นิตยสาร Scientific American ฉบับเดือนตุลาคม ๒๕๖๑ ในคอลัมน์ Policy & Ethics ลงเรื่อง Rethinking Funding : The way we pay for science does not encourage the best results เขียนโดย ศ. John P.A. Ioannidis, ศาสตราจารย์สาขาอายุรศาสตร์, สาขาการวิจัยสุขภาพและนโยบาย, และสาขา biomedical data science and statistics, และเป็นผู้อำนวยการร่วมของ Meta-Research Innovation Center, มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ชี้ให้เห็นว่า วิธีให้ทุนสนับสนุนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา มีประสิทธิภาพต่ำ
โดยเขามีข้อมูลหลักฐานอ้างอิงข้อสรุปนี้ โดยมีตัวเลขว่า แต่ละปีมีการลงทุนวิจัยทั่วโลกเป็นเงิน ๒ ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ผลิตผลงานวิจัยตีพิมพ์ปีละหลายล้านเรื่อง
เขาอ้างรายงานในวารสาร Lancet ในปี 2014 ว่า ร้อยละ ๘๕ ของการลงทุนด้าน Biomedical Research สูญเปล่า
เขาแจงสาเหตุว่า
- มีการสนับสนุนนักวิทยาศาสตร์จำนวนน้อยเกินไป
นักวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการสนับสนุนมักเป็นหน้าเดิมๆ ที่หลายคนไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์ แต่เป็นคนที่มีเครือข่ายกว้างขวาง
ทางออก : (๑) ใช้วิธีจับฉลาก หลังจากมีการ review ว่าข้อเสนอโครงการมีคุณภาพดีเข้าเกณฑ์ (๒) กำหนดเกณฑ์ว่านักวิจัยคนหนึ่งจะได้รับทุนวิจัยสูงสุดเท่าไร เพื่อเปิดโอกาสให้แก่นักวิจัยหน้าใหม่
- ไม่เน้นความโปร่งใสในการทำวิจัย
ผลงานวิจัยจำนวนมากเมื่อทำซ้ำ ไม่ได้ผลตามที่รายงาน (ไม่ reproducible) โดยที่ในหลายกรณี research protocol, วิธีวิเคราะห์, กระบวนการคำนวณ, และข้อมูล ไม่โปร่งใส ข้อมูลผลการวิจัยที่ไม่ reproducible นี้ สูงอย่างน่าตกใจ คือสองในสามของรายงานผลการวิจัยชั้นดีสาขาจิตวิทยา, หนี่งในสามของรายงานผลการวิจัยชั้นดีสาขาเศรษฐศาสตร์เชิงทดลอง, และมากกว่าร้อยละ ๗๕ ของรายงานผลการวิจัยชั้นดีในด้านการค้นหายาใหม่เพื่อบำบัดมะเร็ง และที่สำคัญคือ นักวิยาศาสตร์ไม่ได้รับการส่งเสริมให้แชร์วิธีการวิจัยแก่เพื่อนร่วมวงการ โดยมองว่าคนเหล่านั้นเป็นคู่แข่ง
ทางออก (๑) สร้างโครงสร้างพื้นฐานการวิจัยที่เน้นความโปร่งใส การเปิดเผย และการแชร์ (๒) ให้ความโปร่งใสเป็นเงื่อนไขของการให้ทุน (๓) มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยเน้นสรรหาและส่งเสริมความก้าวหน้าของคนที่มีความโปร่งใส
- นักวิจัยไม่นิยมทำวิจัยเพื่อพิสูจน์ reproducibility ของผลงานที่มีการรายงานแล้ว ทั้งๆ ที่การพิสูจน์ reproducibility มีความสำคัญยิ่ง
ทางออก (๑) หน่วยงานให้ทุน จัดสรรทุนแก่งานวิจัยเพื่อพิสูจน์ซ้ำ (๒) ให้น้ำหนักผลงาน ทั้งงานวิจัยค้นพบใหม่ และงานวิจัยพิสูจน์ reproducibility
- ไม่ส่งเสริมนักวิจัยหนุ่มสาว
ในสหรัฐอเมริกา อายุเฉลี่ยของนักวิจัยที่ได้รับทุนวิจัยเป็นชิ้นเป็นอัน คือ ๔๖ ปี และนับวันอายุจะเพิ่มขึ้น อายุเฉลี่ยของคนเป็น full professor คือ ๕๕ ปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ในปี 2017 ทุนวิจัยของ NIH ที่มอบแก่หัวหน้าทีมวิจัยอายุต่ำกว่า ๓๖ มีเพียงร้อยละ ๑.๖ ในขณะที่ร้อยละ ๑๓.๖ มอบแก่ผู้อายุ ๖๖ และสูงกว่า
