เพื่อนรักสมัยเรียนทวีธาภิเศก ....

“ความลำบากนั้น..มันไม่เคยทำร้ายใคร ความลำบากนั้น...มันทำให้เราเห็นภาพวันวานของชีวิต และความลำบากนี้เอง...ที่มันได้สร้างใครต่อใครให้เข้มแข็ง..ให้เข้าใจตัวเอง และเห็นหัวใจของผู้อื่น(อย่างแท้จริง)”

กาลเวลา.... ทำให้เราห่างกันไป

เกือบ 40 ปีแล้ว ที่ผมยังคงเชื่อในความคิดที่เกื้อกูลสังคมของเพื่อนคนนี้เสมอ

 

นี่คือความบางตอนที่ผมสำเนามาจาก FB ของ “คุณสนอง เสาทอง” ซึ่งน่าจะเป็นกัลยาณมิตรท่านหนึ่งของเพื่อน

“คนกวีเมืองไทย ไม่แล้งน้ำใจจริงๆ เพียงผมโพสต์สเตตัสขอบทกวีเพื่อนำไปตีพิมพ์เป็น "หนังสือกวีนิพนธ์อักษรเบรล" น่าจะเป็นเล่มแรกของเมืองไทย เพื่อสนับสนุนความคิดริเริ่มของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธรรมนูญ รวีผ่อง ท่านดูแลด้านการศึกษาพิเศษสำหรับผู้พิการทางสายตา Special Education Center/Programme, Faculty of Education,Rajabhat MahaSarakham University

..

ท่านอยากให้พื้นที่บทกวีมีลักษณะเป็น "Poem for All" หรือ "Poem for Persons with Visual Impairment" คือทุกคนสามารถเข้าถึงได้ แม้ว่าจะไม่สามารถมองเห็น... ...ปรากฏว่า มีท่านกวีจำนวนมากแสดงความจำนง (ผมขอร้องแกมบังคับบ้าง เสนอมาเองบ้าง ฯลฯ ฮา...) ตอนนี้ใกล้เคียงที่จะรวบรวมได้ ๑ เล่มหนาๆ (ถ้าไม่เบี้ยวผม และส่งมาครบทุกท่าน ฮา...)  ...เดี๋ยวยังไงผมจะดูแลต้นฉบับให้เรียบร้อยที่สุดระดับหนึ่งก่อน จากนั้นจะส่งมอบให้ท่าน ผศ.ธรรมนูญ รวีผ่อง นำไปให้อาจารย์ภาคภาษาไทย ม.ราชภัฏมหาสารคาม (อ.วินัย) ดูแลแก้ไขปรับปรุงต้นฉบับเป็นครั้งสุดท้ายก่อนตีพิมพ์เป็นอักษรเบรลต่อไป”

 ..

และสิ่งนี้เอง ที่ทำให้ความรู้สึกและความนึกคิดของผม.. มันพรั่งพรูออกมาจากใจ...

“ความลำบากนั้น..มันไม่เคยทำร้ายใคร ความลำบากนั้น...มันทำให้เราเห็นภาพวันวานของชีวิต และความลำบากนี้เอง...ที่มันได้สร้างใครต่อใครให้เข้มแข็ง..ให้เข้าใจตัวเอง และเห็นหัวใจของผู้อื่น(อย่างแท้จริง)” .. เพื่อนของผมคนนี้   เขามี..แบบอย่างในการใช้ชีวิตของเขา อย่างน่าสนใจ..

บางห้วงบางตอนในชีวิตของเขานั้น..มันทำให้ผมอยากทำตามบ้าง (ทำตามเขาในแบบฉบับของผม)

..

ชีวิตที่มีค่านั้น...คือชีวิตที่เกิดมาแล้ว ..ได้สร้างคุณงามความดี  ได้สร้างคุณค่าให้กับตัวของตัวเอง

ชีวิตที่มีค่านั้น...เมื่อเกิดมาแล้ว...ได้ทำบางสิ่งบางอย่างตอบแทนสังคมบ้าง ...เกื้อกูลสังคมบ้างตามโอกาส และกำลัง ที่พึงมี..พึงเป็น

 

ผมเขียนสิ่งนี้จบปุ๊บ!!..มันก็ทำให้ผมอดคิดถึง ประโยคข้างล่างนี้ไม่ได้...ครับว่า...

 

ชีวิตที่มีค่าของคนเรานั้น..มันไม่ใช่ ชีวิตที่ร่ำรวย.. มีเกียรติ.. หรืออายุยืนยาว หรอกนะครับ!!

