AFS Chaperone Field Trip Survival 2018: บรรยากาศและสีสันที่ St. Paul's Chapel & One World Trade Center& Central Park &Time Square

K.Pually
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
ที่ตื่นตา-ตื่นใจ คือกลุ่มสาวๆ งามเยอะบ้าง - งามน้อยบ้าง ใส่แค่กางเกงชั้นในแบบจี-สตริง และรองเท้าส้นสูง หรือ รองเท้าผ้าใบ นอกนั้นจะเป็นเนื้อกายหยาบที่ไร้อาภรณ์ปกคลุม แต่ใช้สีเพ้นท์บดบังส่วนสำคัญ... คอยเดินเข้าหาชายหนุ่ม โดยเฉพาะหนุ่มวัยกลางคน เพื่อชวนถ่ายภาพแบบสนิทเนื้อ

St. Paul's Chapel         
โบสถ์เล็กๆแห่งนี้เป็นโบสถ์ที่มีอายุมากที่สุดในแมนฮัตตัน สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 ด้วยรูปแบบของสถาปัตยกรรมจอร์เจียนอันประณีตสวยงาม  ด้านหน้าโบสถ์เป็นหน้าจั่วสีขาวตัดกับกรอบสีน้ำตาล และซุ้มหน้าต่างโค้งลงด้านล่าง  มีเสาสี่เสาพยุงหน้ามุกอย่างงดงาม            

ช่วงที่มีเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ใน New York เมื่อปี 1776  ไม่เกิดผลกระทบกับโบสถ์แห่งนี้  และเมื่อเกิดเหตุการณ์  9/11 ในปี 2001 ที่ทำลายตึก World Trade Center ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน  โบสถ์ St. Paul's Chapel ก็ไม่ถูกทำลายเช่นเดิม  นับว่าเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์  จึงมีคนให้คำจำกัดความว่า " St. Paul's Chapel  โบสถ์ ที่ไม่อาจทำลาย”    หลังจากเกิดเหตุการณ์ 9/11 มีการใช้โบสถ์แห่งนี้รวมผู้คน และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย  จากนั้นมีการอ่านคำไว้อาลัยและจัดแสดงเรื่องราวเพื่อรำลึกและไว้อาลัยให้กับผู้สูญเสียในเหตุการณ์ที่น่าเศร้านี้  

ระฆังแห่งความหวัง ได้รับมาจาก Lord Mayer of London ในปี 2002 ช่วงครบรอบ 1 ปีของการเกิดเหตุการณ์ 9/11 

ด้านในห้องโถง มีการตกแต่งเพดานเรียบด้วยโคมไฟแก้วระย้า มองดูงดงามแบบคลาสสิก


มีบุคคลสำคัญของโลกหลายคน ได้เคยมาเยือนโบสถ์เล็กๆ แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น William IV of the United Kingdom,  และอดีตประธานาธิบดี George H. W. Bush  

One World Trade Center               
One World Trade Center ตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในซีกโลกตระวันตก   ในระดับความสูง  1,776 ฟุต  ซึ่งเป็นตัวเลขของปีที่ประเทศสหรัฐอเมริกา  ประกาศเอกราชจากประเทศอังกฤษ  จึงถือว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังและอนาคตของประเทศสหรัฐอเมริกา ตึกนี้สร้างขึ้นแทนที่อาคารตึกแฝด Twin Tower ย่านแมนฮัตตัน ที่ถูกกลุ่มก่อการร้ายก่อวินาศกรรมจี้เครื่องบินพุ่งชนจนย่อยยับ เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2001  รวมทั้งอาคาร World Trade Center และอาคารอื่นๆ

ดังนั้นจึงมีการออกแบบ One World Trade Center  ให้ปลอดภัย เพื่อรับมือกับการก่อการร้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เช่น เพดานสามารถกันไฟได้  มีระบบป้องกันสารเคมีชีวภาพ สร้างบันไดขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับแรงกดดันได้อย่างมหาศาล  ติดตั้งไฟฉุกเฉินที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ และใช้ผนังคอนกรีตที่ทนทานหนาเป็นพิเศษสามารถทนแรงกระแทกที่รุนแรงได้  ช่วยให้อาคารไม่ถล่มลงมาทั้งหมด 

ภายในอาคาร มีการจัดพิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถานของเหยื่อผู้เสียชีวิตจากการก่อวินาศกรรมฯ  เปิดทำการเมื่อวันที่  4 พฤศจิกายน  พ.ศ. 2557            

งานนี้ผู้เขียนลงทุนไปหลายสิบเหรียญเพื่อไปชมทิวทัศน์เมืองแบบ 360 องศา บนชั้นที่ 100 ซึ่งอยู่สูงเหนือระดับถนนถึง 381 เมตร เรียกชื่อว่า  One World Observatory   

