Home visit: I (วันที่ 5 กันยายน 2561 )

1.รู้สึกอย่างไรในการทำกิจกรรม

      ความตื่นเต้นคือความรู้สึกเริ่มแรกเมื่อรู้ว่าจะได้ออกไปชุมชนในรูปแบบที่ได้ลงตามบ้านจริงๆ เนื่องจากยังไม่เคยมีโอกาสได้ลงไปยังชุมชนโดยที่ต้องให้การรักษาควบคู่ไปกับการมองบริบททางสังคมและสิ่งแวดล้อมของผู้รับบริการ และรู้สึกกังวลเล็กน้อยกับสิ่งที่ยังไม่เคยพบเจอ  แต่เมื่อได้ลงชุมชน  เดินทางไปยังบ้านของผู้รับบริการจริง ความรู้สึกตื่นเต้นและกังวลในตอนแรก กลับหายไป เหลือเพียงแต่ความรู้สึกอยากจะเข้าไปช่วยเหลือ  ยิ่งหลัง ให้การรักษา ปรับสภาพแวดล้อม และคำแนะนำเรียบร้อยแล้ว  ความรู้สึกที่เด่นชัดขึ้นมาในตอนนั้นคือ ความสุข  ที่มีโอกาสได้ให้การรักษา   ได้เห็นรอยยิ้มของผู้รับบริการที่มีความหวัง มีแรงจูงใจที่จะช่วยเหลือตนเอง และญาติที่มารอและเรียนรู้การให้การรักษาไปพร้อมกับการเห็นศักยภาพในตัวของผู้รับบริการ

 2. ได้เรียนรู้อะไรจากการทำกิจกรรม

- เรียนรู้ที่จะปรับประยุกต์กิจกรรมที่วางแผนมาให้เหมาะสมกับผู้รับบริการและบริบท

- การได้สร้างแบบ splint เพื่อไปทำ Anti-spastic splint จากการใช้มือของผู้รับบริการที่มีปัญหาจริงๆ

- เรียนรู้การใช้ทักษะการสื่อสารที่ดี การเลือกใช้คำพูดเพื่อให้ผู้รับบริการและญาติเข้าใจ โดยมีอาจารย์คอยเป็นต้นแบบในการสื่อสารและการเป็นตัวอย่างของนักกิจกรรมบำบัดที่ดี

- ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์หลังจากได้ไปฝึกงานกับเพื่อนในกลุ่ม เกี่ยวกับการรักษาต่างๆที่เหมาะสมและดีที่สุดสำหรับผู้รับบริการ

3.จะพัฒนาตนเองอย่างไรหลังจากได้ทำกิจกรรม

- ควรพัฒนาในเรื่องของการสังเกตเกี่ยวกับสภาพบ้าน  หรือสิ่งแวดล้อมรอบบ้านที่มีส่งผลให้เกิดปัจจัยที่เป็นตัวจำกัดความสามารถของผู้รับบริการ - สอบถามเกี่ยวกับข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการวางเเผนการรักษาในครั้งต่อไป

 

 

Home visit: II (วันที่ 12 กันยายน 2561)

1.รู้สึกอย่างไรในการทำกิจกรรม

      ครั้งที่ 2  ความรู้สึกอยากจะช่วยเพิ่มมากขึ้น  ไม่มีความกังวล ไม่มีความตื่นเต้น  ทำให้สามารถคิดกิจกรรม และออกแบบการประเมินได้ดี  เป็นไปตามแผนที่วางไว้   รู้สึกมีความสุขหลังจากได้ให้การรักษา ได้เห็นความตั้งใจของผู้รับบริการที่พยายามจะทำในสิ่งที่นักศึกษาแนะนำ 

2. ได้เรียนรู้อะไรจากการทำกิจกรรม

-ได้มีโอกาสทำ Anti-spastic splint ด้วยอุปกรณ์ที่เตรียมไปร่วมกับเพื่อนๆ

- มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความรู้ เกี่ยวการประเมินร่างกายในส่วนต่างๆ

- มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความรู้กับญาติและผู้รับบริการ เกี่ยวกับการรักษาทางเลือกอื่นๆที่นำมาใช้กับผู้รับบริการ

- เรียนรู้การแบ่งหน้าที่ที่ชัดเจน เพื่อให้เหมาะสมกับเวลาที่มี

3.จะพัฒนาตนเองอย่างไรหลังจากได้ทำกิจกรรม

- พัฒนาในส่วนของการประสบการณ์ทางคลินิก และการดึงความรู้ที่มีออกมาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์กับผู้รับบริการมากที่สุด

 

School  visit  (วันที่ 19 กันยายน 2561)

1.รู้สึกอย่างไรในการทำกิจกรรม

        ตื่นเต้นที่จะได้ไปจัดกิจกรรมให้เด็กเล็กที่โรงเรียน  เนื่องจากไม่รู้ว่าเด็กจะเป็นอย่างไร อายุส่วนใหญ่เท่าไหร่ กิจกรรมที่นำไปจัด จะสามารถจัดได้หรือ  แต่เมื่อไปถึงโรงเรียนและได้จัดกิจกรรมร่วมกันกับเด็กๆทำให้รู้สึกสนุก  รู้สึกดีใจที่การจัดกิจกรรมเป็นไปได้ดี  ไม่มีอุปสรรคที่ทำให้รู้สึกว่าเป็นปัญหาในการจัดกิจกรรมให้เด็กๆ  และมีความสุขที่ได้เห็นรอยยิ้มของเด็กๆหลายคน

