ลูกพูดลบ...จบการจำฝังใจได้อย่างไร


อ้างอิงจาก เฉิน ซู่ เจวียน. เลี้ยงลูกให้ถูกตอน 3 ปี ลูกจะทำดีไปตลอดชีวิต. หวัง เผิง ผู้แปล. พิมพ์ครั้งที่ 7. นนทบุรี: วารา พับลิซซิ่ง; 2560.

"เด็กอายุ 3 ขวบ จะดูดซับสิ่งที่ได้ยินได้เห็นเหมือนกับฟองน้ำ...เด็กในช่วงวัยนี้มีความสามารถในการเรียนรู้และจดจำอย่างดีเลิศ...2.5-3.5 ขวบ เป็นช่วงสำคัญที่ต้องสอนเด็กให้รู้จักหลักการปฏิบัติตน...การรักเด็กคือให้โอกาสเขาทำในสิ่งที่เขาสนจ (เฉิน ซู่ เจวียน; 2560: หน้า 10-15)"

  1. ในช่วงวัย 2-3 ขวบ เด็กไม่สามารถแยกแยะความถูกผิดได้ แต่ร่างกายเคลื่อนไหวสำรวจสิ่งต่างๆ และจิตสังคมเริ่มรับรู้ตัวตนด้วยความกล้ามากขึ้น เขาจะปกป้องของรักของหวงรวมทั้งพื้นที่ปลอดภัยส่วนตัวมากขึ้น เขาจึงโกหกเพื่อเลี่ยงจากการถูกต่อว่าจากผู้ใหญ่ และใช้ถ้อยคำที่ไม่เป็นมิตรกับผู้ใหญ่
  2. เมื่อผู้ใหญ่ตำหนิตีเด็ก เด็กจะไม่รู้ตัวว่า เขาทำผิด เด็กจะต่อต้านผู้ใหญ่ในใจและจะเลียนแบบความคิดลบ อารมณ์หงุดหงิด กลัว เศร้า และการสื่อสารจากผู้ใหญ่มากขึ้น ยิ่งผู้ใหญ่บอกว่า "อย่านะ" จิตใต้สำนึกของเด็กจะบอกว่า "ทำไปเลย" แต่ผู้ใหญ่ควรบอกตรงๆ ว่า "ให้เด็กทำอะไร" เช่น จากคำพูด "อย่าตีน้อง" (อารมณ์ตำหนิ) เป็น "ลูบน้องเบาๆ" (อารมณ์ขอความร่วมมือ) 
  3. ผู้ใหญ่ควรฝึกอ่านใจเด็กให้ออกเพื่ออธิบายให้เด็กรู้ว่า สิ่งที่เขาทำผิดจะเกิดผลกระทบที่ไม่เหมาะสมต่อตัวเด็กและคนที่เด็กรักอย่างไร เช่น เกิดอะไรขึ้นลูก [นิ่งรอฟังคำตอบลูก] ลูกเสียใจใช่มั้ย แม่รู้ว่าลูกเสียใจ [ขณะพูด มือคุณแม่ลูบหลังลูก] เมื่อกี้ แม่เห็นอยู่ ลูกตีเพื่อน ลูกคิดว่า ถูกต้องไหมครับ [นิ่งรอฟังคำตอบลูก] ถ้าไม่ถูกต้อง ลูกควรทำอย่างไร [นิ่งรอฟังคำตอบลูก] ใช่แล้วลูก ลูกทำผิด ลูกควรขอโทษเพื่อน แม่รักลูกและไม่อยากให้ลูกทำผิดอีกนะ ขอบคุณลูกที่ลูกจะไม่ทำผิดอีกนะ แม่ไม่ชอบ [กอดลูกแบบไร้เสียงสัก 20 วินาที]
  4. เมื่อเด็กร้องไห้ในที่สาธารณะ ผู้ใหญ่ควรฝึกใจแข็ง ไม่สนใจเขา ให้มีความกล้า อดกลั้นความอายและความโมโห อุ้มเด็กขึ้นมาโดยไม่พูดสั่งสอนใดๆ จนถึงบ้านก็ยังไม่ต้องพูดอะไร ไม่มอง ทำอะไรของผู้ใหญ่ไป ปล่อยให้เด็กอยู่คนเดียว เมื่อเด็กเห็นว่าผู้ใหญ่ไม่ง้อ ไม่พูดอะไร ก็จะค่อยๆ เรียนรู้ว่า "การร้องไห้แบบนี้จะไม่ได้มีใครมาสนใจ ก็เลยต้องหยุดร้องไห้" 
