ชีวิตที่พอเพียง 3209. สวิส ๒๕๖๑ : ๓. การประชุมเตรียมจัด PMAC Day 2 ลงรายละเอียด PMAC 2019


๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๑

เป็นการประชุมลงรายละอียดของ PMAC 2019   “ThePolitical Economy of NCDs: A Whole Society Approach”

ผมตั้งข้อสงสัยว่าประเทศใดจัดการโรคกลุ่ม NCDได้ผลดีเป็นตัวอย่างได้   และเขาจัดการอย่างไร   และวัดผลสำเร็จในการจัดการ NCD อย่างไร   

เรารู้กันดีว่า สาเหตุใหญ่ของโรคกลุ่ม NCD มีเพียง๔ สาเหตุหลักเท่านั้น คือ (๑) กินอาหารไม่ถูกหลักสุขลักษณะ  (๒) สูบบุหรี่ (๓) ขาดการเคลื่อนไหวร่างกาย  และ(๔) ดื่มสุรามากเกินควร   แต่ปัญหานี้มันซับซ้อนมาก    ปัญหาใหญ่คือธุรกิจยักษ์ใหญ่ทำมาหากินกับ ๔สาเหตุหลักเหล่านี้    ดังนั้นการแก้ปัญหา NCDจึงต้องไม่โยนความรับผิดชอบไปให้ปัจเจกบุคคล   แต่ต้องมีการจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อพฤติกรรมสุขภาพทั้ง ๔ประการนั้น    โดยเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของภาครัฐ  ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม   

มองให้กว้างและเชื่อมโยงยิ่งขึ้นสาเหตุอีก ๒ ประการคือ สภาพสังคมที่ก่อความเครียดทางใจ    และสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่มีมลภาวะสูง    ซึ่งอาจมองรวมกันเป็นความเครียด (stress) ซึ่งจำแนกออกเป็นความเครียดทางใจ กับทางกาย   

แต่ก็ลงรายละเอียดเรื่องสาเหตุของ NCD ต่อไปอีกได้    เป็นเรื่องความไม่เท่าเทียบหรือความเหลื่อมล้ำ ในสังคม   คนจนและมีความรู้ต่ำ    ตกเป็นเหยื่อของระบบเศรษฐกิจทุนนิยมได้ง่าย    จึงโดนชักจูงให้บริโภคสาเหตุหลัก ๔ ประการ ของNCD ได้ง่าย  

มองในระดับปัจเจก ปัญหา NCD แก้ไขง่ายมากโดยปรับพฤติกรรมของตนเอง    ไม่เอาสาเหตุหลัก ๔ ประการนั้นเข้ามาทำร้ายตัวเอง    ไอ้ที่ว่าง่ายนั้น    ง่ายสำหรับคนมีความรู้และมีวินัยในตนเอง   สำหรับคนทั่วไปเป็นเรื่องยากยิ่ง   

ข้างบนนั้นผมเขียนก่อนการประชุม

นพ. วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียรเป็นประธานการประชุม  

วันนี้มีผู้เข้าร่วมประชุมหน้าใหม่เพิ่มจากเมื่อวานทำให้ห้องแน่นทีเดียว   

เริ่มจาก Subtheme 2 : Systemsapproaches to address political economy of NCDs   เสนอโดย ผศ. นพ. วิชช์เกษมทรัพย์ จากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล    ตามด้วย Commissionpaper : Best Buys and DIYs in NCD prevention เสนอโดย YYTeo, NUS แทน นพ. ยศ ตีระวัฒนานนท์   

Subtheme 1 : Accelerating action to preventnon-communicable diseases – A political process นำเสนอโดยWHO     สาระคือเน้นการลงมือทำ  จับด้าน Behavioural determinants,Social determinants, Commercial determinants, Taxing, และการจัดสภาพแวดล้อม  

Subtheme 3 : Addressing Critical Challengesfor Governance of NCDs  เสนอโดยUNDP และ Chatham House    

Commission Work : Framing NCDs to acceleratepolitical action  เสนอโดย DavidHarper, Chatham House   เป็นการทำงานวิชาการเรื่องกรอบคิดเกี่ยวกับ NCD  สะท้อนว่ากระบวนทัศน์ที่ถูกต้อง มีความสำคัญต่อนโยบาย   

หลังอภิปรายกันในห้อง ก็แยกเป็น ๓ กลุ่มประชุมรายละเอียดของการจัดการประชุมของแต่ละ subtheme  ผมโดนจับไปอยู่กลุ่ม ๓ เรื่อง Governance   ระหว่างนั่งฟังการอภิปรายในกลุ่มผมได้แนวคิดว่า  คนตีความคำว่า governanceได้ต่างกันในระดับขาวกับดำ   ระบบ governance อาจมองเป็นระบบใช้อำนาจบังคับประชาชน    หรือเป็นระบบเอื้ออำนาจแก่ประชาชน    นำไปสู่คำถามว่า ระบบ governance เพื่อเอาชนะ NCD ในประเทศที่มีระดับพัฒนาการต่างๆกัน   ควรแตกต่างหรือเหมือนกันอย่างไร   