 2. ได้เรียนรู้อะไรจากการทำกิจกรรม

- เรียนรู้ว่าในการจัดกิจกรรมสำหรับเด็ก จำเป็นที่จะต้องมีการวางแผนสำรองในกรณีที่แผนแรกมีปัญหา รวมถึงเรียนรู้เกี่ยวกับการปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับเด็ก จัดให้ง่ายขึ้น ขั้นตอนลดลง ใช้คำพูดที่เข้าใจง่ายสำหรับเด็กที่ไม่สามารถทำกิจกรรมนั้นได้  หรือปรับให้ยากขึ้น ในเด็กที่กิจกรรมนั้นง่ายเกินไปสำหรับวกเขา  

- การใช้ทักษะการปรับพฤติกรรมในสถานการณ์จริง ผ่านต้นแบบที่ดีคืออาจารย์

- มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ และความคิดต่างๆเกี่ยวกับเด็กและรูปแบบกิจกรรม

- ฝึกความรับผิดชอบในหน้าที่ที่ตนเองได้รับมอบมาย

- ได้ประสบการณ์เรียนรู้เกี่ยวกับรูปแบบการเป็นนักกิจกรรมบำบัดในโรงเรียน

- เรียนรู้การประเมินเด็กผ่านการสังเกตและการใช้แบบประเมินในสถานการณ์จริง

3.จะพัฒนาตนเองอย่างไรหลังจากการได้ทำกิจกรรม

- พัฒนาทักษะในการแก้ไข้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ดีมากขึ้น

- พัฒนาประสบการณ์ทางคลินิก   การสื่อสาร และการให้เงื่อนไขที่เหมาะสมกับเด็ก

- พัฒนาในส่วนของการเก็บข้อมูลจากคุณครู  เนื่องจากยังคงมุ่งเน้นไปที่การจัดกิจกรรม เพื่อหาปัญหาของเด็กผ่านการสังเกต แต่ไม่มองไปยังพื้นฐานของตัวเด็ก ซึ่งอาจทำให้ไม่สามารถแก้ปัญญหาของเด็กได้ตรงจุด

 


ออกชุมชนกับคณะกายภาพบำบัด  (วันที่ 23 กันยายน 2561)

1.รู้สึกอย่างไรในการทำกิจกรรม

         รู้สึกดีใจที่มีโอกาสได้ลงชุมชนอีกครั้ง  ไปยังบ้านที่ไม่เคยมีโอกาสได้ไป และครั้งนี้เป็นครั้งที่ต้องออกไปกับคนอื่นๆที่ไม่ใช่เพื่อนคนเดิมๆ  ทำให้รู้สึกตื่นเต้นด้วย ว่าการทำงานร่วมกันจะเป็นอย่างไร  จนเมื่อได้เข้าไปทำงานร่วมกันจริงๆ  ก็รู้สึกว่า เป็นการทำงานร่วมกันที่สนุกมาก  เนื่องจากมีการพูดคุยเกี่ยวกับรายละเอียดการรักษาของแต่ละฝ่ายอย่างชัดเจน  เคารพการตัดสินใจของกันและกัน  ตัวผู้รับริการและญาติเองก็มีความน่ารัก เป็นกันเอง  พยายามทำทุกอย่างตามคำแนะนำ มีความสุขที่ทำให้ผู้รับบริการมีแรงจูงใจที่จะกลับไปฝึกใส่เสื้อและกางเกงด้วยตัวเอง 

 2. ได้เรียนรู้อะไรจากการทำกิจกรรม

- เห็นการทำงานของนักกิจกรรมบำบัดในชุมชน

- เรียนรู้การวางแผนการรักษาและการทำงานร่วมกันระหว่างนักศึกษากายภาพบำบัดและนักศึกษากิจกรรมบำบัด

- แลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับ การตรวจประเมิน การให้การรักษาและการให้คำแนะนำจากรุ่นพี่นักกิจกรรมบำบัด

- ได้มีโอกาสประยุกต์ใช้ความรู้ที่มีให้เหมาะสมกับบริบทและศักยภาพของผู้รับบริการ

- เรียนรู้การสื่อสารที่เหมาะสม สำหรับผู้สูงอายุที่มีการรับรู้ช้า  เช่น พูดชัดๆ สั้นๆ เข้าใจง่าย

 3.จะพัฒนาตนเองอย่างไรหลังจากได้ทำกิจกรรม

- พัฒนาประสบการณ์ในการลงชุมชน  การเรียนรู้บริบท และลักษณะของสังคม เพื่อให้วางแผนการรักษาหรือให้คำปรึกษาได้อย่างถูกต้องและตรงจุด

- พัฒนาความรู้ของตนเองในส่วนที่จำเป็นต่อการใช้สำหรับกิจกรรมบำบัดในชุมชน

- พัฒนาเกี่ยวกับการจัดการบริหารเวลาให้เพียงพอในการรักษาและให้คำแนะนำสำหรับผู้รับบริการและญาติ

- พัฒนาในส่วนของการสื่อสารระหว่างวิชาชีพให้ดีมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดการวางแผนการรักษาที่ดีและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้รับบริการ