คุณค่าของการรอคอย..อยู่ในระหว่างทางที่รอคอย ครูได้ทำหน้าที่ด้วยอุดมการณ์และศรัทธา และมีความสุขที่ได้ทุ่มเทเพื่อศิษย์ ได้ค้นคิดสื่อและวิธีสอนที่ตรงกับความสนใจของผู้เรียน ครูที่รอเป็นและเย็นพอ จะเข้าใจในจุดนี้


             ในโลกนี้..ไม่มีใครไม่เคยพบปัญหา ต้องพบกับความทุกข์ความยากกันมาบ้าง ไม่มากก็น้อย...

            บางคนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก แต่ผ่านอุปสรรคมาได้ก็เพราะความอดทน ผู้ที่รักความก้าวหน้าจึงยึดคุณสมบัติ “ความอดทน” ให้อยู่คู่กายตลอดเวลา

            ไม่มีใครสุขสมหวังไปซะทุกเรื่อง อาจพบหัวหน้างานที่ไม่ถูกใจบ้าง อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่น่าชื่นชม ไม่สมหวังในความรัก หรือพลัดพรากจากสิ่งที่รัก สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นธรรมดาของโลก แต่ต้องอยู่ให้ได้ ด้วยความอดทน..

            ผู้รู้ท่านหนึ่ง..เคยสอนผมไว้ว่า “การยืนหยัดอดทนมิได้หมายความว่าให้เราผจญกับปัญหา โดยไม่คิดหาทางแก้ไข หรืออยู่ไปวันๆโดยที่ไม่ทำอะไร”

            แต่หมายความว่าในเมื่อยังแก้ปัญหานั้นไม่ได้หรือยังไม่มีทางแก้ปัญหา ก็ให้เรายืนหยัดอดทนไปก่อน อย่ายอมล้มลงง่ายๆ หรืออย่าคิดหนีปัญหาโดยไม่รับผิดชอบ..

            ผมกำลังมองว่า “การรอคอย เป็นความอดทน” แบบหนึ่ง อดทนกับการรอคอย เป็นคำพูดง่ายๆ แต่ปฏิบัติยากเหลือเกิน เชื่อว่าทำไม่ได้ในทุกคน และอาจมีบางคนไม่คุ้นเคยกับการที่ต้องรอคอยอะไรนานๆ

            สังคมโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว หรือจะด้วยอะไรก็แล้วแต่ ทำให้ผู้คน “ใจเร็วด่วนได้” มักจะทำอะไรง่ายๆ ไร้ซึ่งจินตนาการ ความฉาบฉวยจึงเป็นที่มาของสินค้าสำเร็จรูป ที่ซื้อง่ายขายคล่องอยู่ในเวลานี้

            ความคิดสำเร็จรูปเริ่มเข้ามามีบทบาทในวงการศึกษา..อาทิ ผู้บริหารจากส่วนกลางคิดงานแทนครู คิดนโยบายมากมายที่ไม่เคยตรงกับปัญหา ออกแบบทดสอบแทนครูทั้งที่ตัวเองไม่ได้สอน เข้าตำรา “คนทำไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ทำ”

            ครูทุกวันนี้ ต้องใช้ความอดทนสูงมาก อดทนกับการรอคอย เพื่อให้ลูกศิษย์ประสบความสำเร็จ..เรียนจบชั้นสูงสุด

            เอาแค่การอ่านออกเขียนได้..กับเด็กสักคนที่ไม่ได้เรื่อง ตั้งแต่ต้นปีการศึกษา ด้วยวิธีสอนรายบุคคล สอนในเวลาและซ่อมเสริมนอกเวลา วันแล้ววันเล่า ผ่านไปในแต่ละเดือนแต่ละเทอม..ล้วนแล้วแต่ต้องใช้ความอดทน รอคอยว่าเมื่อไหร่ เด็กจะอ่านคล่องเขียนคล่อง..

            คุณค่าของการรอคอย..อยู่ในระหว่างทางที่รอคอย ครูได้ทำหน้าที่ด้วยอุดมการณ์และศรัทธา และมีความสุขที่ได้ทุ่มเทเพื่อศิษย์ ได้ค้นคิดสื่อและวิธีสอนที่ตรงกับความสนใจของผู้เรียน ครูที่รอเป็นและเย็นพอ จะเข้าใจในจุดนี้

            แต่ก็ต้องยอมรับในความคิดและความแตกต่างของครูบางคน ที่ยังยึดติดกับตำราและปฏิบัติตาม “คำสั่ง” ไม่สามารถประยุกต์หรือเป็นตัวของตัวเองได้เลย

            ปัญหา “คุณภาพ”ผู้เรียน ที่ถูกประเมินตามตัวชี้วัดมากมาย จึงกลายเป็นตราบาปของการศึกษาไทย เรากำลังอยู่ในช่วงของการประชันขันแข่งกันอย่างเอาเป็นเอาตาย เด็กหลังห้องมากมาย..จึงยังไม่ได้รับการเยียวยาอย่างเต็มที่

            สุดท้าย..ปลายปีการศึกษา กรอบและแนวคิดสำเร็จรูปก็ตามมา จากคำแนะนำส่งเสริมจากหลายฝ่าย สั่งการให้ “ติว” จนเป็นวิบากกรรมธรรมดาของครู เด็กคงไม่รู้อยู่เหมือนเดิม แต่ก็ต้องท่องจำไปตอบข้อสอบ..ใช่หรือไม่?

            เมื่อไหร่..ผู้บริหารระดับสูงของประเทศจะหันมาให้ความสำคัญของกระบวนการสอน..ในห้องเรียน พากเพียรแก้ปัญหากันตั้งแต่ต้น สร้างคุณภาพที่บ่มเพาะประสบการณ์ตั้งแต่อนุบาล สร้างพื้นฐานให้แข็งแกร่งตั้งแต่ ป.๑

            ฝึกหัดให้เด็กแล้วเฝ้ามอง ทดลองค้นคว้าและวิจัย สังเกตและเก็บข้อมูล อย่างจดจ่อและรอคอยความสำเร็จด้วยความอดทน ปลายทางแสงสว่างไปโผล่ที่ชั้น ป.๖..ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร? ทั้งครูและเด็กจะภูมิใจเสียอีก ว่าเราทำได้แล้ว..

            แต่ในความเป็นจริง..ที่เด็กเรียนรู้ และครูเฝ้าดูแลอย่างสม่ำเสมอ.”ความพร้อม”ของเด็ก เกิดขึ้นแล้วในแต่ละช่วงชั้น..คุณค่าในแต่ละขั้น..ครูย่อมรับรู้ได้

            การรอคอย..เริ่มต้นที่ศูนย์เสมอ จึงต้องเติมความอดทนตั้งแต่เริ่มต้นลงมือ ผมกับนักเรียนช่วยกันปลูกผักปลอดสารพิษ กว่าจะได้ผลผลิต เพียงแค่คิดคงไม่เกิดทักษะ เมื่อเด็กได้ลงมือผสมดินเพาะเมล็ดแล้วรดน้ำใส่ปุ๋ย..

            ทุกวัน..เฝ้าดูแลและรอคอยการเจริญเติบโต ยังไม่รู้ว่าเป้าหมายปลายทางจะเป็นฉันใด..แต่หัวใจที่ไม่เคยท้อ..คือคุณค่าที่คู่ควร...

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๗  กันยายน  ๒๕๖๑



<p></p><p>            
</p>