๘๒๐. เส้นทางวิ่ง...

การวิ่ง..เท่ากับได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง เป็นมุมมองของคนที่ “รักตัวเอง” จะรักสิ่งใดก็ตาม รักมากน้อยแค่ไหน จะรักงานรักองค์กร รักเพื่อนพ้องน้องพี่..แต่ถ้าไม่รักตัวเอง ทุกอย่างก็จบ คือ อาจจะไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องของการดูแลความรัก..

         ผมวิ่งเกือบทุกวัน ขยันเป็นพิเศษ ด้วยเหตุผลหลักๆ คืออยากอยู่รอดปลอดภัยไปจนถึงวันสุดท้ายของการรับราชการ ไม่อยากจากไปเพราะโรคภัยไข้เจ็บรุมเร้า..

    แล้วนึกหรือว่าจะรอด..ก็ไม่ได้มั่นใจขนาดนั้น แต่มันก็ช่วยผ่อนคลายรายวัน การวิ่ง..ก็เท่ากับว่าได้สร้างความเชื่อมั่นให้กายและใจแข็งแกร่ง เลือดลมสูบฉีดเพราะสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าไปด้วย

        ยิ่งอยู่นานก็ยิ่งรู้ว่างานครูไม่ธรรมดา ใช้สติและปัญญาคงไม่พอ กายและใจต้องไปด้วยกัน ต้องพร้อมสำหรับการอยู่รอด ไม่งั้นจะจอดไม่ต้องแจวแน่

        การวิ่ง..เท่ากับได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง เป็นมุมมองของคนที่ “รักตัวเอง” จะรักสิ่งใดก็ตาม รักมากน้อยแค่ไหน จะรักงานรักองค์กร รักเพื่อนพ้องน้องพี่..แต่ถ้าไม่รักตัวเอง ทุกอย่างก็จบ คือ อาจจะไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องของการดูแลความรัก..

        จึงมีคำเตือน..คนที่ไม่รักตัวเอง อย่าได้เหิมเกริมไปรักคนอื่นอย่างเด็ดขาด ใครเขาจะกล้าฝากความหวังและชีวิต..ไว้กับคนที่ไม่รักตัวเอง..ขีดเส้นใต้ไว้เลย..

        วันนี้ ผมออกวิ่งในช่วงเวลาที่ใกล้มืดค่ำ ระยะทางรอบสวนผลไม้ราว ๒ กิโลเมตร เป็นระยะที่พอเหมาะพอดี สมวัยและเวลาที่ผมมอบให้ในช่วงเย็น

        ใส่รองเท้าเสร็จสรรพ เจ้าหูตั้งมาคลอเคลียเอาอกเอาใจ เร่งให้ผมออกวิ่งโดยเร็ว เหมือนมันเริ่มจะติดใจในเส้นทางวิ่งของผม..

        แต่ก็แปลกใจมา ๒ – ๓ วันแล้ว ที่เห็นหูตั้งกระตือรือร้นที่จะวิ่งมากกว่าผมอีก วิ่งนำหน้าผมตลอด ทำให้นึกถึงเพลงของ “คุณหมู” พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ..

        “ชีวิตฉันมีแต่หมาพาไป จะเดินหนใดมีหมานำ ชีวิตฉันมีแต่หมานำ ฉันเดินก้าวตาม ตามหมาเดิน ชีวิตฉันแสนจะเพลิดเพลิน ฉันเดินมีหมานำทาง...”

        ใช่เลย..ผมไม่ได้วิ่งอย่างเดียว ผมทั้งเดินทั้งวิ่ง จะเรียกสั้นๆว่าเดินวิ่งก็ได้ ทำให้เหนื่อยกำลังพอดี มีจังหวะการหายใจสบายๆ ไม่ต้องกดดันตัวเองและก็ได้เหงื่อมากเหมือนกัน

        เส้นทางวิ่งของผม..ผ่านสุมทุมพุ่มไม้ที่หลากหลาย ช่วงไหนดูรกร้างผมก็จะวิ่ง พอถึงรั้วรอบขอบชิดติดแปลงผักผลไม้ ผมก็จะเดินชมไปเรื่อยๆ ความเพลิดเพลินทำให้ไม่รู้สึกเมื่อยแต่อย่างใด..

        หยุดยืนดูกิจการงานปลูกผักแบบกางมุ้งขนาดใหญ่มาก มีหลายโรงเรือน ปลูกผักหลายชนิดแบบที่ไม่ใช่ปลอดสารพิษเท่านั้น..คงไร้สารพิษกันเลยทีเดียว

        วิ่งเลยมาสักนิด ก็รู้สึกทึ่งกับความสามารถของนายทุนจากกรุงเทพฯ ที่มาใช้พื้นที่ในรีสอร์ทปลูกผักกลางแจ้ง..ระบบน้ำดีมาก แต่กว่าจะพลิกฟื้นผืนแปลงคงใช้เวลาเยอะมาก เพราะในบริเวณนี้ก้อนหินเยอะจริงๆ

        ผมเหมือนได้เดินวิ่งอยู่ในสวนสาธารณะ ต่างกันตรงที่ไม่มีคนร่วมวิ่งกับผม นอกจากเจ้าหูตั้ง เย็นย่ำค่ำแล้วไม่มีรถยนต์คันใดออกมาวิ่งให้เห็น ผมจึงวิ่งกลางถนนได้อย่างสบายใจ

        สองข้างทางนอกจากจะเป็นสวนผลไม้และไม้ดอกไม้ประดับ ตลอดจนอุโมงค์ต้นไม้ของบ้านในสวนหลังงามๆ ที่ปลูกในท่ามกลางดงไม้ ผมยังได้ยลโฉมต้นประดู่ต้นใหญ่แตกกิ่งก้านใบมากมายสองฝั่งถนน..

        วันนี้..ได้กลิ่นดอกสัตบรรณหอมรุนแรงแทงจมูกจนแทบจะจามออกมา บางคนไม่ชอบดอกสัตบรรณเพราะกลิ่นแรงเกิน เลยไม่ยอมปลูกไว้ข้างบ้าน แต่ผมรู้สึกเฉยๆ คิดว่าหูกระจงต่างหาก ที่ไม่ควรปลูกใกล้บ้าน

        เดินวิ่งสุดทางก่อนจะเลี้ยวกลับในเส้นทางวิ่งทางเดิม..ผมวิ่งกลับคนเดียวไม่มีเจ้าหูตั้งวิ่งกลับมาด้วย มันเลี้ยวเข้าบ้านสวนหลังหนึ่งแล้วเงียบหายไป..

        ผมวิ่งจวนจะถึงบ้านแล้ว หูตั้งก็ยังไม่วิ่งตามผมมา ผมเข้าใจได้ทันที มิน่าเล่าถึงอยากจะชวนผมออกไปวิ่งทุกเย็น มีแฟนสาวรออยู่ก็ไม่บอก ตามสบายเลยหูตั้ง ทางใครทางมัน...

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๕  พฤศจิกายน  ๒๕๖๑

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก

คำสำคัญ (Tags)#โรงเรียนขนาดเล็ก#ข้อคิดชีวิต#ีชีวิตครู#ออกกำลังกายและใจ

หมายเลขบันทึก: 657244, เขียน: 05 Nov 2018 @ 21:37 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 3, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก


ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ชอบแปลงผักสวนครัวจังค่ะ