎเกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะมีการนับเสียงให้กับพรรคเล็กๆด้วย

พรรคเพื่อไทยได้ 136 เสียง พรรคที่สนับสนุนทหารได้ 115 อีกพรรคหนึ่งคืออนาคตใหม่ได้ 80 เสียง

พรรคที่อยู่ฝ่ายประชาธิปไตยกล่าวว่าในการเปิดผลครั้งแรก พวกเขาได้ 255 เสียง แต่เมื่อประกาศผลอย่างเป็นทางการ ก็ปรากฏว่าพวกเขาได้ 245 เสียง ซึ่งไม่ได้เสียงข้างมาก

สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสมาชิก ร่วมกันเลือกนายกฯ และพรรคทหารต้องการแค่เพียง 376 เสียงเท่านั้นจึงได้ตำแหน่งนายกฯ

อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เขามีความมั่นใจที่รัฐบาลผสมสามารถจัดตั้งได้

เขาพูดว่า “เราจะร่วมมือกับพรรคอื่นๆ ที่มีอุดมการณ์เดียวกับ และสนใจที่จะสร้างรัฐบาลร่วมกัน”

ผลการเลือกตั้งต้องใช้เวลาถึง 6 สัปดาห์ ที่มีการจัดระเบียบให้ช้าลง และความผิดปกติหลายประการ ส่วนแบ่งเสียงอีก 150 เสียง เกิดมาจากการเลือกพรรคที่เราชื่นชอบ ที่เรียกว่า Party list เป็นเรื่องที่ถกเถียงกัน กกต. ดูเหมือนไม่แน่ใจในการคำนวณสัดส่วน บอกกับนักข่าวในการประชุมสื่อมวลชนว่า เขาจะทำมันด้วยตัวเอง

กกต. เพิ่งเปิดเผยคะแนนทั้งหมดในทุกพรรค แต่มีการเปิดเผยว่าส่วนแบ่งในประเภท Party list จะเริ่มเอาตั้งแต่ 30,000- 70,000

หัวหน้ากกต. ชื่อ สมชัย แสวงการ กล่าวว่าโควตาก่อนหน้านี้เป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน เพราะจำเป็นต้องให้แก่พรรคเล็กๆด้วย เขากล่าวว่า “ศาลรัฐธรรมนูญของประเทศไทยประกาศว่าการคำนวณหา Party list เป็นสิทธิของตนเอง

พรรคที่เกี่ยวข้องกับทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเคยเป็นนายกฯตั้งแต่ 2001-2006 และน้องสาว ชื่อยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯตั้งแต่ปี 2011-2014 ที่เป็นปีที่ทหารยึดอำนาจ ก็เป็นพลังหลักอันยิ่งใหญ่ในประเทศไทย ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะถูกกล่าวหาด้วยการคอรัปชั่น และตอนนี้ไม่อยู่ในประเทศ

พรรคเพื่อไทยเป็นร่างสุดท้ายของทักษิณ ที่เอาชนะในการเลือกตั้งตั้งแต่ปี 2001 รัฐธรรมนูญใหม่วัดอำนาจของเพื่อไทย โดยการที่แบ่งเสียงให้กับพรรคที่มีขนาดเล็ก พันธมิตรของทักษิณ ได้สร้างพรรคใหม่ ที่เรียกว่า ไทยรักษาชาติ แต่ถูกยูบเพราะว่าได้เสนอพี่สาวของกษัตริย์เป็นนายกฯรัฐมนตรี

ปีนี้พรรคประชาธิปไตยที่ทรงอำนาจเกิดขึ้น ชื่อพรรคอนาคตใหม่ ที่ดึงดูดนักเลือกตั้งในวัยเยาว์ ด้วยการให้สิ่งต่างๆทางการเมืองแก่เยาวชน เมื่อเดือนที่แล้ว เจ้าหน้าที่ได้ทบทวนกรณีที่เกิดขึ้นถึง 4 ปี เพราะธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้ช่วยเหลือผู้ประท้วงจากการจับกุม

ผู้แทนของอนาคตใหม่พูดว่าพรรคจะเสียง Party-list ไปเจ็ดคน เพราะกกต. นำไปให้กับพรรคเล็กๆ

ปิยะบุตร แสงกนกกุล ที่ทำหน้าที่เลขา กล่าวว่า “จำนวนที่เลือกพรรคอนาคตใหม่ทั่วประเทศ ที่ถูกทิ้งไปจำนวนเกือบถึง 600,000 คน” “และเมื่อเรารวมคะแนนเสียงจากทุกพรรคที่ถูกทิ้งน้ำ จำนวนอยู่ที่ประมาณ 1,500, 000 คน”

ในรายงานของ Forsea เมื่อวันพฤหัสบดี นาย Chachavalpongpun แห่งมหาวิทยาลัยเกียวโต ได้บรรยายถึงกรณีของการฉ้อโกงในการเลือกตั้ง และความผิดแปลกต่างๆ เช่น การนับคะแนนผิด, เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลที่สนับสนุนพรรคทหารจนเอียงข้าง, การกล่าวหาเรื่องการซื้อเสียง, การสวมสิทธิ

เขากล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงในเรื่อง Party list คือการให้ประโยชน์แก่ทหารโดยแท้

เขาพูดว่า “ระดับที่พวกเขาบิดเบือนกฎเกณฑ์ และมีอิทธิพลต่อกกต. ในการคำนวณสูตร ฉันพบว่ามันจะก่อให้เกิดความไม่สบายกายและใจแน่ๆ”

แปลและเรียบเรียงข้อมูลจาก

Muktita Suhartono and Austin Ramzy. Thailand Election Results Signal Military’s Continue Grip on Power.

https://www.nytimes.com/2019/05/09/world/asia/thailand-election-results.html