แต่ชีวิตที่มีค่านั้นของคนเรานั้น คือ.. ชีวิตที่ตัวเราเองมองเป็นคนมีค่า และทำให้ชีวิตของผู้อื่นมีค่าตามไปด้วยต่างหากละ!!

ประโยคข้างต้น นี้เอง ที่ทำให้...ภาพแห่งความทรงจำเมื่อครั้งวันวานของผม มันผุดขึ้นมา ..มองหาตัวตนที่แท้จริงของเพื่อนคนนี้....และได้เขียนสิ่งนี้ไว้ในบันทึกแห่งความทรงจำของผม

ประมาณ 40ปีที่แล้ว  มีนักเรียนที่มาจากบ้านนอกเพียงไม่กี่คนที่สอบเข้าเรียนต่อ ห้องโครงการ ในสายโปรแกรมวิทย์-คณิต-เยอรมัน โรงเรียนทวีธาภิเษก โรงเรียนมีชื่อของฝั่งธนฯได้... ผมจำได้ว่า เด็กจากบ้านนอก 4-5 คนที่สอบเข้าเรียนต่อได้นั้น มีเด็กจากเกาะสมุย 2 คน(ใส่ชื่อของเพื่อนเอาไว้ซะหน่อย นุกูล ใจซื่อ และเกษม  พรหมจันทร์) ตัวผมเองและเพื่อนคนนี้ ธรรมนูญ ชูรินทร์(ปัจจุบันคือผู้ช่วยศาสตราจารย์ธรรมนูญ รวีผ่อง )จากโรงเรียนเบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช   

ผมจำได้ว่า..ช่วงแรก ๆ ที่ผมเข้าไปเรียนนั้น ผมรับรู้ได้ว่า..เด็กกรุงเทพฯที่เขาเก่งกันนั้น เขาเก่งกันอย่างไร ? มันทำให้ตัวของผม..หัวใจของผม เล็กลงถนัดใจ เรียกง่าย ๆได้ว่า...ความเก่ง ความฉลาดของผมนั้น มันเป็นเพียงแค่หางอึ่ง ...หางอึ่ง จริง ๆ ครับ

…..

สำหรับวันนี้แล้ว...ผมกำลังเขียนถึงเพื่อนคนนี้ของผม  “ธรรมนูญ รวีผ่อง(ชูรินทร์)”

...ความเก่ง ...ความฉลาด ..เพื่อนคนนี้ของผม....เขากลับไม่เป็นรองใคร...

ผมรับรู้ได้ว่า..ไอ้หมอนี่ !! มันไม่ธรรมดาเลยละ !! .. 

เพราะในคาบเรียนหลายต่อหลายวิชา  มันเป็นเหมือนตัวแทนเด็กบ้านนอกอย่างผม อย่างที่เวลาครูถาม.. ผมเพียงแค่คิด..แต่เพื่อนคนนี้ของผมมันตอบเลย(ฮา) ไม่ต้องบอกนะครับว่า...วิชาไหนบ้าง(ฮา.. อีก)

เราเรียนหนังสือร่วมกันเพียงแค่ 2ปี (วันเวลานั้นแสนสั้น..แต่ความทรงจำกลับยาวนาน)

เรียนจบ..เราต่างแยกย้ายกันไป ตามโอกาสของชีวิตที่ตัวเองต้องพบเจอ

ผมก็เดินตามทางของผม เพื่อนผมคนนี้..มันก็เดินตามทางของมัน

 


มีหลายๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างที่ทำให้ผม..ระลึกถึงวันวานที่ล่วงเลยผ่านไปของเพื่อนคนนี้

@ความที่เขาป็นคนที่ไม่เคยลืมเพื่อน.. หากเขาได้คุยกับผมทางโทรศัพท์(นาน ๆ เราจะได้คุยกันสักที) เขาจะพูดถึงเพื่อนคนนี้ คนนั้น คนโน้น ให้ผมฟังอยู่บ่อย ๆ เสมอๆ เมื่อเขามีโอกาส (ผมเองกลับไม่ค่อยได้เสวนากับเพื่อนสมัยเรียนมัธยมเสียสักเท่าไหร่นัก) และคำว่า มิตรภาพ นั้น หากมันจะขลังได้  มันต้องขลังแบบคน ๆ นี้แหละ!!

..