  5. คำพูดติดปากของเด็กคือ "ไม่เอา ไม่ได้ ไม่..." เพื่อบ่มเพาะความเป็นตัวของตัวเอง ผู้ใหญ่ควรให้ข้อเสนอ แต่ให้เด็กเลือกเอง เช่น "ลูกอยากกินขนมก็ได้นะ ลูกกินนมก่อน แล้วแม่จะหยิบขนมให้ แต่แค่ชิ้นเล็กๆ นะ ตกลงมั้ย?"
  6. เด็กวัย 3 ขวบ จะแสดงอารมณ์ลบ ได้แก่ ถ้าไม่พอใจก็จะร้องไห้เสียงดัง ถ้าไม่ได้ตามที่ต้องการก็จะโยนของ ตีคน หรือฉี่บนพื้น ถ้าป่วย หิว ง่วง หรือติดแม่ก็จะตื่นกลัว เศร้าใจ ร้องไห้ไม่หยุด ผู้ใหญ่ควรใช้คำพูดสัมผัสใจ เช่น "หนูไม่สบายหรือ? [เวลาพูด สบตาเพื่อถ่ายเทความรักความห่วงใยให้เด็ก มือก็กอดเด็กให้อบอุ่น...เด็กรู้สึกได้รับการเอาใจใส่ก็จะกอดหรือยอมตามพร้อมระบายน้ำตาออกมาจนอารมณ์ลบคลายไป] สำหรับเด็กที่ก้าวร้าว ให้จัดกิจกรรมทางกายที่ได้ระบายแรงขับความโมโหออกไป สำหรับเด็กที่เก็บตัว ก็ชวนร้องเพลง วาดรูป ให้เด็กเห็นความงดงามทำให้จิตใจสงบลง
  7. หากผู้ใหญ่ช่วยเหลือโอ้เด็กทุกอย่าง ก็จะทำให้เด็กไม่มีโอกาสเรียนรู้การควบคุมทักษะการจัดการอารมณ์ลบด้วยตนเอง (สัญชาตญาณการต่อสู้ชีวิต) และทักษะการสื่อสารสังคมสมวัยก็จะหยุดชะงักไป "ลูก มาช่วยทำงานบ้านกับแม่หน่อย ลูกเช็ดโต๊ะ แม่กวาดพื้น" 
  8. คำชมเชยของผู้ใหญ่ส่งเสริมความมั่นใจในตัวเด็ก ไม่ควรชมให้เด็กหลงตัวเองและจะทำให้เห็นแก่ตัว เช่น "เก่งจังเลย" คำชมควรพูดสั้นๆ พูดครั้งเดียวที่ตรงกับการกระทำที่ดีของเด็กจริงๆ เช่น "วันนี้ลูกช่วยแม่เช็ดโต๊ะ ลูกทำได้ดี ขอบใจมาก" และผู้ใหญ่อยากให้คำชี้แนะหลังคำชมก็จะดีมาก เช่น "ลูกวาดภาพสวยนะ ถ้าเราลองเติมนกบินเข้าไปในภาพ จะได้มีชีวิตมากขึ้น ลูกว่าดีมั้ย?" 

เชิญชวนกัลยาณมิตรเรียนรู้จากคลิปของผมได้ที่นี่ [ขอบพระคุณทีมงานรู้เท่ารู้ทัน ไทยพีบีเอส] และจากคลิปการจัดการสมาธิสั้นของลูก และคลิปการจัดการภาวะซึมเศร้าของลูก [ขอบพระคุณทีมงานทีวีมูลนิธิเด็ก] ถ้าผู้ใหญ่ปรับตัวกับการเรียนรู้อารมณ์สังคมของเด็กได้ไม่ดีนัก ด้วยความขอบพระคุณในการพัฒนาทักษะการสือสารจิตสังคมสุขภาวะกันด้วยกิจกรรมบำบัดนะครับผม


หมายเลขบันทึก: 653436เขียนเมื่อ 22 กันยายน 2018 09:04 น. ()แก้ไขเมื่อ 22 กันยายน 2018 10:22 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี