นาย กับ ลูกน้อง เป็นปฏิสัมพันธ์ในการทำงานของทุกองค์กร
การทำงานของผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่สามารถเลือกได้ว่านายของตนจะเป็นผู้ใด เพราะเปลี่ยนแปลงไปตามระบบการบริหารงาน
สิ่งที่ลูกน้อง ถือ ปฏิบัติ คือ ความภักดีกับองค์กร และไม่เลือกปฏิบัติต่อนายทุกคน (กบเลือกนายใช้ไม่ได้ในความเป็นจริง)
ผู้ใต้บังคับบัญชา..คือ มนุษย์ สิ่งมีชีวิต จิตใจ เช่นเดียวกับ ผู้บังคับบัญชา แตกต่างตรงความสามารถที่ด้อยกว่า และไม่มีอำนาจในมือ
**พลังแห่งการทำงานของผู้น้อย (กำลังใจมาจากเจ้านาย)
เจ้านายดี (นายไม่ต้องดีเลอค่า เพราะนายก็เป็นคน) แต่สิ่งที่นายควรมีคือ ความเห็นใจในความเป็นมนุษย์ เห็นคุณค่าของทรัพยากรบุคคล การรักษาใจคนให้ภักดีกับองค์กร อาจเป็นเรื่องยาก แต่สำหรับนายบางคน เขาก็ทำได้ เพราะเขามองการทำงานที่มาจากความสุขของคนในองค์กรมากกว่าการออกคำสั่ง เพื่อให้ได้ผลงานตัวเอง..
**ความชื่นใจของลูกน้อง
รอยยิ้มที่จริงใจ และคำทักทายดีๆ ความเห็นอกเห็นใจในสารทุกข์สุขดิบของชีวิต แค่นี้ลูกน้องก็ชื่นใจแล้ว
**ในทางกลับกัน จะกล่าวถึง นาย "ตาบอด"
นายตาบอด ผู้ซึ่งมีดวงตาปกติ แต่หากดวงตาปกตินี้ ไม่เคยมองเห็นคุณความดีของคนอื่นเลย เพ่งเล็งแต่ข้อผิดพลาด และตำหนิการทำงานของผู้ใต้บังคับบัญชา (เพื่อ) เขามีดวงตาเป็นปกติ แต่จิตใจเขามืดบอดสนิท ด้วยเห็นความสว่างแต่คุณงามของดีของตนเท่านั้น
เมื่อมีอำนาจ ในมือ จากคนปกติก็จะกลายเป็นกลุ่มคนพิเศษในสังคม เป็นที่ยอมรับในความสามารถ อำนาจความหลงและโลภในรูป รส กลิ่นเสียง ก็จะบังเกิดไม่มีที่สิ้นสุด
แต่อย่าลืมว่า ทุกอย่างไม่เที่ยง หากการใช้อำนาจนั้น มันได้ทำลายความรู้สึกของใครไว้ เมื่ออำนาจนี้หมดไปตามสัจธรรม ผู้ที่ถูกทำลายนั้นก็จะกลับมาเอาคืน เป็นวัฎจักรแห่งกรรม หากเขาให้อภัยก็ดวงดีไปนะนาย
นาย ที่ปราศจาก คุณธรรม ในการบริหารงาน เมื่อสิ้นความเป็นนาย ก็ไร้มิตรที่จริงใจ "กรรม คือ ผลการกระทำ " ทำอะไรไว้ก็ได้อย่างนั้น
ปิดท้าย...ชีวิตผู้ใต้บังคับบัญชา
นายใจสว่าง มีคุณธรรมในการบริหารงาน เป็นพลังให้ลูกน้องทำงานอย่างมีความสุข นำไปสู่ความยั่งยืนขององค์กรแห่งความสุข
น้อยคนที่นายจะสำนึกชอบ เมื่อมีอำนาจอยู่ในมือ