ผมเห็นความทุ่มเทของเขาแล้ว  ทำให้ผมอดทึ่งไม่ได้ครับ

เขาใส่ใจในสิ่งที่ตัวเขาเองตั้งใจ หรือแม้กระทั่งความเป็นห่วงในตัวเพื่อนสักคนหนึ่ง(หรือจะมากกว่านั้น) ผมเห็นภาพของเพื่อนจาก FB ของเขา ที่เขาแทบจะวิ่งไปหาเพื่อนหลาย ๆ คนที่เขาเป็นห่วงและระลึกถึง... เลยทีเดียว 

และวันเวลาที่ล่วงเลยผ่านไปนั้น เขาก็ยังคงเป็นเช่นนั้นเสมอ.. ไม่เปลี่ยนแปลง

..

..ภาพถ่ายใบนี้..ทำให้ผมเห็นมิตรภาพที่ยาวนานกว่า 40 ปี ที่มันไม่เคยจืดจางหายไปไหนเลย..

มิตรภาพที่กว่าจะได้มาแบบนี้..ใช่ว่าจะได้กันมาง่าย ๆ... หรอกนะครับ..

มันต้องแลกกันด้วยหัวใจของคำว่า”เพื่อน”กันเลยทีเดียว...

และหากจะกล่าวกันให้ยืดยาว ...หน้ากระดาษสักร้อยหน้า ก็คงเขียนได้ไม่หมด...สำหรับมิตรภาพของคำว่า “เพื่อน” 

 

@”ความลำบากนั้น..  สร้างคน”   คำ ๆ นี้ หากมันมาอยู่ข้าง ๆ ผม ผมคงต้องค้นหาความหมายของมันนานมากซักหน่อย ...ใช่ว่า..ชีวิตของผมช่วงนั้นมันจะลำบากอะไรมากมายหรอกนะครับ

แต่ผมกลับได้เห็นความลำบากนี้ ที่มันอยู่ใกล้ตัวเพื่อนผมคนนี้มากกว่า  มันทำให้ผมรู้สึกว่า.. ผมนั้นยังคงมีความสบายซ่อนอยู่  ผมจึงลำบากน้อยกว่า “ธรรมนูญ” เพื่อนคนนี้ของผมหลายเท่าตัวนัก

และทำไมความลำบากนั้นถึงได้สร้างคน...

หากผมพูดไปลอย ๆ มันคงต้องคิดกันนานหน่อย ..แต่ผมพูดสิ่งนี้จากสิ่งที่ผมเห็น มันทำให้ผมมองครับว่า.. ผมนั้นไม่ได้พูดเกินจริงแต่อย่างใดเลย

เพื่อนเคยพูดกับผมหลาย ๆ เรื่อง เขาบอกเรื่องหนึ่งไว้ว่า...เงินนั้นมันต้องเก็บไว้ยามเราจำเป็น  อะไรที่มันประหยัดได้ต้องทำ อะไรที่มันอดได้ก็ต้องอด   อะไรที่ไม่จำเป็น ก็ไม่เอา.. ไม่ซื้อ.. ไม่ใช้    หิวข้าวบางครั้งหิว ..ไม่มีเงินก็ต้องต้องหาน้ำกินแทนความหิวไป  เงินค่ารถไปโรงเรียนไม่พอ...เดินเอาบ้างก็ได้   เพื่อนเคยบอกกับผมเช่นนั้น

...

ในจำนวนหลายต่อหลายเรื่องนั้น มีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมจำได้..ตัวผมเอง แม้จะไม่เคยเป็นช่างตัดผมมาก่อน....เพื่อนคนนี้ของผม มันบอกครับว่า..ตัดผมให้หน่อยเถอะ...ตัดไปเลย ..ไม่เป็นไร ขอให้ผมมันสั้นเป็นพอ  ตัวผมเองนั้น!!เชื่อหัวใจมันเลย  ตัดเสร็จ ..ศีรษะที่ขาว 3 ด้านยังไม่เสมอหรือเท่ากันเลย เพื่อนมันบอกว่า ..ได้แล้ว ไม่เป็นไร...

มันยังบอกกับผมอีกเลยนะครับว่า...วันไหนผมบนศีรษะยาวอีก..มันจะมาให้ผมตัดด้วยปัตตาเลี่ยนให้อีก ส่วนตัวผมเองนั้น ยังแอบยิ้มอยู่ในใจเลยครับว่า  ผมบนศีรษะที่ตัดให้เพื่อนนั้น...มันยังแหว่งอยู่เลย(ฮา)..เพื่อนจะรู้มั้ยเนี่ย!!(ฮา..ฮา)

..

และนี่คือส่วนหนึ่งที่เพื่อนเป็น..

ผมจึงไม่แปลกใจเลยครับว่า... 

