วันนี้..เจ้าหน้าที่ของเขตฯออมสินกาญจนบุรี ประสานงานเรื่องชื่ออาคารเรียนหลังใหม่..เป็นการทบทวนเรื่องเดิมที่เคยพูดจากันไว้ ก่อนได้รับงบประมาณสนับสนุน
ผมยังยืนยันชื่อที่เคยบอกกล่าวไว้ สุดท้ายแล้วหากไม่มีอะไรต้องเปลี่ยนแปลงผมจะใช้ชื่อนี้แหละ “อาคารธนาคารออมสิน”
อาคารหลังแรกและหลังเดียวที่ผมเป็นประธานกรรมการควบคุมงานก่อสร้าง เป็นหัวหน้าสถานศึกษา ที่ไม่มีความรู้ด้านงานก่อสร้างเลยแม้แต่น้อย
ไม่มีความรู้ความชำนาญ แม้กระทั่งการดูแบบแปลนและรายละเอียดประกอบการก่อสร้างอาคาร แต่ต้องพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
ตลอด ๖ เดือน พฤษภาคม – ตุลาคม แทบจะไม่ได้ไปไหน คอยลุ้นว่าผู้รับเหมาจะเข้าทำงานหรือไม่ ทำอะไรไปบ้าง..และไม่อยากให้เขาหยุดงานโดยไม่จำเป็น..
ผมต้องบันทึกการควบคุมงานทุกวัน เพื่อบอกเล่าเหตุการณ์..เหมือนเขียนบันทึกประจำวัน การเขียนผมไม่ห่วงแต่ศัพท์แสงที่ต้องใช้ ให้รู้สึกขำๆตัวเอง...
ไม่น่าเชื่อเหมือนกัน..๖ เดือนผ่านไปไวเหลือเกิน แสดงว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมไม่มีความทุกข์หรือทุกข์ไม่มาก เพราะความสุข..ทำให้เวลาผ่านไปรวดเร็ว..
ความสุข..น่าจะเกิดจากการทำงานอย่างมีความหวัง คือหวังว่าจะได้อาคารเรียนใหม่ และเห็นความคืบหน้าไปเป็นลำดับ..ก็เลยอมยิ้มได้ในบางวัน
แต่ก็มีในช่วงแรกเหมือนกัน ที่อยู่ในช่วงตอกเสาเข็ม ที่เป็นพื้นฐานหรือฐานรากที่สำคัญที่สุด..เห็นภาพการตอกเสาเข็ม ทั้งเข็มหรือเสาปูนดูมีรูปร่างแปลกๆ บางวันตอกไม่ลงเพราะดินแข็ง ผมยืนกอดอกดูอย่างใกล้ชิด
ขณะที่ดูก็ถ่ายภาพเก็บไว้และใจก็สั่นๆ ถามตัวเองว่ามันใช่ไหม? กลัวไปหมด กลัวว่าจะไม่ได้ขนาด..กลัวผู้รับเหมาจะประหยัดวัสดุอุปกรณ์ และกลัวฝนฟ้าจะไม่เป็นใจ แต่ผมไม่กลัวว่าผู้รับเหมาจะรู้ทัน..ว่าผมดูงานไม่เป็น
ส่งภาพถ่ายไปให้ผู้เชี่ยวชาญของเขตพื้นที่การศึกษาต้นสังกัดได้ดูทุกสัปดาห์ สอบถามเขาว่า..ต้องเป็นแบบนี้หรือเปล่า.. คำตอบคือใช่ คือเป็นไปตามแบบแปลน
วันที่..คณะของเขตฯลงมาดู ดีใจเหมือนพระมาโปรด รู้สึกว่าไม่โดดเดี่ยวและคิดได้ว่าน่าจะเป็นที่เกรงใจ..ให้ผู้รับเหมาตรงไปตรงมา
ทุกครั้งที่เขตฯกล่าวชมงานก่อสร้างว่าดูดีมีการทำงานที่เป็นระบบ สวยงามเป็นระเบียบ เสร็จตามขั้นตอน มีความคืบหน้าและต่อเนื่อง..ผมรู้สึกดีใจเหมือนตัวเองเป็นผู้รับเหมางานทั้งหมด
วันนี้..เสร็จเรียบร้อย ทั้งในส่วนงานหลักที่ใช้งบประมาณ ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท และในส่วนงานต่อเติมพื้นปูนปูกระเบื้อง ทำเวทีและห้องน้ำห้องส้วม วงเงิน ๒๕๐,๐๐๐ บาท จ่ายไปแล้ว ๑๐๐,๐๐๐ บาท ที่เหลือค่อยจ่ายในวันที่ ๒๔ พย. ๖๑
ความรู้สึกบอกว่า..ไม่เอาแล้วงานสร้าง เหมือนคนเจ็บท้องไปคลอดลูก จะไม่ขอมีลูกอีกแล้ว..พอคลอดลูกออกมา จากนั้นก็ตามมาอีกหัวปีท้ายปี
แต่ผมพูดจริงทำจริง..พอกันทีสำหรับการขอภาคเอกชน ในส่วนของภาครัฐ(สพฐ.) ผมยืนยันที่จะขอ “บ้านพักครู” ให้ได้ก่อนเกษียณ เพราะมันคือสวัสดิการของครูอย่างแท้จริง และโรงเรียนเริ่มเติบโตขึ้น และไม่เคยมีบ้านพักครูมาก่อน
ผมจะขอดูแลเรื่องงานซ่อมอาคารหลังเดิม ที่สร้างโดยงบ อบจ.ตั้งแต่ปี ๒๕๒๓ เก่าและทรุดโทรมมาก ยังไงก็ต้องซ่อมประตูหน้าต่างและทาสี อนุรักษ์ไว้ให้เป็นอาคารเก่าแก่แต่ทรงคุณค่าให้จงได้
ขอบคุณ “ธนาคารออมสิน”ที่เมตตา หลังวันเปิดอาคารฯผมคงยืนดูป้ายชื่ออาคารอย่างมีความสุขไปทุกวัน.. ฝันที่เป็นจริง..ที่เกิดขึ้นในช่วงวัยใกล้เกษียณ
ขอบคุณคณะทำงานของฝ่ายนโยบายและแผนของ สพป.กจ.๔ โดยเฉพาะคุณประจักษ์ หลวงประสาร ที่ดูแลด้านแบบแปลนและให้คำปรึกษามาโดยตลอด
ขอบคุณฝ่ายการเงินและพัสดุ (คุณหมู) ที่แนะนำเอกสารและดูแลการเบิกจ่ายเงิน ช่วยให้ผมคลายกังวลไปได้เยอะ
และกราบขอบพระคุณ ท่าน รอง ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาฯ ท่านรัชวุฒิ วงษ์เสนา ปัจจุบันท่านช่วยราชการอยู่ที่ปราจีนบุรี เขต ๒ ท่านมาร่วมงานให้การต้อนรับคณะของออมสิน..ในวันที่ออมสินเดินทางมามอบเงิน ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท
ท่านรองรัชวุฒิ..เป็นผู้กล่าวขอบคุณและขอความอนุเคราะห์ให้ทางออมสินได้ช่วยดูแลโรงเรียนขนาดเล็กอย่างหนองผือ..ต่อไป..
วันนี้..ผมได้ข่าวว่า “ออมสิน”จะช่วยมาอีก คือถ้าไม่ช่วยผมคงเป็นหนี้บานเลย..ก็แล้วแต่บุญแต่กรรมเถอะครับ...
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