จริงๆก็ไม่ได้ตื่นเต้นกับสิ่งเหล่านี้มากนัก แค่ได้ชื่อว่า *** ได้ไปดู-ไปรู้-ไปเห็น *** 

Central Park        
หนึ่งในสถานที่ยอดฮิตที่นักรีวิว ชอบจัดเป็นอันดับต้นๆ ว่าเป็นสถานที่ที่ต้องไปเยือนคือ Central Park  เนื่องจากสวนสาธารณะแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองที่แวดล้อมไปด้วยอาคารสูงๆ เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2416 เป็นเวลาเนิ่นนานมาถึง 145 ปี  

ชาว New Yorkers ชอบไปเดินเล่น ไปนั่งเรือปั่น / จักรยานน้ำ  หรือพาเด็กๆไปนั่งม้าหมุน   นอกจากนั้นยังมี สวนสัตว์, โรงละครกลางแจ้ง, สนามกอล์ฟ, สนามเบสบอลและลานสเก็ตน้ำแข็งในช่วงฤดูหนาว  และมีร้านอาหารบริการด้วย   

นักท่องเที่ยวบางกลุ่มนิยมเช่าจักรยานปั่นเที่ยว    

หลายคนอาจเคยเห็นภาพของ Central Park ใน ภาพยนตร์และละครโทรทัศน์หลายเรื่องมาแล้ว  มองดูดีอย่างที่เห็นในภาพนั่นเลย

Time Square      
หากเปรียบเทียบ Time Square กับสถานที่สักแห่งในประเทศไทย  ยังนึกภาพไม่ออกเหมือนกันว่าควรจะเป็นที่ไหน  แต่หากกล่าวถึงบรรยากาศก็น่าจะคล้ายๆกับบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า Paragon + Central Word  นั่นเอง  

จะต่างกันก็เพียงไม่ได้เห็นสภาพของรถติดนานๆ เหมือนของประเทศไทย

เดินเล่นไปๆมาๆ จึงเห็นโรงละครตั้งอยู่บริเวณนั้นหลายโรงทีเดียว  มีการจัดพื้นที่ให้ทำกิจกรรมได้อย่างสะดวก  

ผู้คนนิยมแต่งกายที่เรียกว่า Cos play เลียนแบบตัวละครจากการ์ตูน ภาพยนตร์หลายสิบตัวเลยทีเดียว   ใครจะถ่ายภาพด้วยก็ต้องให้ทิปตามธรรมเนียมอเมริกัน

ที่ตื่นตา-ตื่นใจ คือกลุ่มสาวๆ งามเยอะบ้าง -  งามน้อยบ้าง ใส่แค่กางเกงชั้นในแบบจี-สตริง และรองเท้าส้นสูง หรือ รองเท้าผ้าใบ นอกนั้นจะเป็นเนื้อกายหยาบที่ไร้อาภรณ์ปกคลุม แต่ใช้สีเพ้นท์บดบังส่วนสำคัญ... คอยเดินเข้าหาชายหนุ่ม โดยเฉพาะหนุ่มวัยกลางคน เพื่อชวนถ่ายภาพแบบสนิทเนื้อ บางครั้งก็หอมแก้มแถมให้ด้วยเมื่อได้ทิปงามๆ   พอเดินข้ามถนนมาอีกฝากหนึ่งมองเห็นมีชายหนุ่ม 1 คน ที่แต่งกายลักษณะนี้...เป็นที่สนใจของสาวๆ ที่เดินผ่านเช่นกัน 

อดทนใช้ไม้เท้าพยุงกายเดินลัดเลาะชมบรรยากาศตามท้องถนนไปเรื่อยๆ ผ่าน Korean Town ซึ่งบริเวณนี้จะมีร้านอาหาร และบริษัทสัญชาติเกาหลี ตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก และยังมีร้านขายของที่เป็นผลิตภัณฑ์ของ ASEAN ที่ขายดีราวกับแจกฟรี     

นั่งรถบัสชมบรรยากาศต่อ.... ผ่าน China Town ที่ดูจะคึกคักน้อยไปหน่อย ตัดสินใจอยู่ตั้งนานว่าจะไปหาอาหารจีนรับประทานดีหรือไปหาของกินแบบง่ายๆ แถวโรงแรมที่พักแทน   คำตอบสุดท้ายคือไปหาอาหารที่เบาๆ แถวที่พักดีกว่า

 ***...ขอขอบคุณผู้เข้ามาเยี่ยมชมทุกท่านนะคะ ...*** 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน The Great Acts of The AFS Intercultural Programs

คำสำคัญ (Tags)#K.Pually AFS Kamphaengphet Chapter#AFS chaperon 2018 บรรยากาศและสีสันที่ NYC

หมายเลขบันทึก: 652502, เขียน: 13 Sep 2018 @ 18:12 (), แก้ไข: 13 Sep 2018 @ 19:45 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, อ่าน: คลิก
บันทึกที่เกี่ยวข้อง


ความเห็น (0)