มองอีกมุมหนึ่ง การประชุมนี้จับที่เศรษฐศาสตร์การเมือง(politicaleconomy)   ดังนั้น ประเด็น governance จึงน่าจะเป็นการจัดกติกาให้มีความสมดุลในอำนาจของฝ่ายต่างๆที่จะช่วยให้จัดการเรื่อง NCD อย่างได้ผล    และผมคิดว่ากติกาสำคัญอย่างหนึ่งคือกติกาเรื่องสารสนเทศ   ให้ประชาชนได้รับสารสนเทศที่สมดุลและครบถ้วน   

เมื่อประชุมกลุ่มถึงเรื่อง PS 3.2 Financing   ผมได้เรียนรู้วิธีคิดแหวกแนว    ว่าเวลานี้การใช้เงินในเรื่อง NCD สูงมาก   และด้านที่สูงลิ่วคือใช้ส่งเสริมให้เกิด NCD (จากการโฆษณาโดยภาคธุรกิจ)   ส่วนเงินที่ใช้ป้องกัน NCD น้อยกว่ามาก   ดังนั้นในภาพรวมเรื่องการเงิน จึงควรเน้นจำกัดการใช้เงิน    เพื่อลดasymmetry of power   และผมคิดกับตัวเองว่า   นี่คือตัวอย่างของการใช้ทรัพยากรของโลกในทางที่ผิด    ไม่ใช่แค่ใช้อย่างสูญเปล่า  แต่ยังใช้ทำลายกันเองด้วย  

 ตอนอภิปราย PS 3.3 กฎหมาย    ผมได้ความคิดว่า การออกกฎหมายเพื่อแก้ปัญหาหรือจัดวางระบบใหม่ ในเรื่องที่ซับซ้อน ในประเทศไทยเราใช้กระบวนทัศน์ว่ากฎหมายต้องศักดิ์สิทธิ์   ซึ่งผิด   จริงๆแล้วกฎหมายเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น   อาจได้ผลดีหรือไม่ก็ได้  หรือกล่าวใหม่ว่า อาจได้ผลตามเป้าหมายมากน้อย หรือไม่ได้เลย    กฎหมายจึงน่าจะเป็นเครื่องมือของการเรียนรู้ว่ามาตรการตามกฎหมายได้ผลหรือไม่   แล้วนำไปสู่การปรับปรุงหรือแก้ไขกฎหมาย   

PS 3.4 Accountability บอกว่านโยบายและเป้าหมายเรื่องใหญ่ๆนั้น    ในหลายกรณีเป็นเรื่องดีแต่พูด    จึงต้องหากลไกทำให้หน่วยงานที่เป็นเจ้าของเรื่องต้องรับผิดรับชอบ    ซึ่งเรื่องนี้ผมว่า ต้องใช้หลักการ สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา    และต้องไม่หวังพึ่งเฉพาะภาครัฐ  ต้องมีกลไกให้ภาคส่วนอื่นเข้าไปร่วมรับผิดรับชอบด้วย   

บ่ายสี่โมง กลับมาประชุมในห้องใหญ่    แต่ละกลุ่มย่อยนำเสนอข้อสรุปต่อที่ประชุมใหญ่

เริ่มที่ Subtheme 2   ที่ผมฟังแล้วเกิดซาตอริว่าในโลกของความเป็นจริง  ปัจจัยที่ตั้งใจสร้างความเจริญก้าวหน้าแก่สังคมมนุษย์บางกรณีมันขัดกันเอง    หรืออาจกล่าวให้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่ามันเป็นโลกแห่งความซับซ้อนย้อนแย้ง   การสร้าง evidence ว่าปฏิสัมพันธ์ระหว่างหลากหลายปัจจัยภายใต้กติกาที่กำหนด ก่อผลลัพธ์ในด้านการควบคุม NCD อย่างไรตรงตามที่ตั้งเป้าไว้หรือไม่ แค่ไหน   จึงมีความสำคัญยิ่ง   ซึ่งหมายความว่า ต้องมีระบบข้อมูลที่ดี  

ทีมงานของ Subtheme 2 ทำงานดีมาก    เปลี่ยนโฉมผลงานก่อนการประชุมเป็นข้อเสนอที่มี framework ๕ ส่วนที่เชื่อมโยงกันอย่างน่าชื่นชมยิ่ง(ethical, intelligence, sectorel, health systems, best buy)    แต่ก็เกิดประเด็นท้าทายใหม่ว่าสาระซ้อนทับกับของ Subtheme 1 และ 3จะทำอย่างไร    รวมทั้งยังไม่กำหนดตัวบุคคลที่เป็นPS coordinator เลย

Subtheme 1 เปลี่ยนแปลงไม่มาก  

วันนี้ตอนเย็นแดดจ้า    อุณหภูมิขึ้นไปถึง ๑๙ องศา     เวลาสามทุ่มยังสว่างอยู่     

ตอนเย็นเราเดินไปที่ภัตตาคาร Caveau des Vignerons,rue Industrielle 30 bis , 1820 Montreux  เพื่อกินเลี้ยงในงานเลี้ยงรับรองโดย PMAC    ไปประชุมที่มงเทรอซ์ทีไรเราไปกินเลี้ยงที่ภัตตาคารนี้ทุกครั้ง   

วิจารณ์ พานิช

๑๗ พ.ค. ๖๑ 

ห้อง ๔๓๐ โรงแรม RoyalPlaza, Montreux, Switzerland  


 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)