ทุกวันนี้...หากเราได้คุยกัน  ทำไมเพื่อนถึงพูด “ค่าของเงิน” ให้ผมฟังอยู่บ่อยๆ เสมอ ๆ

ทั้ง ๆ ที่ปัจจุบันนี้พูดได้ว่า...เพื่อนพร้อม แทบจะทุกอย่างในชีวิตเลยก็ว่าได้(จะขาดอยู่..ก็อย่างเดียว(ฮา))

 

วันไหนที่ผมได้พูดคุยกับลูก ๆ ในเรื่องของอนาคต ผมพยายามพูดกับลูกๆของผมเสมอครับว่า .. "หากจะ..ดูตัวอย่างเรื่องเรียน เรื่องการรู้ค่าของเงิน “ลุงนูญ” เพื่อนของพ่อคนนี้แหละ...สามารถนำไปเป็นแบบอย่างในชีวิตของลูกได้ ลุงนูญ ไม่เคยเป็นสองรองใคร"

และทำไมผมจึงกล่าวเช่นนั้น ...

วันเวลาในอดีตที่ผ่านมา.. ผมได้เห็น ความตั้งใจ การไขว่คว้าทางด้านการศึกษาของเพื่อนคนนี้เสมอมา  หลังจากจบปริญญาตรี ทำงานหาเลี้ยงชีวิต เพื่อนยังไม่หยุด ยังไม่พอทางด้านการศึกษาเพียงเท่านั้น  สุดท้ายความตั้งใจในด้านการเรียนเพื่อนก็สมหวังด้วยการสอบได้ทุน ก.พ. ไปเรียนระดับปริญญาโท-เอก ที่ต่างประเทศ และหากประเทศไทยช่วงนั้น ไม่ประสบภาวะวิกฤิตฟองสบู่แตก ทุนก.พ.ที่เพื่อนได้รับนั้น เพื่อนคงคว้า ปริญญาเอกกลับมาเมืองไทยอย่างแน่นอน (ผมเชื่อของผมเช่นนั้น.และเชื่อมาตลอดชีวิตของผมเลยทีเดียวครับว่า...ไม่มีอะไร สิ่งไหนในชีวิตของเพื่อน ที่เพื่อนทำไม่ได้ หากเพื่อนตั้งใจทำมันแล้ว....ผมเชื่อ...เพื่อนคนนี้ของผมเสมอ)

สิ่งหนึ่งในชีวิตของเพื่อนคนนี้..ที่ผมได้รู้ ...ได้เห็น ....

คุณรู้มัยครับว่า... ผมเห็นอะไรของเขา

..

“หัวใจของเพื่อนที่มีแต่จะให้” 

..

และคำ ๆ นี้.. ผมเองเชื่อครับว่า ..

ตลอดชีวิตของผมนั้น.. ผมได้พบบุคคลประเภทนี้...เพียงไม่มากนัก 

และเพื่อนคือ ..บุคคลประเภทนี้..

..

หัวใจที่มีแต่จะให้...ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

ชีวิตของเพื่อนนั้น... เพื่อนเกิดมา..เพื่อทำสิ่งนี้

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธรรมนูญ รวีผ่อง 

Special Education Center/Programme, Faculty of Education,Rajabhat MahaSarakham University

...................

มุมคิดของผม : ..บทเรียนจากชีวิตจริง.. มีค่ามากกว่าบทเรียนจากตำรา .. ผมคิดว่าเป็นเช่นนั้น

แล้วคุณละ!!..คิดเช่นไร?

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ชื่นชม....ถนนสายชีวิต



ความเห็น (7)

เขียนเมื่อ 

ทำให้เข้าใจความหมายของเพื่อนแท้และมิตรภาพของคำว่าเพื่อนค่ะ  เป็นความรู้สึกที่ดีเกินคำบรรยายที่น้อยคนจะมีโอกาสได้สัมผัส อิจฉาจัง

ขอบคุณมากนะครับ

Asst.Prof.Thammanoon Raveepong
IP: xxx.29.22.251
เขียนเมื่อ 

เขียนเมื่อ 

ประวัติน่าทึ่งมากนะคะเพื่อนของคุณแสงฯ  เพื่อนดีดึงดูดกันนะคะ 

ขอบคุณมากนะครับ

เขียนเมื่อ 

ภูมิใจที่ได้เคยร่วมเรียนห้องเดียวกับเพื่อนทั้งสองคนครับ

เขียนเมื่อ 

ภูมิใจที่ได้เคยร่วมเรียนห้องเดียวกับเพื่อนทั้งสองคนครับ