หากพูดถึงชีวิต..หลายคนคิดเปรียบเปรยไปได้มากมายหลายอย่าง แล้วแต่ประสบการณ์และจินตนาการของแต่ละคน..ก็คงจะต้องเอาที่สบายใจและใกล้เคียงที่สุดนั่นเอง..
แต่ไม่ว่าจะเปรียบเทียบ “ชีวิต”กับอะไร? ก็ยังต้องใช้ชีวิตต่อไป..อย่างน้อยการได้คิดเปรียบเทียบ ก็ช่วยทำให้เข้าใจชีวิตมากขึ้น และรู้จักที่จะใช้ชีวิตแบบที่ไม่ประมาท ตลอดจนสร้างสรรค์ชีวิตให้มีความสุข
ผมอ่านพบคำว่า..”เส้นทาง..ชีวิต” บ่อยมาก จนคิดว่าชีวิตคนเรา เป็นเหมือนเส้นทาง มีทั้งทางตรงและทางอ้อม มีโค้งและคดเคี้ยว จุดสุดท้ายของเส้นทางชีวิต จึงไม่เท่ากัน..สั้นบ้างยาวบ้าง
เมื่อนึกถึง “เส้นทาง” ก็ทำให้นึกถึงรถยนต์บนถนนหนทาง ดังนั้น..สำหรับผมแล้ว ชีวิตก็เหมือนการขับรถ คนที่มีรถจะรู้สึกเหมือนผมได้ในทันที ทุกครั้งที่เราขับรถ จะเห็นภาพการใช้ชีวิต..อย่างเห็นได้ชัด
โดยเฉพาะ “ผู้นำ” หรือนักบริหาร ก็คงคุ้นเคยอยู่พอสมควร เมื่อเข้าสู่ตำแหน่งใหม่ๆ..ฝันไกลก็เพื่อจะไปให้ถึงจุดหมาย..แต่ด้วยประสบการณ์ยังมีน้อยจึงค่อยๆคิดค่อยๆทำ..ชีวิตก็คงเป็นแบบรถยนต์ที่ขับแบบช้าๆ บางทีก็ต้องถามและขอความช่วยเหลือไปตลอดการเดินทาง..
พอรู้สึกเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการชีวิต..คราวนี้ก็ต้องลุยๆกันหน่อย ใช้ชีวิตที่หนักขึ้น ก็เหมือนรถที่ขับเร็วขึ้น เครื่องยนต์ก็เริ่มสึกหรอ ก็ต้องหมั่นตรวจเช็คเครื่องยนต์ตามระยะ ถ่ายน้ำมันเครื่อง..การเข้าศูนย์หรือเข้าอู่ก็เหมือนพบแพทย์เพื่อตรวจร่ายกายประจำปี..ก่อนที่จะทำงานต่อไปไม่ไหว เพราะสายเกินแก้..
คงคิดออกแล้วใช่ไหมว่า ชีวิตกับการขับรถมีอะไรที่คล้ายกันอยู่หลายอย่าง ชีวิตต้องการดูแลรักษา ทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ รถยนต์ก็ต้องการดูแลบำรุงรักษา ให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้ารอให้ชำรุดก่อนแล้วซ่อมก็ย่อมต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก
ดังนั้น..ชีวิตก็เหมือนกัน อย่ารอให้ป่วยหนัก ค่ารักษาพยาบาลจะสูงมาก บางครั้ง ยังอาจจะลุกลามใหญ่โต จนยากที่จะเยียวยา
ผมบริหารโรงเรียนขนาดเล็ก..เหมือนได้ขับรถยนต์คันเล็กๆ สมรรถนะก็เป็นที่รู้กันอยู่..ผมจึงไม่ไปแข่งความเร็วกับใคร ไม่ทำตัวเป็น “ตีนผี” แบบที่เหยียบคันเร่งจมมิด ผมคิดว่ามันจะหนักทั้งคนทั้งรถ
เวลาขับผมจะมองซ้ายมองขวา มองหน้ามองหลังตลอด กลัวจะไปเหยียบหรือเฉี่ยวชนใครเขา คนในองค์กรของเราอยู่ในรถครบหมดหรือยัง? และพร้อมที่จะเดินทางหรือไม่? ผมจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง..การเดินทางอาจขลุกขลักบ้างก็แก้ไขกันไปตามบริบท..
หลายครั้ง..ที่รถพร้อม..ผมก็พร้อมและมั่นใจในการขับขี่ บางทีก็ใจร้อนเพราะเกรงว่าจะไม่ทันการ..แต่เมื่อมีเสียงคัดค้าน ผมก็ยอมรับฟัง เหยียบเบรกแล้วก็ใส่เกียร์ถอยหลัง..ทำใจให้เย็นลง ก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรเสียหาย..
การใช้ชีวิตบริหารโรงเรียน..บางครั้งก็ต้องเตือนตัวเองว่า รีบเร่งนักมักไม่ดี บางครั้งช้าแต่ก็แน่นอนกว่า เหมือนขับรถเร็วมากๆ เป็นหนทางแห่งความประมาท อย่าคิดมาก ใครเขาจะขับแซงก็ช่างเขา แต่ในบางจังหวะที่จะต้องแซง ก็จำเป็นต้องแซง เพราะจะได้ไม่ไปกีดขวางคนอื่นเขา
ผมจึงต้องวางแผนการบริหารอยู่เสมอ และเตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลา บางทีก็ต้องพึ่งพาตนเอง ไม่หวังน้ำบ่อหน้า ถ้าเป็นรถยนต์ก็ต้องหมั่นเช็คลมยาง เติมน้ำมันให้เต็มถัง พร้อมที่จะใช้รถ หรือใช้ชีวิต..สำหรับการเดินทางไกลๆ
สุดท้าย..ก็ได้แง่คิดมุมมอง..รถยนต์อยู่เฉยๆ ไม่ค่อยได้ใช้ หรือไม่ค่อยจะได้ขับเคลื่อน พอเครื่องเย็นบ่อยๆก็จะเสียง่าย..ชีวิตคนเราก็เหมือนกัน ก็ต้องหมั่นขยับกายขยับใจ เคลื่อนไหวกันบ้าง ไปออกกำลังกาย ไปดูหนังฟังเพลงกับคนที่ชอบ ท่องเที่ยวกับคนที่ใช่ เพื่อเปลี่ยนโลกทัศน์ใหม่ๆ...
การจะทำได้หรือไม่? ก็ขึ้นอยู่กับการปรับเปลี่ยนและจัดระเบียบวิธีคิด เพื่อชีวิตที่กระชุ่มกระชวย ไม่ต้องไปห่อเหี่ยว ทุกข์ระทมหรือขมขื่นกับอะไรทั้งนั้น..
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๗ กันยายน ๒๕๖๑