ทางออก (๑) ควรกำหนดทุนวิจัยสำหรับนักวิจัยอายุน้อย (๒) มหาวิทยาลัยควรหาทางลดอายุของอาจารย์ลง
- มีแหล่งทุนวิจัยที่ไม่เหมาะสม
แหล่งทุนวิจัยที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนก่อความบิดเบี้ยวในผลวิจัย ผลงานวิจัย clinical trial ที่สนับสนุนโดยบริษัทยาให้ผลบวกมากกว่า clinical trial ที่ได้ทุนจากแหล่งทุนภาครัฐ ถึงร้อยละ ๒๗ บางแหล่งทุนไม่น่าจะหวังผลการวิจัยที่เป็นความจริง เช่น Foundation for a Smoke Free World ที่สนับสนุนทุน ๙๖๐ ล้านเหรียญใน ๑๒ ปี โดยบริษัทบุหรี่ ฟิลลิปส์ มอร์ริส ไม่น่าเชื่อถือว่าหวังผลเช่นนั้น
ทางออก (๑) ห้ามแหล่งทุนที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน วารสารวิชาการไม่ควรรับพิมพ์ผลงานวิจัยที่สนับสนุนโดยองค์กรที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างรุนแรง (๒) ในกรณีที่ผลประโยชน์ทับซ้อนไม่รุนแรง ต้องให้มีการเปิดเผยผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างแจ้งชัด
- ให้ทุนสนับสนุนสาขาที่ผิด
บางสาขาได้รับทุนมาก ทำให้ดึงดูดนักวิจัยเข้ามามาก คนเหล่านี้มีพลังล็อบบี้สูง จึงดึงทุนเข้าสาขาได้มาก ทั้งๆ ที่มีความสำคัญน้อย
ทางออก (๑) ประเมินผลกระทบของทุนวิจัยอย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาที่ทุนวิจัยมาก (๒) จัดสรรทุนเพิ่มแก่สาขาใหม่ และสาขาที่เสี่ยงสูง (๓) นักวิจัยควรได้รับการส่งเสริมให้เปลี่ยนสาขาได้ง่าย
- ประเทศไม่ได้ลงทุนวิจัยมากเพียงพอ
เขายกตัวอย่างงบประมาณทหารของสหรัฐ (๘๘๖, ๐๐๐ ล้านเหรียญ) เท่ากับ ๒๔ เท่าของงบของ NIH (๓๗,๐๐๐ ล้านเหรียญ)
ทางออก (๑) สื่อสารสาธารณะให้ชัดเจนว่าการลงทุนวิจัย ช่วยหนุนกระบวนการทางวิทยาศาสตร์อย่างไร (๒) แสดงให้เห็นว่ามีการพัฒนาวิธีทำงานอย่างจริงจัง เพื่อให้การลงทุนวิจัยก่อประโยชน์สาธารณะอย่างคุ้มค่า
- เน้นสนับสนุนผู้ใช้เงินเก่ง
มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยมักเน้นให้ตำแหน่งถาวร หรือให้ความก้าวหน้าแก่คนที่หาทุนวิจัยได้มาก
ทางออก (๑) เน้นที่ผลงานวิจัย ไม่ใช่ที่การหาทุน (๒) มหาวิทยาลัยควรจัดสรรเวลาให้แก่นักวิจัยที่มีผลงานวิจัยคุณภาพสูงโดยใช้เงินน้อย
- ไม่ให้ทุนสนับสนุนไอเดียที่เสี่ยงสูง
Review panel มักเน้นตัดสินให้ทุนแก่โครงการที่มั่นใจว่าทำได้สำเร็จ ทำให้โครงการที่มีไอเดียใหม่มากๆ และเสี่ยงสูงที่จะไม่สำเร็จ ไม่ได้รับทุน โอกาสเกิดผลงานวิจัยที่ฉีกแนวจึงเกิดยาก
ทางออก (๑) เน้นให้ทุนนักวิจัยที่เก่ง และให้อิสระในการทำวิจัย มากกว่าดูที่คุณภาพของข้อเสนอโครงการ (๒) สื่อสารสังคมว่า การลงทุนวิจัยต้องดูผลที่ภาพรวม ไม่ใช่ที่แต่ละโครงการย่อย หากลงทุนวิจัย ๑,๐๐๐ โครงการ ๙๙๙ ล้มเหลว แต่มี ๑ โครงการได้ผลยิ่งใหญ่ จะคุ้มยิ่งกว่าผลรวมของ ๙๙๙ โครงการที่สำเร็จ แต่เป็นผลงานพื้นๆ
- ขาดข้อมูลที่ดี
ข้อมูลที่ต้องการคือ การวิจัยหาวิธีการสนับสนุนการวิจัยที่ดี (meta-research) เพื่อหาแนวทางที่ดีในการทำวิจัย ประเมิน ทบทวน เผยแพร่ และให้รางวัล
ทางออก ลงทุนสร้างข้อมูลหลักฐานเกี่ยวกับวิธีการให้ทุนวิจัย วิธีเลือก และให้รางวัลแก่นักวิจัยที่ดีที่สุด
นี่คือความเห็นจากมุมมองของสหรัฐอเมริกา ในบริบทไทย ข้อมูลและความเห็นเหล่านี้ ช่วยกระตุกอะไรต่อวงการจัดการงานวิจัยบ้าง
วิจารณ์ พานิช
๒๑ ก.ย. ๖๑