
ความเป็นมา
มนุษย์มีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาความสามารถให้สูงขึ้น การพัฒนาความสามารถที่สูงขึ้นทำได้ด้วยการฝึกที่ถูกต้อง ความสามารถไม่ได้มาจากความคิดหรือทฤษฎี แต่มาจากการฝึกซ้อมที่ถูกต้อง ในการฝึกซ้อมนั้น ต้องได้รับการฝึกที่ดีและถูกต้อง ไม่ต้องรีบร้อนแต่ไม่หยุดการฝึก ซ้อมอย่างสม่ำเสมอ การฝึกซ้อมที่ผิด ๆ จะพัฒนาความสามารถที่ผิด ๆ ด้วย ความลับของการฝึกซ้อมก็คือการทำซ้ำ ฝึกซ้ำแล้วซ้ำอีก จนดูเป็นเรื่องที่ง่ายและเป็นธรรมชาติ ธรรมชาติคือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ฝึกซ้อมจนเป็นธรรมชาติและธรรมชาติคือชีวิตวิธีการสอนดนตรีของซูซูกิไม่ได้เป็นเพียงการสอนดนตรีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เขายังได้ประยุกต์ใช้จิตวิทยาในการสอนอย่างดียิ่งเข้าไปด้วย ในปี ค.ศ. 1933 เขาได้เสนอแนวการสอนไว้ว่า เด็กไม่ว่าชาติใดภาษาใดสามารถพูดภาษาประจำชาติของตนเองได้ธรรมชาติ สามารถจดจำคำต่าง ๆ ได้มากว่า 4,000 คำภายในอายุเพียงห้าขวบ โดยไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรมากและไม่ต้องสอนสั่งอย่างเป็นระบบเช่นใน โรงเรียน นั่นแสดงถึงความสามารถความอัจฉริยะของเด็กทุกคนที่สามารถเรียนรู้ภาษาประจำ ชาติตนหรือภาษาแม่ (Mother tongue) ได้ (ประพันธ์ศักดิ์ พุ่มอินทร์: ออนไลน์)
สุกรี เจริญสุข (2541: 13-17 อ้างถึงใน ประพันธ์ศักดิ์ พุ่มอินทร์: ออนไลน์ ) กล่าวว่า ชึนอิชิ ซูซูกิ เชื่อว่าความสามารถที่เรียกว่า “เก่งหรืออัจฉริยะ” ไม่ได้มีติดตัวมาแต่กำเนิด ทุกคนเกิดมามีทุกสิ่งทุกอย่างเท่ากันหมด คือ “ไม่มีอะไร” ต้องอาศัยการเรียนรู้ การเลี้ยงดู อบรมบ่มสอนและการพัฒนาเพื่อให้เด็กเป็นอย่างที่พ่อแม่ต้องการ การเรียนรู้ของเด็กเหมือนกับการเรียนรู้ภาษาจากแม่ กระบวนการสอนของซูซูกิ ตั้งชื่อว่า “การศึกษาของคนเก่ง” (Talent Education) ซูซูกิเชื่อว่า เด็กทุกคนสามารถเรียนรู้และเป็นคนเก่งได้ แต่อย่าทอดทิ้งให้เด็กเติบโตอย่างยถากรรมโดยที่ไม่ได้อบรมเลี้ยงดูและต่อเนื่อง ดนตรีเป็นเรื่องของการได้ยิน การฟังเสียงเพี้ยน การตอบสนองการฟังย่อมเพี้ยนไปด้วยการได้ยินเสียงที่ถูกต้องการตอบสนองการได้ยินย่อมถูกต้องด้วย ดังนั้น การศึกษาของคนเก่ง มีหัวใจอยู่ดังนี้เราต้องศึกษาเพื่อที่จะพัฒนาความเก่งของเด็กผ่านการศึกษาอบรมสั่งสอน ความสามารถทางดนตรีก็เหมือนกับความสามารถทางด้านอื่น ๆ ที่ทุกคนสามารถเรียนได้เหมือนกัน
สถานการณ์ในปัจจุบัน
ปัจจุบันแนวทางการสอนดนตรีสำหรับเด็ก ของหลักสูตรดนตรี Suzuki Method (จินิโอ มิวสิค อคาเดมี ; ออนไลน์) มีหลักการใหญ่ๆ ดังนี้ คือ
- เด็กต้องได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเรียนการสอนดนตรี สิ่งแวดล้อมจะช่วยส่งเสริมให้เขามีพัฒนาการไปในทางที่ดี เราอยากให้เด็กเป็นอย่างไรเราต้องสร้างสิ่งแวดล้อมแบบนั้นขึ้นมา
- เด็กต้องได้เรียนรู้ตามธรรมชาติของแต่ละคน ซึ่งไม่มีพฤติกรรมที่แตกต่างกันเหมือนกัน
- การเรียนรู้และพัฒนาของผู้เรียนหรือเด็กในช่วงแรกจะช้า แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะสามารถเรียนรู้พร้อมกับพัฒนาทักษะทางด้านดนตรีได้อย่างรวดเร็ว
- การฝึกฝนที่เหมาะสมจะช่วยส่งเสริมและเป็นผลดีให้กับผู้เรียนหรือเด็ก
- ความสุขของเด็กในการเรียนรู้คือแรงผลักดันที่สำคัญให้เกิดความเปลี่ยนแปลงพัฒนาการ
- ความรักความเมตตาและความเอาใจใส่ของครูผู้สอน คือ หัวใจของกระบวนการเรียนรู้ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมา ที่จะส่งผลโดยตรงกับทักษะทางด้านดนตรีแก่ผู้เรียนหรือเด็ก
เอกสารอ้างอิง
ประพันธ์ศักดิ์ พุ่มอินทร์. ทฤษฏีการสอนดนตรี. จากเว็บไซต์
https://suppavit014.wordpress.com. สืบค้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2561.
วิทยา มานะวาณิชเจริญ. จิตวิทยาเด็ก-จากในครรภ์สู่ปฐมวัยตอนที่ 57 วัฒนธรรมตะวันออกกับตะวันตก(2).
จากเว็บไซต์ http://taamkru.com/th. สืบค้นเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2561.
ภูมรินทร์ ฝาชัยภูมิ และ คมกริช การินทร์. 2560.“ผลการเรียนรู้ของนักเรียนที่ใช้ชุดการฝึกกีตาร์
เบื้องต้นตามแนวคิดของซูซูกิในโรงเรียนดนตรีวรรณกานต์จังหวัดขอนแก่น” ในวารสารวิถีสังคมมนุษย์. ปีที่ 5 ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน. หน้า 249-271.
สุวรรณา ก้อนทอง. (2547). ผลการจัดกิจกรรมศิลปะประกอบเสียงดนตรีคลาสสิคที่มีต่อความคิดสร้างสรรค์
ของเด็กปฐมวัย. ปริญานิพนธ์ กศ.ม. (การศึกษาปฐมวัย). กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. คณะกรรมการควบคุม : อาจารย์ ดร. สุจินดา ขจรรุ่งศิลป์ , รองศาสตราจารย์ ดร. บุญเชิด ภิญโญอนันตพงษ์.
อรุณี โครตสมบัติ. (2559). ทักษะทางดนตรีพื้นฐานสำหรับครู. : ศูนย์บริการสื่อและสิ่งพิมพ์กราฟฟิคดีไซท์.
หน้า 61-62.
Genio Music Academy. หลักสูตร Suzuki Method. จากเว็บไซต์
http://www.geniomusicacademy.com/article_detail.php?id=2. สืบค้นเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2561