การกำหนด KPI ที่เน้น Impact ต่อบริษัทและความ Happy ของพนักงาน


หลังจากผ่านงานมาทำตัวชี้วัดมาระยะหนึ่ง ก็ได้รับโจทย์ที่ท้าทายเคสหนึ่ง เพราะปกติจะพบกับองค์กรใหญ่ พนักงานเยอะ (ทั้งปริมาณคน ปริมาณงาน และปริมาณปัญหา สังเกตว่าผมไม่แตะต้องทั้งสามด้านในเชิงคุณภาพ ณ ตอนนี้) แต่โจทย์นี้เป็น SME ที่ผู้บริหารไม่มีเวลาลุกจากพื้นที่ทำงาน ... ความคาดหวังต่อ KPI ชุดนี้คือ ต้องเกิด impact ต้องใช้ได้จริง ต้องให้พนักงานมีความสุขกับการถูกตามจิก ฟังดูแอบจิตนิดนิด แต่นั่นเพราะที่นี่อยู่กันแบบครอบครัว จึงเป็นตัวชี้วัดที่ผมพยายามออกแบบผสมผสานอารมณ์ของการวัดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเอื้อต่อการเสริมสร้างบรรยากาศให้พนักงานรักความก้าวหน้าของตนเอง ขอเน้นครับว่า เป็นของตนเอง ไม่ได้หมายความว่าพนักงานแต่ละคนผลงานดี จะการันตีผลงานโดยภาพรวมของบริษัทได้ นั่นเราต้องมาคุยกันเรื่องทีมเวิร์กกันอีกที และที่สำคัญสุดๆคือ ต้องง่าย ไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้ ประมาณว่าต้นปีกลางปีดีดนิ้ว implement ปลายปีคีย์ไม่กี่จุด กดคลิกเดียวรู้เลยว่าใครเจ๋ง ใครต้องพิจารณาตนเอง หลักการก็ไม่มีอะไรมาก ต้องครอบคลุมประเด็นเหล่านี้ครับ

  • เน้นแบบ top-down ให้เป็นไปตามเป้าหมายภาพใหญ่ของบริษัทในแต่ละปี 
  • เน้น bottom-up ด้วย เพื่อให้เกิด commitment ของแต่ละคนว่า ฉันทำได้ ฉันยินดีทำ และฉันพยายาทำเพื่อเพื่อนร่วมงานและบริษัทของเรา ซึ่งอย่างหลังก็คือเพื่อเพื่อนอยู่ดี
  • เน้นยืดหยุ่น แม้โครงสร้างจะแข็งแรง แต่เนื้อในก็นิ่มนวลในระดับที่เพียงพอต่อการนำไปใช้ได้จริงแถมต้องเสียเวลาน้อยที่สุด
  • เน้นง่าย ง่ายแค่ไหน แค่มองก็รู้เลยว่าต้องทำไง ไม่ต้องเรียนรู้ งบเรียนรู้มีครับ แต่จะดีกว่าไหมถ้า SME เอาเงินไปใช้สร้างผลกำไร เครื่องมือจึงต้องเป็นสิ่งที่ใช้อยู่แล้วแต่ยังใช้ได้ดี ผมจึงเลือก Excel

ท้ายสุดแล้ว คำแนะนำและโครงสร้างออกมาได้เป็นรูปเป็นร่างตามนี้ครับ

 อ้้างอิง : thanakrit.net

หมายเลขบันทึก: 647727เขียนเมื่อ 28 พฤษภาคม 2018 10:29 น. ()แก้ไขเมื่อ 28 พฤษภาคม 2018 10:29 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (1)
อำนาจ ศรีรัตนบัลล์

น่าสนใจครับ ถ้ามีตัวอย่างแบบประเมินด้วยน่าจะทำให้เห็นรูปธรรมชัดเจนขึ้น

อำนาจ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี